
ป้องกันนวนคร
ส่งทหาร500นายยันถึงที่สุด-สุขุมพันธ์ุสั่งกั้นคลองหกวาสกัดน้ำบุกกรุงเทพฯ
ส่งทหาร500นายยันถึงที่สุด-สุขุมพันธ์ุสั่งกั้นคลองหกวาสกัดน้ำบุกกรุงเทพฯ
ส่งทหาร 500 นายป้องนวนครปราการด่านสุดท้าย
พล.อ.พลางกูร กล้าหาญ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) แถลงว่า มั่นใจกว่า 80% ว่าจะรับมือไม่ให้น้ำเข้าท่วมนิคมอุตสาหกรรมนวนคร อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้เพราะส่งเจ้าหน้าที่ พร้อมรถแบ็กโฮ 10 คัน รถพ่นคอนกรีต 1 คัน เข้าเสริมแนวป้องกันถึง 2 ชั้น โดยส่งทหารเข้าไปช่วยสร้างคันกั้นน้ำ 500 นาย ขณะที่น้ำขึ้นมาจากเดิม 30 ซม.
สำหรับนิคมฯ แห่งนี้มีโรงงานอุตสาหกรรม 227 แห่ง มีการจ้างงาน 2.7 แสนคน บนเนื้อที่กว่า 8,000 ไร่
พล.อ.วิชา ศิริธรรม ประธานกรรมการคณะอนุกรรมการ บริษัท นวนคร กล่าวว่า ได้มีการระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำเชียงรากน้อยเพื่อผันน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว แต่ยังห่วงคันดินด้านทิศเหนือที่อาจจะแตกได้ ล่าสุดได้เตรียมเครื่องสูบน้ำรอคำสั่งจากรัฐบาลแล้ว ซึ่งนิคมฯ แห่งนี้เป็นนิคมสุดท้ายที่น้ำยังไม่ท่วม หลังจากได้ท่วมนิคมฯ บางปะอินไปแล้ว 100% น้ำสูงถึง 1.8 ม.
อย่างไรก็ตาม จากการประเมินสถานการณ์น้ำรอบนิคมฯ นวนครของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพบว่ายังน่าห่วง เนื่องจากตั้งขวางทางน้ำ และอยู่ตรงกลางระหว่างแนวรถไฟฝั่งตะวันตกกับถนนพหลโยธิน
“นวนครตั้งอยู่ก้นรูปตัววี หากน้ำทะลักจนจมและไหลบ่าออกจะลงไปท่วมสถาบันเอไอที มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ตลาดไท วัดธรรมกาย รวมถึงสวนนิคมอุตสาหกรรมบางกะดีที่อยู่ด้านล่าง” แหล่งข่าวเปิดเผย
แหล่งข่าว เปิดเผยอีกว่า สิ่งที่น่ากังวลต่อมาก็คือ เกรงว่าหากสกัดน้ำไม่อยู่น้ำอาจทะลักลงสู่คลองเปรมประชากร ซึ่งเป็นคลองยาวไปทางสวนจิตรลดา และทำเนียบรัฐบาล จึงจำเป็นต้องป้องกันให้ถึงที่สุด
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้ให้กองทัพปกป้องนิคมฯ นวนครอย่างเต็มที่
สำหรับสถานการณ์น้ำที่จะเข้าท่วมกรุงเทพมหานคร (กทม.) นั้น นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ แถลงยืนยันว่า ก้อนน้ำเหนือจาก จ.นครสวรรค์ ได้ไหลผ่าน กทม.ออกทะเลไปแล้ว และได้ลดการปล่อยน้ำจากเขื่อนภูมิพลลงเหลือวันละ 50 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) รวมถึงเขื่อนอื่นๆ ด้วย
อย่างไรก็ตาม ยังมีปริมาณน้ำทุ่งจาก อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ด้านล่างอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโดยรอบเขตนิคมฯ นวนคร
นายธีระ กล่าวว่า เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว กรมชลประทานได้ระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำคลองเชียงรากน้อยลงแม่น้ำเจ้าพระยา และดันน้ำออกคลองระพีพัฒน์แยกตกเพื่อดันน้ำลงแม่น้ำบางปะกง แต่ระบายน้ำได้เพียงวันละ 30 ล้าน ลบ.ม.ต่อวินาที
ขณะที่ทางตะวันตกระบายน้ำผ่านแม่น้ำท่าจีน แม่น้ำน้อย และคลองลัดโพธิ์ รวมระบายน้ำลงสู่ทะเลได้วันละ 400-500 ล้าน ลบ.ม. โดยรวมน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาทรงตัวและมีแนวโน้มลดลง และจะสูบน้ำบริเวณประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ลงแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ให้เข้าท่วม กทม. รวมถึงจะสูบน้ำลงคลองระพีพัฒน์ระบายไปฝั่งตะวันออกอีกด้วย
นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า น้ำทะเลจะหนุนอีกครั้งในช่วงวันที่ 28-30 ต.ค.นี้ จึงเตือนให้ระมัดระวัง
ด้าน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. เกรงว่าน้ำจากคลอง 1 รังสิต จะเข้าท่วมเขตสายไหมและเขตดอนเมือง รวมทั้งฝั่งตะวันออกของ กทม. จึงได้ขอให้สร้างคันกั้นน้ำริมคลองหกวา ระยะทาง 6 กม. สูง 1 เมตร







