
สนามบินสุวรรณภูมิ เสริมคันดินสูง 3.5 เมตร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการลงสำรวจพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิในวันที่ 15 ต.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการลงสำรวจพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิในวันที่ 15 ต.ค.
พบว่ามีการเตรียมความพร้อมสำหรับการรับมือน้ำท่วมอย่างเร่งด่วน โดยได้มีการเพิ่มคันกั้นกระสอบทรายและคันดินสูงขึ้นเป็น 3.5 เมตร ตลอดระยะทาง 23 กิโลเมตร รอบสนามบิน
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าจะมีการเร่งมือทำคันดินให้เสร็จเร็วที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่จะเข้ามาใช้บริการภายในสนามบิน ซึ่งปัจจุบันสนามบินสุวรรณภูมิยังเปิดให้บริการได้ตามปกติ และยังไม่มีการประกาศยกเลิกสายการบินในช่วงที่ผ่านมาแต่อย่างใด
สำหรับสถานการณ์ล่าสุดของการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนนำรถเข้ามาจอดหลบน้ำท่วมนั้น พบว่าพื้นที่จอดรถทั้งหมดที่เตรียมไว้ มีประชาชนนำรถเข้ามาจอดอย่างหนาแน่น ไม่ว่าจะเป็นลานจอดรถระยะยาวที่เปิดให้จอด หรือบนอาคารจอดรถที่ไม่ได้เก็บค่าบริการในขณะนี้
สมชัย สวัสดีผล รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย ชี้แจ้งเพิ่มเติมว่า สนามบินมีการเตรียมการป้องกันน้ำท่วมที่ดี และเชื่อว่าจะป้องกันน้ำท่วมได้อย่างแน่นอน โดยจากการติดตามสถานการณ์ พบว่าระดับน้ำอยู่ในระดับปกติ คือ ประมาณ 60 เซนติเมตรเท่านั้น
นอกจากนี้ ยังได้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำที่มาจากด้านเหนือตลอด 24 ชั่วโมง ประสานงานกับกรมชลประทานอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมการรองรับปริมาณน้ำ รวมถึงประสานกับกรุงเทพมหานครเกี่ยวกับการระบายน้ำรอบพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
“อย่างไรก็ตาม หากมีเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้น ทำให้น้ำหลากฉับพลันและท่วมพื้นที่ด้านนอกโดยรอบสนามบินสูงมากกว่า 2 เมตร ทางสนามบินสุวรรณภูมิก็ได้มีแผนฉุกเฉินรองรับไว้แล้วเช่นกัน”
ขณะที่ชาวบ้านสุวรรณภูมิซวยซ้ำ โดนน้ำทะลักเข้าบ้าน หลังเสียงเครื่องบินยังแก้ไม่เสร็จ
อารีญา ปอมหาธรรมกิจ ลูกบ้านโครงการเคหะนคร 2 หนึ่งในชาวบ้านรอบสนามบินสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำเริ่มเข้าท่วมหมู่บ้านเคหะนคร 2 ตั้งแต่ปลายเดือน ก.ย. และเริ่มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะสนามบินต้องระบายน้ำออก ดังนั้นแม้ว่าจะมีคันดินหรือกระสอบทรายกั้นก็ไม่สามารถกันน้ำได้ ขณะนี้ปริมาณน้ำท่วมสูงเกือบ 60 เซนติเมตรแล้ว และไม่มั่นใจว่าหากฝนตกและเกิดพายุเข้าหรือน้ำทะเลหนุน น้ำทางเหนือไหลลงมาสมทบ ปริมาณน้ำในหมู่บ้านจะสูงขึ้นอีกเท่าไร
“ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากเสียงของเครื่องบินมาโดยตลอดตั้งแต่เปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ซ้ำยังต้องมารับสถานการณ์น้ำท่วมแทบทุกปี โดยเฉพาะปีนี้ปริมาณน้ำสูงขึ้นมาก สร้างความเดือดร้อนไปทั่ว จึงขอให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย เร่งซื้อบ้านที่มีผู้ต้องการขาย จะได้มีพื้นที่รับน้ำได้เต็มที่” อารีญา กล่าว
ด้านวัสดุก่อสร้างในพื้นที่ถนนศรีนครินทร์ เช่น ทราย อิฐ ขาดแคลนหนัก
สามารถ เพชรวัฒนา พนักงานร้านสิทธิพันธุ์ค้าไม้ บริเวณถนนสุขาภิบาล 10 แขวงหนองจอก กล่าวว่า ขณะนี้วัสดุก่อสร้างที่ไว้ใช้เพื่อป้องกันน้ำและซ่อมแซมบ้านนั้นขาดแคลนอย่างหนัก โดยเฉพาะอิฐแดง อิฐบล็อก ทราย และต้องใช้เวลารอสินค้านานไม่ต่ำกว่า 12 วัน กว่าสินค้าจะมาส่งมอบ เนื่องจากความต้องการใช้มีสูงมาก อีกทั้งราคาขายปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง ปัจจุบันทรายถุงขนาด 25 กิโลกรัม มีราคาขาย 60 บาทแล้ว จากเดิมที่เคยขายอยู่ 25-30 บาทต่อถุง ส่วนทรายหยาบขายอยู่คิวละ 5-20 บาท
“ย่านหนองจอกหลายพื้นที่ต้องเผชิญกับภาวะน้ำท่วมมานานเกือบ 3 สัปดาห์แล้ว และมีแนวโน้มว่าน้ำท่วมสูงขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันบางพื้นที่สูงถึงครึ่งเอวแล้ว แต่บริเวณถนนใหญ่นั้นน้ำยังไม่ท่วม แต่ก็อยู่ภาวะที่เสี่ยงที่จะท่วมแล้ว” สามารถ กล่าว
เจ้าของร้านชัยประเวศวัสดุ ถนนประเวศศรีนครินทร์ กล่าวว่า วัสดุก่อสร้างประเภททรายและถุงทรายขาดแคลนอย่างหนักและมีไม่พอขาย เนื่องจากความต้องการใช้งานสูงมาก เพื่อมาป้องกันน้ำท่วมในบริเวณหมู่บ้านย่านศรีนครินทร์ ซึ่งทางร้านยังจะต้องใช้เวลารอนาน 12 สัปดาห์ กว่าที่ผู้ผลิตทรายจะสามารถส่งมอบได้ และราคามีการปรับสูงขึ้นมาก จากเดิมที่เคยขายทรายถุงน้ำหนัก 25 กิโลกรัม ถุงละ 35 บาท ปัจจุบันปรับขึ้นมาเป็นถุงละ 45-50 บาท







