
จีนส่งกำลังติดอาวุธคุ้มเรือสินค้ากลับเชียงรุ้ง
รัฐบาลจีนส่งกองเรือติดอาวุธคุ้มกุนคาราวานเรือสินค้าล่องลำโขงกลับเชียงรุ้งหลังกองกำลังไม่ทราบฝ่ายฆ่าลูกเรือ
รัฐบาลจีนส่งกองเรือติดอาวุธคุ้มกุนคาราวานเรือสินค้าล่องลำโขงกลับเชียงรุ้งหลังกองกำลังไม่ทราบฝ่ายฆ่าลูกเรือ
ทางการรัฐบาลจีนได้ส่งกำลังพร้อมเรือเร็วและเจ้าหน้าที่ตำรวจจากเขตปกครองตนเองสิบสองปันนา มณฑลหยุนหนัน พร้อมอาวุธครบมือ ไปยังท่าเรือ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เพื่อคุ้มกันกองคาราวานเรือสินค้าจีน ที่ตกค้างอยู่ที่ท่าเรือจำนวน 26 ลำ หลังจากรัฐบาลจีนได้ประกาศให้หยุดเดินเรือสินค้าในแม่น้ำโขง และเรียกเรือกลับท่าเรือ โดยมีศูนย์กลางท่าเรืออยู่ที่เมืองเชียงรุ้งหรือจิ่งหง เขตปกครองตนเองสิบสองปันนา ทำให้เรือทุกลำต้องเดินทางกลับ โดยมีการเดินทางออกจากท่าเรือ อ.เชียงแสน เป็นขบวนใหญ่ โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากมณฑลหยุนหนันและตัวแทนจากสถานกงสุลใหญ่ของจีนประจำ จ.เชียงใหม่ เดินทางส่งและรับเรือที่บริเวณท่าเรืออย่างคึกคัก โดยฝ่ายไทยมีผู้บริหารหลายคน เช่น นายสุรชาติ จันทวัชรากร นายด่านศุลกากรเชียงแสน ไปส่งคณะเรือ
ทั้งนี้รัฐบาลจีนประกาศเรียกเรือกลับทั้งหมดดังกล่าวมีขึ้นภายหลังเมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมาเกิดเหตุกลุ่มติดอาวุธใช้อาวุธปืนสงครามเข้าปล้นเรือบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง Hua Ping และเรือขนกระเทียมและแอปเปิ้ล Yu Xing 8 ของจีน บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ จากนั้นกองกำลังผาเมืองของไทยนำโดยหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย ได้เข้าควบคุมเรือเมื่อแล่นเข้าฝั่งไทยบริเวณเขตหมู่บ้านสบรวก ม.1 ต.เวียง อ.เชียงแสน และเมื่อค้นบนเรือพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ 920,000 เม็ด และผู้เสียชีวิต 1 ศพ ปืนอาก้า 1 กระบอก จากนั้นก็ทะยอยพบศพผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นกัปตันเรือ คนในครอบครัวและลูกเรือ ลอยไปติดตามจุดต่างๆ ทั้งฝั่งไทยและ สปป.ลาว รวม 12 ศพ แต่ละศพถูกมัดมือและใบหน้าก่อนถูกฆาตรกรรมโยนทิ้งน้ำ เบื้องต้นกองกำลังผาเมืองของไทยเคยแถลงว่าเกิดจากเรือถูกปล้นนอกเขตแดนไทยขึ้นไปประมาณ 25 กิโลเมตรโดยฝีมือของกองกำลังซึ่งคาดว่าเป็นโจรสลัดแม่น้ำโขง
ด้านนายสุรชาติ จันทวัชรากร นายด่านศุลกากรเชียงแสน กล่าวว่า การค้าทางเรือแม่น้ำโขงส่วนใหญ่เป็นการค้าไทย-จีน กว่า 99% โดยปีที่ผ่านมามีการค้มูลค่ารวมประมาณ 12,000 ล้านบาท แยกเป็นการส่งออก 87,000 ล้านบาท ส่งออกผ่านแดนประมาณ 2,000 ล้านบาท และนำเข้าประมาณ 1,100 ล้านบาท ซึ่งผลของการที่เรือจีนถูกสั่งไม่ให้แล่นขนส่งสินค้าจึงทำให้มูลค่าการค้าทั้งหมดหายไปวันละประมาณ 200-300 ล้านบาท ส่วนท่าเรือก็คงจะเงียบเหงาเพราะเรือลาวที่แล่นไปมาคงจะไปใช้ท่าริมฝั่งที่ไม่ลาดชันเสียมากกว่า และคงต้องรอให้มีเจรจาระหว่างประเทศให้แล้วเสร็จเพื่อร่วมกันคลี่คลายปัญหาให้แล้วเสร็จเสียก่อน ซึ่งคงไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าจะใช้เวลานานเท่าไหร่.







