
อ่างทองวิกฤตแนวกั้นน้ำพังเพิ่มอีก
น้ำท่วมอ่างทองวิกฤตหนักน้ำจากจังหวัดใกล้เคียงดันแนวกั้นน้ำพังเพิ่ม ชาวบ้านหวั่นถูกน้ำล้อมกลายเป็นเกาะ
น้ำท่วมอ่างทองวิกฤตหนักน้ำจากจังหวัดใกล้เคียงดันแนวกั้นน้ำพังเพิ่ม ชาวบ้านหวั่นถูกน้ำล้อมกลายเป็นเกาะ
ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงทรงตัว แต่ระดับน้ำจาก จ.สิงห์บุรี ที่ไหลข้ามถนนสายอ่างทอง-สิงห์บุรี ลงคลองลำท่าแดงเข้าท่วมล้อมเมืองอ่างทอง ยังคงมีระดับเพิ่มสูงขึ้น และได้ไหลทะลักล้นคันกั้นน้ำเข้าท่วมพื้นที่ หมู่ 1 ต.ศาลาแดง อ.เมือง จ.อ่างทอง ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ถนนในหมู่บ้านถูกน้ำท่วมมิด ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ นอกจากนี้แรงดันน้ำยังกัดเซาะแนวคันกั้นน้ำบริเวณหลังวัดหลุมไก่ ต.ศาลาแดง อ.เมือง จนพังทลาย กระแสน้ำไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่ตั้งอยู่ริมถนนคันคลองชลประทานในเขตเทศบาลเมืองอ่างทองอย่างรวดเร็ว
เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองอ่างทองร่วมกับชมรมสามล้อแดง ต้องรีบนำรถแบ็กโฮและกระสอบทรายไปซ่อมจุดที่รั่ว เพื่อไม่ให้พังทลายเพิ่มมากขึ้น เจ้าหน้าที่ทางเทศบาลต้องเสริมความสูงแนวคันกั้นน้ำ บริเวณสวนน้ำเฉลิมพระเกียรติ เนื่องจากระดับน้ำเพิ่มสูงอย่างรวดเร็วจนใกล้ล้นแนวพนัง เพื่อป้องกันเขตเศรษฐกิจในตลาดเมืองอ่างทอง ที่ถูกน้ำล้อมรอบจนเหมือนเป็นเกาะกลางน้ำ
ทั้งนี้นอกชาวบ้านต้องทนผจญทุกข์ภัยน้ำท่วม ที่ทำให้ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักแล้วยังต้องอยู่กันอย่างหวาดผวา โดยเฉพาะชาวบ้าน ต.บ้านรี ต.บ้านอิฐ ต.ตลาดกรวด อ.เมือง จ.อ่างทอง ต่อเนื่องไปจนถึงพื้นที่ ต.ชัยฤทธิ์ ต.ตรีณรงค์ อ.ไชโย อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี และ ต.ท่าตอ ต.หันสัง อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งถูกน้ำท่วมในระดับสูง จนเป็นเหมือนทะเลสาบต่อเนื่องกันหมด ขณะเดียวกันมีผู้พบเห็นฝูงจระเข้หลายตัว ว่ายน้ำเพ่นพ่านไล่หากินเหยื่อเต็มไปหมด
สำหรับพื้นที่ จ.อ่างทอง มีฟาร์มจระเข้ 13 ฟาร์ม มีจระเข้ประมาณ 900 ตัว จากการตรวจสอบพบว่ายังอยู่ครบ คาดว่าจระเข้ที่พบน่าจะหลุดมาจากฟาร์มในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงที่ถูกน้ำท่วม ซึ่งทราบว่าเป็นฟาร์มขนาดใหญ่ มีจระเข้กว่า 1,000 ตัว สำหรับผู้ที่พบจระเข้ออกมาเพ่นพ่านและน่าจะเป็นอันตราย โดยไม่มีใครเป็นเจ้าของก็อยู่ในดุลพินิจของชาวบ้านที่พบว่าสมควรจะดำเนินการอย่างไรก็ได้ โดยไม่มีความผิดตามกฎหมาย







