
สั่งแจ้งระดับน้ำให้ปชช.ทราบเร่งลอกคลองก่อนทะเลหนุน
นายกฯ สั่ง ศปภ.แจ้งระดับน้ำและทิศทางการไหลบ่าให้ประชาชนทราบ เร่งลอกคลอง 7 สาย ก่อนน้ำทะเลหนุน
นายกฯ สั่ง ศปภ.แจ้งระดับน้ำและทิศทางการไหลบ่าให้ประชาชนทราบ เร่งลอกคลอง 7 สาย ก่อนน้ำทะเลหนุน
พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องแจ้งระดับและทิศทางการไหลของน้ำว่าไปพื้นที่ใดและมีปริมาณเท่าไหร่ เพื่อชี้แจงให้ประชาชนทราบผ่านสื่อมวลชน เพื่อที่จะได้เตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์น้ำต่อไป
พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผู้อำนวยการ ศปภ. กล่าวว่า สถานการณ์ระดับน้ำตอนนี้ไม่มีอะไรน่ากังวล โดยมั่นใจว่าจะสามารถควบคุมระดับน้ำได้ และตอนนี้ ศปภ.มีความจำเป็นที่จะต้องขอรับสิ่งของบริจาคเพื่อบรรเทาปัญหา อย่างไรก็ตามสำหรับในวันที่ 13 ต.ค. นายกรัฐมนตรีได้ขอให้ ศปภ.เน้นในเรื่องการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ยังไม่ยอมอพยพออกจากที่พักอาศัยของตัวเอง เช่น อาหารและสิ่งของใช้จำเป็น แต่ในลำดับแรกจะขอให้ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่น่าจะดีที่สุด โดยเฉพาะ จ.พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี
นายถิรชัย วุฒิธรรม เลขานุการ ศปภ. กล่าวว่า ภาพรวมสถานการณ์น้ำมีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ มีปริมาณน้ำฝนลดลง และพบว่าไม่มีพื้นที่ใดมีน้ำขังในกรณีที่ฝนตกติดต่อกัน 3 ชั่วโมง ทำให้มั่นใจว่าหากไม่มีเหตุพายุฝนเข้ามาซ้ำเติม ศปภ.จะสามารถรับมือกับน้ำทะเลหนุนได้และจะช่วยให้พื้นที่ กทม.ประสบปัญหาน้อยลง
ขณะเดียวกัน ศปภ.ได้รับรายงานว่า ภายหลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้มอบหมายให้มีการเร่งดำเนินการขุดลอกคลองไป ปรากฏว่าได้รับการยืนยันว่าการขุดลอกคูคลองจำนวน 7 สาย จะสามารถดำเนินการได้ทันภายในวันที่ 14 ต.ค.นี้อย่างแน่นอน ซึ่งจะเป็นช่วงที่น้ำทะเลจะหนุนสูงสุด
นายวิม รุ่งวัฒนจินดา โฆษก ศปภ. กล่าวว่า เขตนิคมอุตสาหกรรมนวคร และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ยังคงเป็นปกติแม้ว่าในพื้นที่ปทุมธานีจะมีปริมาณน้ำเอ่อล้นคันกั้นน้ำออกมาบ้างแล้ว ทั้งนี้นายกฯ ได้สั่งการให้เสริมแนวคันกั้นน้ำให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น







