
ปทุมฯหวั่นป้องน้ำไม่ไหวทะลักท่วมกรุง
ผู้ว่าฯปทุมธานียอมรับห่วงน้ำทะลักกรุง หลังชาวบ้านขวางไม่ให้สร้างคันกั้นน้ำ นักวิชาการระบุหากคันกั้นคลองรังสิตแตกจะกระทบกทม.รุนแรง
ผู้ว่าฯปทุมธานียอมรับห่วงน้ำทะลักกรุง หลังชาวบ้านขวางไม่ให้สร้างคันกั้นน้ำ นักวิชาการระบุหากคันกั้นคลองรังสิตแตกจะกระทบกทม.รุนแรง
นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวระหว่างประชุมวีดีโอคอนเฟอเรนซ์กับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีว่า ขณะนี้พนังกั้นน้ำที่จะกั้นน้ำไม่ให้เข้าท่วมกรุงเทพฯ เกิดความชำรุดเสียหายอย่างมาก และกระสอบทรายที่วางกั้นได้สูญหายไปในช่วงเวลากลางคืน จึงขอให้นายกฯประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติฉุกเฉิน และขอกำลังเสริมทำคันกั้นน้ำ ซึ่งหากไม่ดำเนินการ น้ำจะเริ่มไหลเข้าท่วมพื้นที่ของ กรุงเทพฯภายในคืนวันที่ 12 ต.ค.นี้
"ขณะนี้ไม่มั่นใจว่าจะคุมสถานการณ์อยู่เพราะตอนนี้ชาวบ้านเกิดความแตกแยกไม่ยอมให้ทำคันกั้นน้ำแต่ก็ไม่ถอดใจจะพยายามทำความเข้าใจให้มากที่สุด"นายพีระศักดิ์กล่าว
นายพีระศักดิ์ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้เคยยืนยันว่าสามารถป้องกันไม่ให้น้ำทะลักเข้าท่วมกรุงเทพฯได้แต่พอเกิดเหตุความแตกแยกในกลุ่มของชาวบ้านทำให้เริ่มไม่มั่นใจเพราะความสามัคคีมีไม่เหมือนเดิม ทำให้หวั่นว่าการรับมือกับแม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มมีความหนักใจยากยิ่งขึ้นแม้ว่ารัฐบาลจะเพิ่มกระสอบทรายมาให้แต่หากประชาชนไม่ยอมก็ทำให้การป้องกันแม่น้ำเจ้าพระยาได้ลำบาก
ทั้งนี้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้ทะลักเข้าท่วมถนนขาเข้าเมืองปทุมธานีบริเวณหน้าหมู่บ้านกฤษณา 2 ต.กระแชง อ.สามโคก จ.ปทุมธานี โดยระดับน้ำบนถนนอยู่ที่ประมาณ 30-40 ซม. ขณะที่ในหมู่บ้านระดับน้ำสูงกว่าหนึ่งเมตร โดยบางจุดน้ำสูงเกือบ 2 เมตร ชาวบ้านต้องอพยพขนของหนีน้ำกันอย่างอลหม่าน ซึ่งหน่วยกู้ภัยต่างๆได้นำเรือเข้าช่วยอพยพแล้ว
นักวิชาการห่วงคันกั้นน้ำคลองรังสิตแตก
นายเสรี ศุภราทิตย์ ผอ.ศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินทร กล่าวว่า ปัจจัยที่จะทำให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่ กทม. มีสาเหตุหลักๆ คือ คันกั้นน้ำพัง และปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาเพิ่มเติม รวมทั้งภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อยู่เหนือการควบคุม
ทั้งนี้มีความเป็นห่วงว่าหากคันกั้นน้ำที่บริเวณคลองรังสิต จ.ปทุมธานี แตก จะเกิดผลกระทบต่อ กทม.อย่างรุนแรง โดยน้ำจะทะลักเข้าสู่บริเวณทุ่งสีกัน เขตดอนเมือง และเข้าสู่พื้นที่ กทม.ชั้นใน เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่าคันกั้นในเขต จ.ปทุมธานี แตกไปแล้วหลายจุด นอกจากนี้ ยังมีความกังวลว่าจะเกิดคันกั้นน้ำแตกที่บริเวณบางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งจะกระทบต่อพื้นที่ กทม.ฝั่งตะวันตก
ขณะเดียวกัน พื้นที่ กทม.ฝั่งตะวันออก จำนวน 4 เขต คาดว่าจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นพื้นที่รับน้ำโดยตรงจากทางเหนือ อีกทั้งมีปริมาณน้ำสะสมอยู่ก่อนแล้วจำนวนมาก
อย่างไรก็ตามปริมาณน้ำเหนือที่จะถูกปล่อยลงมายัง กทม. ต้องทำการตรวจวัดที่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นจุดชี้วัดปริมาณน้ำว่าจะเข้ามามากหรือน้อย ขณะเดียวกัน กทม.ต้องบริหารจัดการน้ำภายในคูคลองสายหลักและสายรองต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพ ด้วยการเร่งผันน้ำออกทะเลให้มากที่สุด เพื่อที่จะรองรับมวลน้ำจากทางเหนือที่จะไหลเข้ามาสมทบ แต่หากคูคลองต่างๆ มีระดับน้ำเต็มแล้วย่อมมีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมได้ง่าย
ประชายันยังคุมสถานการณ์ปทุมฯได้
พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย (ศปภ.) กล่าวว่า ขณะนี้ยังคงควบคุมสถานการณ์ในจ.ปทุมธานีได้ และหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงศปภ.ก็มีกำลังหลายส่วนที่สามารถช่วยผู้ว่าฯในการจัดการปัญหาได้ ซึ่งก็พร้อมให้ความร่วมมือลงไปยังพื้นที่ได้ ซึ่งแม้ขณะนี้สถานการณ์น้ำจะสูงมากขนาดไหนก็ตาม แต่ก็ยังไม่ถึงจุดที่เลวร้ายที่สุด และยังไม่ทะลักคันกั้นน้ำออกมา
ส่วนที่ประชาชนบางส่วนรื้อพังกระสอบทรายบริเวณคลองรังสิตทำให้น้ำทะลักเข้าไปในหมู่บ้านจัดสรรนั้นคงใช้หลักอะลุ่มอล่วยกันมากกว่าที่จะไปใช้กำลังเจ้าหน้าที่ในการจัดการ ซึ่งเรื่องนี้เชื่อว่าเป็นเรื่องเล็ก และคนไทยด้วยกันสามารถพูดคุยกันได้อยู่แล้ว







