
"มานิต"อัด"จาดุร" แฉชื้อขายตำแหน่งเหมือนเผาบ้านตัวเอง
“มานิต” อัดกลับ “จาดุร”แฉชื้อขายตำแหน่งข้าราชการในกระทรวงมหาดไทย เหมือนเผาบ้านตัวเอง สั่งทำหนังสือชี้แจง ขู่ ฟันผิดวินัยแน่ ด้าน “จาดุร” พร้อมให้ชี้แจง
“มานิต” อัดกลับ “จาดุร”แฉชื้อขายตำแหน่งข้าราชการในกระทรวงมหาดไทย เหมือนเผาบ้านตัวเอง สั่งทำหนังสือชี้แจง ขู่ ฟันผิดวินัยแน่ ด้าน “จาดุร” พร้อมให้ชี้แจง
เมื่อเวลา 14.00 น. นายมานิต วัฒนเสน ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยข้าราชการระดับสูงในกระทรวง อาทิ นายอุดม พัวสกุล อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายมงคล สุระสัจจะ อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน นายขวัญชัย วงศ์นิติกร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้แถลงข่าวถึงกรณีที่นายจาดุร อภิชาตบุตร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย กล่าวในวงเสวนาของวุฒิสภา เกี่ยวกับการซื้อขายตำแหน่งในกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะระดับอธิบดี ต้องจ่ายถึง 300-400 ล้านบาท โดยนายมานิต กล่าวว่า ข่าวนี้เป็นข่าวที่ทำให้ประชาชนสับสน และทำให้มหาดไทยเสื่อมเสีย ในการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง ทั้งผู้ว่าฯ อธิบดีนั้น เป็นอำนาจปลัดกระทรวง เสนอต่อรัฐมนตรี ให้ ครม.เห็นชอบ ไม่ใช่อำนาจของรัฐมนตรีเพียงฝ่ายเดียวอย่างที่สื่อพยายามลาก ซึ่งการแต่งตั้งโยกย้ายช่วงเดือน ต.ค.52 เป็นอำนาจของนายวิชัย ศรีขวัญ อดีตปลัดกระทรวง ส่วนตัวยังไม่เกี่ยวข้องแต่ต้องแถลงเรื่องนี้เพราะมหาดไทยเสียหาย ส่วนตัวรับราชการมา 30 กว่า ไม่เคยใช้เงินแม้แต่บาทเดียว ทั้งนี้จะให้กองการเจ้าหน้าที่ทำหนังสือแจ้งให้นายจาดุร ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรมาว่า ใครที่ซื้อขายตำแหน่ง 400 ล้านบาท ให้กำหนดชี้แจงใน 7 วัน และตนจะพิจารณาคำชี้แจง ว่า จะทำอย่างไรต่อไป อาจต้องใช้สิทธิ์บางอย่างทางกฎหมายเพื่อปกป้องชื่อเสียงมหาดไทย
“อยากถามว่า นายจาดุรเอง เคยเป็นรองผู้ว่าฯ เชียงใหม่เมื่อ พ.ศ.2537 เคยใช้เงินซื้อตำแหน่งบ้างหรือไม่ และโดยหลักการ นายจาดุรเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เป็นถึงหัวหน้าผู้ตรวจราชการ ถ้าพบสิ่งไม่ดี ทำไมจึงไม่รายงาน จะได้ช่วยกันแก้ไข กลับไปพูดในวงเสวนาสาธารณะ ทำให้กระทรวงเสียหาย เผาบ้านตัวเองทำไม เหมาะสมไหม รวมถึงนายไพฑูรย์ บุญวัฒน์ อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ก็ออกมาป้ายสีมหาดไทยโดยไม่มีมูลมา 2 ครั้งแล้ว ถามว่าเมื่อไม่มีหลักฐานจะพูดทำไม จะเล่นกาสรเมืองหรือไม่ เงิน 17 ล้าน เป็นเพียงผู้ว่าฯจะเอาเงินมาจากไหน”
นายมานิต กล่าวว่า การกระทำของนายจาดุร อาจจะเข้าข่ายผิดวินัย และคิดว่าเหตุที่มหาดไทยยุคนี้ตกต่ำเกิดจากกลุ่มที่ไม่พอใจจาการไม่ได้รับตำแหน่งมากกว่า ไม่ใช่เพราะมีการเมืองเข้ามาแทรกแต่อย่างใด ทั้งนี้หากนายจาดุรจะให้สำนักงานข้าราชการพลเรือน ( ก.พ.) สอบซื้อขายตำแหน่ง ส่วนตัวยินดีให้ข้อมูล ส่วนที่มีการระบุว่า ตำแหน่งอธิบดีซื้อขายกัน 400 ล้าน นั้น คนที่เป็นปลัดดูแล 6 กรม 5 รัฐวิสาหกิจ คงเป็นพันล้านแล้ว ถ้าจะเป็นอธิบดีซื้อเก้าอี้ 400 ล้านบาท เอาเงินไปเปิดโรงไฟฟ้าดีกว่า ทั้งนี้ตนเองไม่ได้พูดเพื่อปกป้องฝ่ายการเมือง พูดด้วยตัวเอง ไม่มีใครสั่งให้พูด
เมื่อถามถึงกระแสข่าวการทุจริตอื่นๆ ในกระทรวงมหาดไทย นายมานิตกล่าวว่า เรื่องการซื้อขายตำแหน่งตนก็บอกไปแล้ว เรื่องโรงเรียนนายอำเภอ ก็รอผลสอบจาก ป.ป.ช. ที่ว่าข้อสอบรั่วนั้น ตนเองไม่ทราบ เพราะขณะนั้นดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ( สถ.) กระแสข่าวการทุจริตงบภัยหนาว ที่ว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษจะสอบนั้น ผู้ว่าฯ ก็สามารถชี้แจงได้ตามระบบ เรื่องนี้จะให้ปลัดชี้แจงทั้ง 76 จังหวัดคงไม่ไหว
นายอุดม กล่าวว่า การใช้งบประมาณเป็นระบบอีอ็อคชั่นทั้งนั้น คงจะทุจริตอะไรไม่ได้ และถ้าต้องใช้เงินซื้อตำแหน่งเยอะขนาดนั้นนอนอยู่บ้านคงสนุกกว่า ตั้งแต่ตนทำงานมา ยังไม่เคยเรื่องใช้เงินซื้อตำแหน่ง ไม่เชื่อว่ามี เพราะในสายมหาดไทย ไม่ใช่ว่าจะมีโครงการให้ตักตวงผลประโยชน์อะไรมากมายได้
นายขวัญชัย กล่าวว่า การมองว่า กลุ่มที่ได้อำนาจสนิทกับฝ่ายการเมืองนั้นจะทำให้ข้าราชการวางตัวลำบาก ไม่มีใครที่อยากทำผิดกฎหมาย เราต้องทำงานมีศักดิ์ศรี วันนี้ตนเริ่มอายแล้วที่มีคนด่าว่ากระทรวงมหาดไทยมาก คิดว่า เราร้ายขนาดนั้นเชียวหรือ
เมื่อถามถึงกรณีที่นายไพฑูรย์ ระบุว่า มีพวกระดับสูงในกระทรวงเรียกผู้หญิงไปปล้ำถึงห้องทำงานส่วนตัว นายมานิตกล่าวย้อนว่า ตนก็หาตัวอยู่ ถ้าใครเปิดเผยความจริงได้มีรางวัล ที่นายไพฑูรย์พูดนั้น นายไพฑูรย์ก็เกษียณไปนานแล้ว อาจเคยมีในสมัยนายไพฑูรย์ สมัยนี้ใครจะกล้า กล้องวงจรปิดมีทั่วไปหมด ใครไปเปิดดูไม่ตายเหรอ
นาย จาดุร อภิชาตบุตร หัวหน้าผู้ตรวจกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ตนไปพูดที่สภาฯ นั้น เนื่องจากได้รับการเชิญจากวุฒิสมาชิก ให้ไปร่วมงานสัมมนา ในฐานะเป็นนายกสมาคมข้าราชการพลเรือน ไม่ได้พูดในฐานะหัวหน้าผู้ตรวจกระทรวง อย่างไรก็ตาม เมื่อปลัดกระทรวงจะให้ตนเองชี้แจงเพราะเป็นข้าราชการมืออาชีพ และสิ่งที่ทำทั้งหมด ก็ทำเพราะบ้านเมือง ถ้าไม่ใช่ทำเพราะบ้านเมืองก็ไม่รู้จะทำไปทำไม แต่ในเบื้องต้นอยากให้รัฐมนตรี หรือปลัดกระทรวงขอเทปมีการสัมมนามาดู เพราะสิ่งที่สื่อเอาไปลงเป็นข่าวนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ตนเองพูดทั้งหมดเป็นแค่เพียงสรุป







