
ระวัง...นักบุญกำมะลอหลอกหากินกับน้ำท่วม
วิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้หนักหนาสาหัสกว่าที่คิด ชาวบ้านเดือดร้อนแสนสาหัส เราได้เห็นธารน้ำใจจากทุกภาคส่วน
วิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้หนักหนาสาหัสกว่าที่คิด ชาวบ้านเดือดร้อนแสนสาหัส เราได้เห็นธารน้ำใจจากทุกภาคส่วน
ระดมแรงกายแรงเงินไปช่วยเหลือพี่น้องที่กำลังทุกข์ยากก็พาชื่นใจ คนไทยไม่เคยทิ้งกันเวลาตกทุกข์ได้ยาก บริจาคเงินทองและสิ่งของไปช่วยเหลือไม่ขาดสาย
การขอรับบริจาคจะมีทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ ยิ่งถ้าเป็นภัยธรรมชาติของบริจาคจะหลั่งไหลลงไปในพื้นที่ หน่วยงานหลักที่เป็นโต้โผใหญ่มักจะเป็นส่วนราชการ มาระยะหลังจะเห็นภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เพราะหากมัวรอให้ราชการขับเคลื่อนตามลำพัง จะไม่ทันต่อการให้ความช่วยเหลือ
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนว่าน้ำใจคนไทยไม่เคยเหือดแห้ง คือเหตุน้ำท่วมใหญ่หลายจังหวัดที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ หลายภาคส่วนเฮโลไปช่วยเหลือพี่น้องเราอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย คนไทยที่พอจะมีกำลังก็ไม่เคยแล้งน้ำใจ ไปช่วยด้วยตัวเองไม่ได้ก็บริจาคช่วย
และตรงจุดนี้เองจึงเป็นช่องว่างให้มิจฉาชีพเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ได้แสนง่าย โดยใช้ความทุกข์ยากและความน่าสงสารของผู้คนที่เดือดร้อนมาเป็นช่องทางทำมาหากิน เพราะรู้ว่าคนไทยสงสารคนง่าย
การแสวงหาประโยชน์ของมิจฉาชีพ หรือเหลือบสังคมประเภทนี้จะมาในหลายรูปแบบ ทั้งการเดินไปเรี่ยไรเงินตามบ้านเรือน ส่งจดหมายไปขอรับบริจาค รวมถึงโทรศัพท์สุ่มไปยังหน่วยราชการและประชาชนตามบ้าน อ้างว่ามาจากองค์กรกุศลทั้งหลายเพื่อขอให้โอนเงินไปช่วยเหลือน้ำท่วม
ประเภทหลังเริ่มมีมากขึ้น และเชื่อว่ามิจฉาชีพกลุ่มนี้ก็กำลังเดินสายหลอกผู้คนอยู่ มีผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) รายหนึ่งยอมเปิดเผยเพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้คอยระแวดระวังนักบุญกำมะลอ
เขาเล่าว่า รูปแบบที่มิจฉาชีพใช้คือโทร.สุ่มไปยังหัวหน้าส่วนราชการในต่างจังหวัด อ้างว่ามาจากมูลนิธิของนายพลเอกคนหนึ่งที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่ท่านผู้หญิงซึ่งเป็นภริยานายพลเอกเป็นผู้ดูแลมูลนิธิแทน โดยโทร.ไปขอรับบริจาคเงินช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ มิจฉาชีพที่โทร.ไปหลอกจะให้เบอร์ติดต่อกลับในเขตจังหวัดที่โทร.ไปหลอกด้วย เมื่อเหยื่อโทร.ไป ก็จะมีผู้ชายรับสายอ้างว่าเป็นนายทหารยศนายพันเป็นเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิ ก่อนจะพูดจาหว่านล้อมเหยื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือว่ามูลนิธิดังกล่าวรับบริจาคจริง
ขณะเดียวกันเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือเข้าไปอีก ผู้ที่โทร.ติดต่อครั้งแรกก็ให้เบอร์โทร.ในกรุงเทพฯ อ้างว่าเป็นเลขาฯ ของท่านผู้หญิงคนที่อ้างถึง เมื่อเหยื่อโทร.มาตามเบอร์ที่ให้ก็จะมีผู้หญิงรับจริงๆ
พอแก๊งนี้รู้วัตถุประสงค์ของเหยื่อแล้วว่าต้องการมาตรวจสอบความถูกต้อง ผู้หญิงคนดังกล่าวก็จะให้พูดสายกับผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่มีลักษณะการพูดค่อนข้างสุภาพ ฟังดูแล้วน่าเชื่อถือ และมักจะอ้างคนใหญ่คนโตในสังคมเพื่อให้สมกับการเป็นท่านผู้หญิงคนนั้นจริงๆ
ตรงนี้แหละถ้าเหยื่อไม่ทันระวังตัวก็จะหลงเชื่อว่าท่านผู้หญิงมีตัวตนจริง หากบริจาคเงินให้คงนำไปทำบุญช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากจริง เหยื่อก็จะโอนเงินบริจาคให้อย่างหายสงสัย
นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของคนที่ยอมเปิดเผยกลโกงแก๊งลวงโลก ขณะเดียวกันเขาก็ทราบว่ามีเพื่อน ซึ่งเป็นข้าราชการด้วยกันก็เคยเจอลักษณะขอเงินบริจาคเช่นนี้
และถ้าติดตามข่าวสารก็พบว่ามีข่าวการหลอกลวงลักษณะนี้จำนวนมากในหลายจังหวัด และมีการแจ้งความให้ตำรวจตามล่าตัวนักบุญคนบาปมาลงโทษด้วย ต้องรอดูว่าตำรวจจะกระชากหน้ากากนักบุญกำมะลอแก๊งนี้มาลงโทษได้หรือไม่ !!!







