posttoday
รัฐบาลยัน...ไม่ชะลอขึ้นค่าจ้าง เตรียมรับตกงาน5.7หมื่นตำแหน่ง

รัฐบาลยัน...ไม่ชะลอขึ้นค่าจ้าง เตรียมรับตกงาน5.7หมื่นตำแหน่ง

11 ตุลาคม 2554

แม้น้ำจะทะลักท่วมหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคกลาง แต่ เผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงาน ยืนยันว่า

แม้น้ำจะทะลักท่วมหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคกลาง แต่ เผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงาน ยืนยันว่า

ยังไม่มีนโยบายชะลอการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท เนื่องจากยังมีอีกหลายจังหวัดที่น้ำไม่ท่วม และภาครัฐก็มีมาตรการช่วยเหลือสถานประกอบการที่ถูกน้ำท่วมแล้ว

นอกจากนี้ ได้สั่งให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และกรมการจัดหางาน เร่งเจรจากับนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ประสบอุทกภัย โดยเฉพาะนิคมฯ ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ชัยนาท และนครสวรรค์ ให้เคลื่อนย้ายแรงงานที่ได้รับผลกระทบไปทำงานจังหวัดใกล้เคียง จนกว่าสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ และหลังจากน้ำลดลูกจ้างสามารถกลับเข้าทำงานที่บริษัทเดิมได้

นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ตั้งศูนย์ช่วยเหลือในการประกอบอาหารในพื้นที่ใน จ.พระนครศรีอยุธยา วันที่ 11 ต.ค. เพื่อส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ได้วันละ 1 หมื่นกล่อง และให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ประสานโรงพยาบาลคู่สัญญา ส่งทีมแพทย์ไปช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดที่ประสบภัยด้วย

รัฐบาลยัน...ไม่ชะลอขึ้นค่าจ้าง เตรียมรับตกงาน5.7หมื่นตำแหน่ง

 ขณะที่มาตรการระยะยาวได้มอบหมายกรมการจัดหางานเตรียมหาตำแหน่งงานว่างที่ใกล้เคียงให้ผู้ใช้แรงงานที่ได้รับผลกระทบในกรณีถูกเลิกจ้าง ขณะนี้มีอัตราว่างรองรับแล้วกว่า 5.7 หมื่นตำแหน่งใน จ.ปทุมธานี ระยอง ชลบุรี สมุทรสาคร และสมุทรปราการ และ สปส. ยังขยายเวลาโครงการปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำให้ผู้ประกันตนเพื่อซ่อมแซมบ้านเรือน กู้ได้รายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท ดอกเบี้ย 2.5% คงที่ 2 ปี และรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท สำหรับสถานประกอบการเพื่อฟื้นฟูโรงงานอุตสาหกรรม ดอกเบี้ย 3% คงที่ 3 ปี ผ่านธนาคารกรุงไทย ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารนครหลวงไทย โดยสามารถกู้ได้จนถึงวันที่ 30 เม.ย. 2555

ด้าน นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า จะนำข้อเสนอการชะลอหรือผ่อนผันการปรับค่าจ้างเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการค่าจ้างกลางในวันที่ 17 ต.ค.นี้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่า กว่าจะบังคับใช้ค่าจ้างใหม่ในวันที่ 1 ม.ค. 2555 สถานการณ์น้ำท่วมคงคลี่คลายแล้ว

ด้าน ส่งศรี บุญบา ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดผลกระทบต่อนายจ้าง ลูกจ้าง โดยโรงงานที่อยู่นิคมสหรัตนนคร มีสถานประกอบการจำนวน 49 แห่ง มีพนักงานกว่า 1.6 หมื่นคน ถูกน้ำท่วมอย่างไม่ทันตั้งตัวในระยะแรก โดยน้ำเข้าท่วมทั้งหมดประเมินความเสียหาย 3 หมื่นล้านบาท สำหรับนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ มีกิจการ 236 แห่ง โดยมีการปิดงานชั่วคราว 180 แห่ง มีรวมคนงานทั้งสิ้น 1 แสนคน สำหรับนิคมอุตสาหกรรม (บ้านหว้า) ไฮเทค มีสถานประกอบการ 143 แห่ง มีคนงานกว่า 6 หมื่นคน ได้ประกาศหยุดงานชั่วคราว ขณะที่นิคมบางปะอิน มีสถานประกอบการ 90 แห่ง ลูกจ้าง 8-9 หมื่นคน บางกิจการยังไม่หยุดงาน

“ลูกจ้างที่ขณะนี้ต้องหยุดทำงานชั่วคราวมีร่วม 1.2 แสนคน ขอความร่วมมือจากนายจ้างให้จ่ายเงินชั่วเหลือให้ลูกจ้างที่หยุดงานชั่วคราวในอัตรา 50-75% เพื่อให้การช่วยเหลือลูกจ้างไปก่อน” น.ส.ส่งศรี กล่าว

ด้าน บุญจง บุญชื่น ประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทย สาขาพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ขณะนี้ลูกจ้างในนิคมอุตสาหกรรมใน จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ปิดชั่วคราว และลูกจ้าง 70-80% ได้อพยพออกจากพื้นที่อยุธยาไปอาศัยในจังหวัดใกล้เคียงแล้ว แต่ยังไม่มีสถานประกอบการใดประกาศเลิกจ้างงาน อย่างไรก็ดีลูกจ้างในนิคมใน จ.พระนครศรีอยุธยา ทั้ง 4 แห่ง รวมกว่า 3 แสนคน

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท