posttoday
ยุโรปกัดฟันอุ้มเด็กเซีย บทเรียนที่ต้องไม่ซ้ำเลห์แมน บราเธอร์

ยุโรปกัดฟันอุ้มเด็กเซีย บทเรียนที่ต้องไม่ซ้ำเลห์แมน บราเธอร์

11 ตุลาคม 2554

เป็นเรื่องต้องลุ้นชนิดใจหายใจคว่ำกับธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ร่วมทุนระหว่างประเทศฝรั่งเศสและเบลเยียม

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

เป็นเรื่องต้องลุ้นชนิดใจหายใจคว่ำกับธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ร่วมทุนระหว่างประเทศฝรั่งเศสและเบลเยียม อย่างธนาคารเด็กเซีย ว่าจะร่วงหรือจะรอดจากเหตุวิกฤตหนี้สาธารณะในภูมิภาคยุโรปในครั้งนี้

เพราะถ้าหากกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ยอมปล่อยมือจากธนาคารเด็กเซีย ให้เผชิญชะตากรรมหนี้ความเสี่ยงสูงที่บังเอิญจำต้องแบกรับมาแต่เพียงลำพัง

หน้าประวัติศาสตร์โลกคงมิแคล้วต้องบันทึกเหตุการณ์ธนาคารล่มสลายอีกครั้งตามรอยวิกฤตการเงินที่เกิดขึ้นกับธนาคารรุ่นพี่อย่างเลห์แมน บราเธอร์สในสหรัฐ เมื่อปี 2551

อย่างไรก็ตาม โลกค่อยๆ กลับมาคึกคักให้พอชื่นใจกันได้อีกครั้ง เมื่อสองพี่เบิ้มแห่งอียู ทั้งนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เกิลแห่งเยอรมนี และประธานาธิบดีนิโกลาส์ ซาร์โกซีแห่งฝรั่งเศส สามารถจับมือบรรลุข้อตกลงในประเด็นหลักเรื่องแผนรองรับปัญหาหนี้สาธารณะในกรีซที่จ่อลุกลามเข้าสู่ระบบการเงินได้สำเร็จ หลังจากคุยหารือถกเถียงกันอย่างมาราธอน

ขณะเดียวกัน ทางด้านสามทหารเสือ ซึ่งประกอบด้วย นายกรัฐมนตรีฟรองซัวส์ ฟิลยงแห่งฝรั่งเศส นายกรัฐมนตรีอีฟ เลอแตร์ม แห่งเบลเยียม และรัฐมนตรีการคลัง ลุก ฟรีย์เดนแห่งลักเซมเบิร์ก ยังตอกย้ำให้นักลงทุนเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อทั้งสามมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ให้แยกกิจการธนาคารของเด็กเซียออกจากกัน

ยุโรปกัดฟันอุ้มเด็กเซีย บทเรียนที่ต้องไม่ซ้ำเลห์แมน บราเธอร์

 หมายความว่า เด็กเซีย ต้องยอมขายกิจการหลักๆ ทั้งหมด พร้อมจัดตั้ง “แบด แบงก์” บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่มีขึ้นเพื่อรับโอนสินทรัพย์ที่เสี่ยงมาบริหารเสียเอง โดยเด็กเซียจะได้ประโยชน์จากการที่รัฐบาลฝรั่งเศส เบลเยียม และลักเซมเบิร์กเป็นผู้รับประกันสินทรัพย์ของแบด แบงก์เองทั้งหมด ด้วยวงเงินค้ำประกัน 9 หมื่นล้านยูโร ในอัตราส่วนที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเบลเยียมให้มากที่สุดคือ 60.5% ฝรั่งเศส 36.5% และลักเซมเบิร์กอีก 3%

อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญที่ตามมาก็คือว่า ธนาคารขนาดใหญ่ทุนหนาอย่างเด็กเซีย กลายเป็นเหยื่อรายแรกที่ต้องสังเวยให้กับวิกฤตหนี้สาธารณะในภูมิภาคยุโรปได้อย่างไร

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2539 เด็กเซีย ถือกำเนิดขึ้นจากการควบรวมกิจการระหว่างสถาบันทางการเงินขนาดใหญ่ของฝรั่งเศสและเบลเยียมที่นิยมลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาลท้องถิ่น ก่อนจะขยายกิจการใหญ่โตจนมีเครือข่ายธุรกิจทั่วโลก

ทว่า กิจการของเด็กเซียก็มีอันต้องสะดุดครั้งใหญ่เป็นครั้งแรกจากวิกฤตเลห์แมน บราเธอร์ เนื่องจากธนาคารขาดสภาพคล่องจากสินทรัพย์ที่เสียไป จนรัฐบาลฝรั่งเศส เบลเยียม และลักเซมเบิร์กต้องให้เงินช่วยเหลือก้อนแรกจำนวน 6,400 ล้านยูโร ในปี 2551

ทั้งนี้ แม้ว่า วิกฤตเลห์แมน จะเป็นชนวนเริ่มต้นให้เด็กเซียเกิดปัญหา แต่สถานการณ์ของธนาคารในปัจจุบันมาจากปัญหาวิกฤตหนี้สาธารณะของยุโรปล้วนๆ

เด็กเซียถือพันธบัตรรัฐบาลกรีซสูงถึง 3,400 ล้านยูโร ขณะที่อีก 1.75 หมื่นล้านยูโรก็เป็นพันธบัตรของรัฐบาลอิตาลี สเปน โปรตุเกส และประเทศในกลุ่มยูโรโซนที่มีปัญหา ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ที่เสี่ยงทั้งสิ้น แต่เด็กเซียก็สามารถผ่าน Stress Test ของอียูมาได้ เพียงเพราะบททดสอบดังกล่าวลืมกำหนดเงื่อนไขในกรณีที่กรีซเกิดผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งจะส่งผลให้เด็กเซียต้องขาดทุนมากกว่า 50-60%

ยุโรปกัดฟันอุ้มเด็กเซีย บทเรียนที่ต้องไม่ซ้ำเลห์แมน บราเธอร์

 ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ยอมรับว่าแม้ธนาคารขนาดใหญ่อย่างเด็กเซียจะมีเงินทุนเพียงพอรองรับการขาดทุนจำนวนมหาศาล แต่สำหรับธนาคารที่พึ่งพาการเก็งกำไรในกองทุนระยะสั้นอย่างเด็กเซีย สถานการณ์ดังกล่าวไม่ต่างกับการฆ่าตัวตาย เพราะนักลงทุนพากันกังวลจนไม่ยอมนำเงินมาลงทุน

ทั้งนี้ แม้ว่าธนาคารเด็กเซียจะพยายามดิ้นรนด้วยการขายสินทรัพย์คุณภาพต่ำประเภทเงินกู้อสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐเมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา แต่การเร่งเทขายก็ทำให้ธนาคารต้องเฉือนเนื้อหั่นราคาสินทรัพย์ลงถึง 3,600 ล้านยูโร

เมื่อขาดสภาพคล่องด้านเงินทุนอย่างหนัก และการเร่งขายสินทรัพย์ก็ไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือการเดินหน้าขาดทุนของธนาคารสามไตรมาสรวด จนขึ้นแท่นบัญชีดำอันตรายของนักวิเคราะห์และนักลงทุนหลายฝ่าย และเข้าขั้นเลวร้ายด้วยหุ้นที่ดิ่งเหวถึง 37% ในวันเดียว ก่อนที่รัฐบาลฝรั่งเศสและเบลเยียมจะตัดสินใจประกาศแผนช่วยเหลือธนาคารเด็กเซีย

ต้องยอมรับว่า การที่รัฐบาลฝรั่งเศสและเบลเยียมยอมให้ควักเงินจำนวนหลายพันล้านยูโรเพื่อช่วยเหลือธนาคารเด็กเซียในครั้งนี้ เป็นเรื่องที่กดดันไม่น้อย แถมดีไม่ดีอาจจะต้องเจ็บตัวตามไปด้วย

แต่หากไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ และปล่อยให้เด็กเซียล้มตึงลงไปต่อหน้า ก็เป็นเรื่องที่อียูก็ไม่อาจยอมให้เกิดขึ้นได้เช่นกัน และการช่วยเหลือเด็กเซียในครั้งนี้นับว่ามีนัยสำคัญซ่อนเร้นอยู่

ต้องไม่ลืมว่า ก่อนหน้าที่เด็กเซียจะเกิดเรื่อง เด็กเซียผ่านการทดสอบความเสี่ยงของอียูมาได้อย่างฉลุย ส่งผลให้ทั่วโลกเริ่มกังขาแล้วว่า ยังมีธนาคารพาณิชย์ในยุโรปอีกเท่าไรที่ตกอยู่ในความเสี่ยงเช่นนี้ แต่ว่ามองไม่เห็น

นอกจากนี้ จนกว่าปัญหาวิกฤตหนี้จะสิ้นสุดลงอย่างเด็ดขาด สิ่งที่ยังคงเป็นปัญหากวนใจที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนก็คือ ปัญหาหนี้ที่อาจลุกลามต่อเนื่องไปยังประเทศอื่นๆ ที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่กว่ากรีซ โปรตุเกส หรือไอร์แลนด์ ไม่ว่าจะเป็น สเปน อิตาลี และอาจจะลามถึงฝรั่งเศสในที่สุด

เพราะเมื่อนักลงทุนเกิดความไม่เชื่อมั่นแล้ว ความกลัวดังกล่าวก็จะคอยหลอกหลอนอยู่ภายในใจต่อไป จนกว่าทุกอย่างจะจบสิ้น

นอกจากนี้ หนี้สาธารณะที่มีสิทธิลุกลามสะท้อนให้เห็นเป็นอย่างดีว่า ระบบการเงินและเศรษฐกิจของภูมิภาคยุโรปเชื่อมโยงถึงกันและกันอย่างเป็นระบบ โดยมีสถาบันทางการเงินและธนาคารพาณิชย์ทั่วทั้งภูมิภาคเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนสำคัญ

ทั้งนี้ การดึงไม่ให้ธนาคารเด็กเซียล้มลงไป แม้จะต้องยอมเจ็บตัวกันบ้าง จึงไม่ใช่แค่การช่วยเหลือธรรมดา แต่เป็นเดิมพันสำคัญสำหรับยุโรปที่จะต้องทำให้ได้ เพื่อเรียกความมั่นใจของนักลงทุนให้กลับคืนมาสู่ภูมิภาคนี้อีกครั้ง

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท