
ชีวิตที่ยังไม่รู้วันพรุ่งนี้
เสียงสะท้อนจากผู้ประสบภัยน้ำท่วมในอยุธยาที่เดินทางมาอาศัยศูนย์พักพิงชั่วคราวที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต
เสียงสะท้อนจากผู้ประสบภัยน้ำท่วมในอยุธยาที่เดินทางมาอาศัยศูนย์พักพิงชั่วคราวที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต
โดย...สุภชาติ เล็บนาค
บรรยากาศศูนย์พักพิงชั่วคราวที่อาคารยิมเนเซียม 2 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ซึ่งเปิดบริหารมาได้เป็นวันที่ 2 คราคร่ำไปด้วยผุ้คนทั้งอาสาสมัครและผู้อพยพที่ทะยอยหนีน้ำมาอาศัยพักพิงชั่วคราว
สถานการณ์แห่งนี้ได้จัดแบ่งออกเป็น “โรงครัว” “ห้องคัดแยกของ” และห้อง “สต๊อกของ” พร้อมทั้ง “ห้องพยาบาล” ที่ส่งตรงแพทย์ฝึกหัด และแพทย์ตัวจริงจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มาคอยรักษาผู้ป่วยเบื้องต้น
ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มธ. กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ประสบภัยเข้ามาอาศัยในศูนย์แล้วประมาณ 400 คน จากที่ประเมินไว้สามารถรองรับคนได้ 1,800 คน และหากเกินกว่านี้จะเปิดอาคารยิมเนเซียม 1 เพิ่มเติม
สุรชัย ลายนารี พนักงานบริษัท วัย 33 ปี เล่าว่า ตัดสินใจชวนแฟนมาอยู่ที่ศูนย์ฯแห่งนี้ หลังจากบ้านที่ ต.บ้านสร้าง อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยาเริ่มมีปริมาณน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ และทะลักคันกั้นน้ำออกมาช่วงเย็นของวันที่ 10 ต.ค. ที่ผ่านมา
“ผมน่าจะมาถึงคนแรกๆ ตอนมายังมีคนอยู่ประมาณ 10 คนเท่านั้น โรงครัวก็ยังไม่มี หน่วยต่างๆ ก็ยังมีไม่มาก ซึ่งคืนแรกกว่าจะนอนหลับก็ดึก เพราะไม่คุ้นที่ รวมถึงห่วงอนาคตว่าจะเป็นยังไง แต่พอวันที่สองก็ดีขึ้น เพราะคนเยอะขึ้นของกินก็มีให้กินทั้งวัน” สุรชัย เล่า
สุรชัย บอกว่าที่ทำงานอยู่ติดกับโรงงานประกอบรถยนต์ฮอนด้าในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ โดยบริษัทให้หยุดงาน 1 สัปดาห์ ซึ่งยังรู้สึกเครียดกว่าหลังออกจากศูนย์อพยพแล้ว บริษัทจะจ้างต่อ หรือจะจ่ายเงินชดเชยหรือไม่ และหากไม่จ่ายจะทำอย่างไรต่อ
"ใจหนึ่งก็ห่วงบ้าน ใจหนึ่งก็ห่วงงาน แต่คิดดูแล้วก็คงไม่มีทางที่ดีกว่าหนีออกมา"สุรชัยเล่าปลงๆ พร้อมกับฟังข่าวน้ำทะลักเข้าเมืองนครสวรรค์ไปด้วย
ขณะที่ หนูแดง รื่นพิทักษ์ อายุ 53 ปี จาก ต.บ้านพลับ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ที่เพิ่งย้ายมาอยู่ที่ศูนย์ฯ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังจากน้ำท่วมบ้านถึง 2 เมตรอย่างรวดเร็วเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา “นั่งดูข่าวน้ำท่วมอยู่ตลอด ยังไม่เคยคิดว่าสักวันจะเข้ามาถึงบ้าน เพราะว่าบ้านอยู่สูง และอยู่คนละฝั่งจากแม่น้ำด้วย แต่เมื่อเช้าวันที่ 10 ต.ค.ตอนตี 3 กู้ภัยก็ประกาศว่าคันกั้นน้ำจะเอาไม่อยู่แล้ว ก็เลยโทร.หาลูกให้มารับมาส่งที่ธรรมศาสตร์” หนูแดงเล่าเหตุการณ์สดๆ ร้อนๆ ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
หนูแดงและครอบครัวไม่ได้หอบเครื่องมือเครื่องใช้อะไรติดไม้ติดมือมา เพราะหนีน้ำมาอย่างทุลักทุเล ด้วยตั้งแต่เกิดมาบ้านเธอยังไม่เคยมีน้ำท่วม และเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นหมู่บ้านตัวเองจมลงไปในพริบตา
เสียงของหนูแดงก็ไม่ต่างกับเสียงของสุรชัยที่ไม่มั่นใจว่าต้องอยู่ที่ศูนย์ฯนี้กี่วัน กี่อาทิตย์ หรืออีกกี่เดือน แต่ก็ดูมีความสุขกว่าจะต้องนั่งเฝ้าบ้านตัวเองต่อไปโดยไม่รู้อนาคต
อย่างไรก็ตาม ทางศูนย์พักพิงชั่วคราวแห่งนี้ ขอรับบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภคจำนวนมาก ดังนี้ 1.ถังน้ำ 2.กะละมัง 3.ขันน้ำ 4.ชุดชั้นใน (ทั้งผู้ชายและผู้หญิง) 5.ผ้าอ้อมเด็ก 6.เสื้อ 7.ผ้าห่ม 8.หมอน ขณะที่ข้าวปลาอาหารมีผู้บริจาคจำนวนมากแล้ว







