posttoday
สัมพันธ์ลึกการเมืองมัดตราสังแบงก์บัวหลวง

สัมพันธ์ลึกการเมืองมัดตราสังแบงก์บัวหลวง

19 กุมภาพันธ์ 2553

...ทีมข่าวการเงิน

ถ้าพูดถึงการเมืองกับธุรกิจการเงิน

ธนาคารกรุงเทพ มักเป็นชื่อแรกๆ ที่โดนลูกหลงเข้าไปเอี่ยว...

ถือว่าแนบแน่นไม่แพ้ธนาคารเก่าแก่อีกแห่ง ในละแวกถนนรัชโยธิน

ทั้งที่ธุรกิจธนาคารควรเป็นธุรกิจที่สร้างความน่าเชื่อถือให้ประชาชนมากสุด เพราะเอาเงินคนอื่นมาบริหาร แต่กลายเป็นว่าเมื่อเปลี่ยนขั้วการเมืองเมื่อใด ธนาคารพาณิชย์ไทยกลับมีชื่อเข้าไปนุงนังไม่ทางตรง ก็ทางอ้อม

โดยเที่ยงวันนี้กลุ่มคนเสื้อแดงจะขนกันมาปิดล้อมธนาคารกรุงเทพ โดยพุ่งเป้าไปที่ “พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์” ประธานองคมนตรี ซึ่งนั่งเป็นประธานคณะที่ปรึกษาธนาคารกรุงเทพ

รวมทั้งความพยายามโยงเช็คทำบุญที่ว่ากันว่ามีการโอนเงิน 1.8 ล้านบาท เข้าบัญชีของ พล.อ.เปรม จำนวน 2 ใบ ในปี 2546 และปี 2547

โดยสั่งจ่ายเป็นเช็คของธนาคารกรุงเทพ ลงชื่อ นางกัลยาณี พรรณเชษฐ ประธานกรรมการ บริษัท เอ็มเอ็มซี สิทธิผล ที่กลุ่มเสื้อแดงออกมาแฉโยงกันให้วุ่น

ยังไม่นับรวมกรณีที่ดินสนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ที่คนในตระกูลโสภณพนิชเป็นเจ้าของ ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้กล่าวหาว่าที่ดินกว่า 300 ไร่ รุกล้ำที่สาธารณะ

จริงๆ แล้วกรณีนี้ถูกแฉโดย “เนวิน ชิดชอบ” สมัยยังหวานชื่นกับ “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” ซึ่งช่วงนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังเขม่นกับตระกูลเลี่ยวไพรัตน์ ซึ่งเป็นลูกหนี้ธนาคารกรุงเทพ

ทำให้ธนาคารต้องถูกการเมืองขย่มโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว

แต่เรื่องทั้งหมดไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะใครๆ ก็รู้ว่าธุรกิจธนาคารกรุงเทพนั้น เป็นอาณาจักรของคนตระกูลโสภณพนิช

เกิดขึ้นและก่อตั้งโดย “ชิน โสภณพนิช” คุณพ่อเจ้าสัวชาตรี โสภณพนิช ประธานกรรมการธนาคาร ซึ่งเป็นบิดาของนายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ในปัจจุบัน

ขณะที่คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งอยู่ในฟากพรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นลูกสะใภ้ตระกูลนี้

โดยแต่งงานกับนายโชติ โสภณพนิช บุตรชายคนที่ 4 ของนายชิน

ส่วนนายโชตินั้น ก็เป็นพี่ชายคุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช

และต่อให้ธนาคารแห่งนี้จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน ในตลาดหลักทรัพย์ แต่ใครก็รู้ดีว่า คนที่บริหารงานข้างในไม่ใช่มือปืนรับจ้างที่ไหน แต่เป็นคนของตระกูลที่ทำงานกันถึงรุ่งเช้าแทบทุกวัน

ฉะนั้น ธนาคารกรุงเทพจึงตัดไม่ขาดจากธุรกิจความเป็นเจ้าของ ภาพของธนาคารกรุงเทพจึงมีฉากหลังสีฟ้าเต็มพรืด

กระทั่งปัจจุบันประชาธิปัตย์ได้ขึ้นเป็นรัฐบาล ธนาคารกรุงเทพจึงเป็นเป้านิ่งที่เข้าไปเกี่ยวพันกับการเมืองอย่างเลี่ยงไม่ได้ และสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มฝั่งตรงข้ามประชาธิปัตย์ โดยพุ่งเป้าไปที่คณะกรรมการธนาคารที่ต่างเป็นผู้มากบารมี

ในสมัยรัฐบาลขิงแก่ ธนาคารกรุงเทพก็ถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษจากกลุ่มต่อต้านคมช.

เพราะนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหารธนาคาร ถูกเทียบเชิญไปเป็นรองนายกรัฐมนตรี และรมว.อุตสาหกรรม ซึ่งก็มาจากคำแนะนำของป๋าเปรม ที่ส่งตรงถึง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น

ปัจจุบัน นายโฆสิตก็ได้กลับมานั่งเก้าอี้ตัวเก่าในธนาคาร เป็นสัญญาใจหลังเสร็จสิ้นภารกิจการเมือง

นั่นก็ยิ่งทำให้ธนาคารแห่งนี้มีกลิ่นการเมืองติดตัวในทุกรัฐบาล

แม้วันนี้นายโฆสิตจะกลับมาทำงานเป็นนายธนาคารเหมือนเดิม ไม่ได้เกี่ยวพันการเมือง แต่เจ้าตัวก็ยอมรับว่า โดยพื้นฐานธนาคารมีความสัมพันธ์ทางการเมือง แต่กลุ่มคนเสื้อแดงที่จะมาชุมนุมหน้าธนาคารนั้น คงทำอะไรไม่ได้ ต้องปล่อยไป และดูสถานการณ์

“ในส่วนของธนาคารก็คงไม่ทำอะไร หากจะมาชุมนุม เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ได้บอกว่าจะมาเพื่อทำอะไร” นายโฆสิต ระบุ

หากย้อนกลับไปดูประสบการณ์การรักษาความปลอดภัยของธนาคารแห่งนี้ ก็แทบไม่น่าเป็นห่วง

เพราะถนนสีลมเป็นเป้านิ่งเสมอมีเกิดการชุมนุม เช่นครั้งกลุ่มคนเสื้อเหลืองเดินขบวนมาที่ตึกซีพีขับไล่รัฐบาลทักษิณ การเฝ้าเวรยามของธนาคารก็เป็นไปตามปกติ

ที่สำคัญกลุ่มรักษาความปลอดภัยของธนาคารส่วนใหญ่ได้รับการฝึกมาอย่างดี ถือเป็นธนาคารเดียวก็ว่าได้ที่กลุ่มพนักงานรักษาความปลอดภัยสามารถพกอาวุธปืนได้อย่างถูกกฎหมาย

พล.อ.เปรม มาประชุมธนาคารเมื่อใด การรักษาความปลอดภัยก็ทำกันตามปกติ ไม่ได้เอิกเกริก

หากจะย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์เก่าๆ ความสัมพันธ์ด้านสีทางการเมืองกับธนาคารกรุงเทพ ก็ไม่ได้อยู่ข้างใดข้างหนึ่งจนเด่นชัด ซึ่งเป็นปกติของการทำธุรกิจที่ต้องปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมใหม่เพื่อความอยู่รอด

เพราะวันนี้ หากกลับไปถามคนธนาคารกรุงเทพ หรือกลับไปถามป๋า เชื่อว่ายังจำกันได้ว่า ธนาคารแห่งนี้ก็เคยต้อนรับ พ.ต.ท.ทักษิณ มาแล้ว

โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เป็นองค์ปาฐกเกียรติยศ ในงานปาฐกถาพิเศษ “ชิน โสภณพนิช อนุสรณ์” ที่ธนาคารได้จัดขึ้นครั้งที่ 5 เมื่อเดือนธ.ค. 2546 ซึ่งขณะนั้นเอง พล.อ.เปรม ก็เป็นคนที่ออกมาต้อนรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยตัวเอง

ครั้งนั้นใครได้ฟังจะรู้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ หยอดคำหวานทิ้งไว้กับธนาคารแห่งนี้ หากกรอเทปกลับไปฟังอีกครั้งอาจไม่เชื่อหู โดยเฉพาะความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงชินวัตรกับโสภณพนิชเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น

“ในวันที่ผมลำบาก เป็นนักธุรกิจ ผมไม่เคยได้รับแฮร์คัต (Hair Cut) เหมือนสมัยนี้ ตรงกันข้ามกลับไว้ลองแฮร์ (Long Hair) โดนทั้งดอกทั้งต้น แต่มีธนาคารกรุงเทพแห่งเดียวที่ยกหนี้ให้ผมในวันนั้น 7 แสนบาท ก็ถือได้ว่าเป็นธนาคารเดียวที่ผมได้รับในวันที่ลำบาก” พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวบนเวที

ครั้งนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ยังเปิดเบื้องลึกการเป็นหนี้บุญคุณเจ้าสัวชิน ผู้ก่อตั้งธนาคารกรุงเทพให้คนฟังได้ฮือฮาด้วยว่า

“ในชีวิตผมมีความเกี่ยวพันกับคุณชินทั้งทางตรงทางอ้อมอยู่ถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกวันที่ผมตัดสินใจที่จะเรียนต่อปริญญาเอก ในวันนั้น ผมไม่มีฐานะ แต่จะไปเรียนต่อต่างประเทศ จึงมีความคิดอยู่อย่างเดียวว่า ผมมองไปที่คุณชินว่าเรียนหนังสือมาก็น้อย แต่ก็ยังสามารถที่จะสร้างตัวเป็นนักธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ได้ ถ้าเรามีโอกาสเรียนถึงปริญญาเอก เราก็น่าจะมีโอกาสสร้างเนื้อสร้างตัวได้ นั่นคือความตั้งใจและบอกกับเมียว่า 100 ล้านก็น่าจะหาได้ เพราะขนาดคุณชินเรียนมาน้อย ไม่ได้จบอะไรยังมีตั้งหลายพันล้าน ก็เลยตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาเอก โดยมีความนึกถึงคุณชินขึ้นมาในวันนั้น

ครั้งที่ 2 ผมเป็นคนทำเรื่องร่วมกับคุณพินิจ จารุสมบัติ ซึ่งตอนนั้นทำธุรกิจ เสนอคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ขอปริญญาเอกดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ให้กับคุณชิน เพราะศรัทธาว่า ท่านขนาดเรียนหนังสือน้อย ยังมีความเก่งขนาดนี้ ก็น่าจะเป็นตัวอย่างเป็นกำลังใจของคนซึ่งได้ทุ่มเทและเป็นคุโณปการให้กับประเทศชาติ” พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว

ถึงวันนี้คนเสื้อแดงอาจมีความทรงจำอาจพร่าเลือน

ลืมวันหวานชื่นระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ กับธุรกิจขนาดใหญ่ที่ป้อยอกันจนเจ้าบ้านเคลิ้มเมื่อวันวาน

การบุกธนาคารกรุงเทพจึงเป็นเพียงเกมการเมือง เพื่อสร้างความปั่นป่วนให้กับชาวบ้าน และสร้างกระแสธุรกิจต้องเกรงกลัวม็อบ

เพราะระบบการเงินเปรียบเหมือนเส้นเลือดใหญ่มีผลต่อทุกภาคส่วนธุรกิจ หากธนาคารใหญ่ที่สุดของประเทศหยุดชะงัก ก็ไม่ต้องคิดว่าระบบการเงินในประเทศจะเป็นอย่างไร

เพียงแต่วันนี้ไส้ในระบบการเงินของธนาคารขนาดใหญ่อันดับหนึ่งของประเทศเข้มข้นเกินกว่าม็อบจะเข้าไปปั่นป่วนเล่นได้ง่าย

ผลสุดท้ายของการชุมนุมก็คือความวุ่นวายของคนละแวกนั้น ที่ไม่มีผลอะไรต่อธนาคารเลย!!!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท