
วิกฤตน้ำท่วมประเทศไทย
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานการณ์อุทกภัยน้ำท่วมได้ส่งผลกระทบกับประชาชนทั้งประเทศ ถึงขั้น ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานการณ์อุทกภัยน้ำท่วมได้ส่งผลกระทบกับประชาชนทั้งประเทศ ถึงขั้น ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
ต้องออกแถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า กำลังก้าวเข้าสู่ขั้นวิกฤตรุนแรงในรอบหลายปีที่ผ่านมา ปริมาณน้ำที่เกิดขึ้นได้กระทบ 59 จังหวัด กระทบรุนแรงไม่ต่ำกว่า 28 จังหวัด อยู่ระหว่างฟื้นฟู 32 จังหวัด มีประชาชนเสียชีวิตแล้ว 252 คน
“ปริมาณน้ำเพิ่มมากเทียบเท่าอุทกภัยใหญ่เมื่อปี 2538 เพราะปริมาณน้ำเข้ามามากเป็นพิเศษเกินคาดหมาย ทำให้ปริมาณน้ำทุกเขื่อนสูงขึ้นเกิน 100% ความจำเป็นเร่งด่วนขณะนี้ คือเร่งระบายน้ำลงทะเลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนมวลน้ำใหม่จะลงมา มวลน้ำจากภาคเหนือตอนบนกว่า 7,000 ล้านลูกบาศก์เมตรจะเข้ามาสมทบ” ยิ่งลักษณ์ กล่าว
ขณะเดียวกัน ยิ่งลักษณ์ เรียกประชุมรัฐมนตรีและตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์สนับสนุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัยและดินโคลนถล่ม (ศอส.) กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม พร้อมกันนี้ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) โดยให้ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม เป็นผู้อำนวยการ ซึ่งจะใช้พื้นที่ของท่าอากาศยานดอนเมืองเป็นศูนย์อำนวยการ
“ภารกิจเร่งด่วนที่เราต้องดำเนินการในขณะนี้ คือ การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ดูแลการจัดส่งอาหารเครื่องอุปโภคบริโภคให้ทั่วถึง และเตรียมการเตือนภัยแก่พี่น้องประชาชนหากมีความจำเป็นต้องอพยพออกจากพื้นที่” พล.ต.อ.ประชา ระบุ
สำหรับพื้นที่ที่ประสบภัยหนักที่สุดหนีไม่พ้น จ.พระนครศรีอยุธยา เพราะแม่น้ำเจ้าพระยาทะลักพังกำแพงกั้นน้ำเข้าสู่นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนครเสียหายอย่างหนัก สร้างความแตกตื่นให้กับประชาชน โดยเฉพาะชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่รอบเกาะเมืองในเขต อ.พระนครศรีอยุธยา ไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นคน ต้องอพยพหนีน้ำท่วมอลหม่าน
นอกจากนี้ ถนนสายเอเซีย ช่วงบาง ปะหันอ่างทอง ตั้งแต่ กม.2140 การจราจรเป็นอัมพาตทั้งขาเข้าและขาออกยาวกว่า 30 กิโลเมตร เนื่องจากน้ำท่วมสูงกว่า 50 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่ทางหลวงเปิดให้บริการแค่ 1 ช่องทางเพื่อความปลอดภัย
ส่วนพื้นที่กรุงเทพมหานคร ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ประชุมแก้ไขปัญหาอุทกภัยและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เขตหนองจอกและพื้นที่ใกล้เคียง โดยสถานการณ์น้ำล่าสุดพบว่าปริมาณน้ำในคลองแสนแสบ คลอง 9 คลอง 10 คลอง 11 คลอง 14 และคลองแยกต่างๆ ยังคงมีปริมาณน้ำที่สูงขึ้น เนื่องจากน้ำเหนือและน้ำฝนที่มีปริมาณค่อนข้างมาก
“คาดว่าช่วงวันที่ 15-17 ต.ค. จะมีน้ำทะเลหนุนสูง อาจมีน้ำเหนือและน้ำฝนเข้ามาสมทบ ทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีก ซึ่ง กทม.จะเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุดผ่านทางประตูระบายน้ำ 3 แห่ง ได้แก่ ประตูระบายน้ำทวีวัฒนา ประตูระบายน้ำประเวศ ประตูระบายน้ำแสนแสบ” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว
ทิ้งท้ายด้วยประเด็นทางการเมืองเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างกองทัพกับรัฐบาล ภายหลังมีความพยายามของพรรคเพื่อไทยที่ต้องการแก้ไข พ.ร.บ.การจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551 เพื่อเปิดช่องทางให้ฝ่ายการเมืองเข้าไปมีส่วนร่วมกับการโยกย้ายนายทหารมากขึ้นในฐานะผู้บังคับบัญชากองทัพ
“ขอร้องอย่ามากดดันกองทัพ ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน เพราะกองทัพทำงานตลอด การมี พ.ร.บ.การจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551 เป็นประโยชน์ต่อกองทัพ เพื่อให้ดูแลกันเองด้วยหลักคุณธรรมและธรรมาภิบาล ถ้ากองทัพตั้งคนไม่ได้ หรือสั่งกันไม่ได้ ก็อาจไม่ทันการณ์ในภารกิจสำคัญ” ท่าทีแข็งกร้าวจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก







