posttoday
จับตามหาภัยพิบัติ ใต้ฝุ่น ถล่มกรุง

จับตามหาภัยพิบัติ ใต้ฝุ่น ถล่มกรุง

09 ตุลาคม 2554

การเปลี่ยนแปลงภาวะภูมิอากาศโลก ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประเทศไทยมากขึ้นทุกขณะ

การเปลี่ยนแปลงภาวะภูมิอากาศโลก ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประเทศไทยมากขึ้นทุกขณะ

โดยเฉพาะปรากฏการณ์ลานินญา หรือความผกผันของกระแสอากาศโลกบริเวณเส้นศูนย์สูตรเหนือมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเกิดขึ้นถี่ขึ้นจากเดิม 4 ปี 6 เดือน จึงจะเกิดสักครั้ง แต่ขณะนี้กลับเกิดขึ้นในระยะทุกๆ 2 ปี 6 เดือน และอาจมีระยะเวลายาวนานขึ้น

ปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้ นักวิชาการด้านภัยพิบัติเฝ้าติดตามด้วยความกังวลใจว่าอาจทำให้เกิดมหาภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะพายุที่เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย ผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นไหหม่า และพายุโซนร้อนนาลแก ที่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศเวียดนาม ส่งผลต่อปริมาณฝนในประเทศที่มากขึ้น จนเขื่อนใหญ่อย่างเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ ต้องเปิดประตูระบายน้ำฉุกเฉินเพื่อระบายน้ำออกให้มากที่สุด เพื่อรองรับน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนในปริมาณที่ไม่น้อยไปกว่าน้ำที่ระบายออก ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาประสบอุทกภัยหนักที่สุดในรอบหลายสิบปี

จับตามหาภัยพิบัติ ใต้ฝุ่น ถล่มกรุง

 

ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล หัวหน้าหน่วยศึกษาพิบัติภัยและข้อสนเทศเชิงพื้นที่ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า สภาพความชื้นและลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ขณะนี้ ใกล้เคียงกับเมื่อครั้งเกิดมหาวิบัติภัยตะลุมพุก จ.นครศรีธรรมราช เมื่อปี 2505 และพายุเกย์เมื่อปี 2532 เมื่อผนวกปรากฏการณ์ลานินญา อุณหภูมิน้ำในทะเลจีนใต้ ความชื้น ลมมรสุม และช่วงของการเปลี่ยนฤดูกาลเข้าด้วยกัน ทำให้สภาพดังกล่าวเอื้อให้เกิดพายุในทะเลจีนใต้อย่างเต็มที่ เพียงแต่ยังไม่รู้วันก่อตัวเท่านั้น และประเทศไทยต้องเริ่มระวังตั้งแต่วันนี้

แม้พายุโซนร้อนนาลแกจะผ่านไป แต่ใช่ว่าจะหมดความเสี่ยง ธนวัฒน์ บอกว่า ยังมีพายุที่กำลังก่อตัวอยู่เหนือประเทศฟิลิปปินส์ แต่ก็ยังไม่น่ากังวลมากนัก เพราะเป็นเพียงกลุ่มเมฆที่ไม่ทราบว่าจะมีกำลังมากเพียงใด และคงไม่ส่งผลกระทบกับประเทศไทยมากนัก อย่างไรก็ตาม ยังไม่ควรชะล่าใจ เนื่องจากยังคงมีโอกาสเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อจนถึงวันที่ 16 ต.ค. และอาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน

“ยังอาจเป็นไปได้ที่ช่วงนี้อาจมีพายุไต้ฝุ่นผ่านเข้ามายังกรุงเทพฯ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในปี 2496 ที่พายุไต้ฝุ่นเว้ผ่านเข้ามา และในปี 2526 ที่พายุไต้ฝุ่นคิมพัดผ่านมายังใจกลางกรุงเทพฯ พอดี ทั้งสองครั้งอยู่ในช่วงเดือน ต.ค. จากการศึกษาปรากฏการณ์ลานินญา อุณหภูมิน้ำในทะเลจีนใต้และลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ก็พบว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น และหากเกิดขึ้นจริงน้ำจะท่วมหนักกว่าในปี 2526 แน่นอน เพราะในครั้งนี้มีน้ำจากเหนือเข้ามาสมทบด้วย และกรุงเทพฯ อาจต้องจมใต้น้ำเป็นเวลานานกว่าปกติ”

ขณะที่ รอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศ ทรัพยากรน้ำและการเกษตร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้พายุที่มีสิทธิจะเข้าประเทศไทยนั้นมีอยู่ 2 ลูก แถบประเทศฟิลิปปินส์ แต่ยังคงต้องคำนวณวันต่อวันว่าจะเข้ามาหรือไม่ โดยส่วนตัวเห็นว่าลูกแรกนั้นมีแนวโน้มจะขึ้นไปเหนือประเทศไทยมากกว่า ส่วนอีกลูกยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าจะเข้าหรือไม่ ซึ่งหากเข้าจริงก็คงมีความเสียหายค่อนข้างมาก เพราะขณะนี้เองก็มีน้ำขังมากอยู่แล้วที่ยังระบายออกไม่หมด

การเตรียมเผชิญหน้ากับความเสี่ยงครั้งนี้ธนวัฒน์ และรอยล มีความเห็นสอดคล้องกัน คือ เร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด และจำเป็นที่จะต้องใช้คูคลองระบบระบายน้ำของ กทม. เพราะหากจะพึ่งคลองรพีพัฒน์เพื่อให้น้ำไหลออกไปทางด้านตะวันออกลงแม่น้ำนครนายกเพื่อลงแม่น้ำท่าจีน และไหลลงสู่อ่าวไทยเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ

“ดูจากการปล่อยน้ำของเขื่อนภูมิพลที่มากกว่า 105 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวันแล้ว คงเลี่ยงภาวะน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ได้ค่อนข้างลำบาก และหากจะปล่อยให้ผ่านคลองรพีพัฒน์ออกไปอย่างเดียวก็คงจะเอาไม่อยู่แน่นอน เพราะฉะนั้นวิธีที่สำคัญ คือ คงต้องปล่อยให้น้ำเข้าใจกลางกรุงเทพฯ และผ่านออกไปให้เร็วที่สุดเพื่อออกไปยังอ่าวไทยช่วง จ.สมุทรปราการ และทางออกทะเลทางอื่นทุกวิถีทาง” รอยล กล่าว  

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ