
ผืนทะเลหดแคบ ผืนชีวิตหดสั้น ฟังเสียงหายใจของชาวเลอันดามัน
น้ำทะเลใสสีเขียวจางๆ มองเห็นผืนทราย ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียวครามเข้มขึ้นเมื่อเรือแล่นไกลออกจากฝั่ง
น้ำทะเลใสสีเขียวจางๆ มองเห็นผืนทราย ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียวครามเข้มขึ้นเมื่อเรือแล่นไกลออกจากฝั่ง
โดย..ภาสกร จำลองราช [email protected]
น้ำทะเลใสสีเขียวจางๆ มองเห็นผืนทราย ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียวครามเข้มขึ้นเมื่อเรือแล่นไกลออกจากฝั่ง จนกระทั่งมาจอดตรงจุดหมายในทะเลลึกซึ่งมองเห็นแหลมพรหมเทพอยู่ไม่ห่างนัก
ลุงหนุ่ย ลุงขาว และนายเลิศ ต่างหยิบสายยางใต้ท้องเรือออกมาคนละขด มันเป็นชนิดเดียวกับสายยางที่ใช้รดน้ำต้นไม้ พวกเขานำมันเสียบเข้ากับหน้ากากดำน้ำอย่างคล่องแคล่ว ท่ามกลางคลื่นใหญ่ลูกแล้วลูกเล่าที่ทำให้เรือโอนเอียงตลอดเวลา ที่เอวทุกคนมีเข็มขัดตะกั่วหนัก 5 กิโลกรัม สำหรับถ่วงน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น จากนั้นทั้งสามคนพากันกระโดดดำดิ่งจมหายไปในท้องน้ำสีคราม มีเพียงเสียงเครื่องปั๊มลมและเพื่อนๆ ที่เฝ้ารออยู่บนเรือ
สายยางไหลลึกลงทะเลเกือบ 30 เมตร จึงหยุดนิ่ง
ลุงหนุ่ยและเพื่อนๆ ทั้งที่โดดลงน้ำและที่ทำหน้าที่อยู่บนเรือเป็นชนชาวเล กลุ่มอูรักลาโว้ย ซึ่งอาศัยอยู่ในชุมชนหาดราไวย์ จ.ภูเก็ต โดยพวกเขายังคงยึดอาชีพจับปลาเช่นเดียวกับบรรพบุรุษ เพียงแต่ในอดีตปลาที่ได้นำมากินและแลกเปลี่ยนเป็นข้าวของเครื่องใช้เท่านั้น แต่ปัจจุบันปลาทุกตัวถูกติดราคาเหมือนมีบาร์โค้ด เพราะทุกสิ่งทุกอย่างในเมืองภูเก็ตต่างเป็นเงินเป็นทองไปหมดตามกระแสการท่องเที่ยวที่โถมกระหน่ำ
ลุงหนุ่ยเกิดแถวเกาะอาดังหลีเป๊ะ จ.สตูล แต่วิถีชีวิตชาวเลที่เชื่อมร้อยตามประสาเครือญาติกันทั่วอันดามัน ทำให้ชีวิตแกมาตกผลึกอยู่ราไวย์เมื่อ 16 ปีก่อน
แกและเพื่อนๆ หาปลาโดยการวางลอบและวางเบ็ด
การวางลอบของชาวเลแตกต่างจากลอบของประมงพื้นบ้านทั่วไป เพราะเป็นการวางในน้ำลึก 2030 เมตร โดยเป็นลอบขนาดใหญ่ ซึ่งการไปกู้แต่ละครั้งต้องดำน้ำลงไปดู ไม่ใช่ดึงลอบขึ้นมาบนเรือ
หากไม่ใช่ชนที่ดำน้ำอึดและคล่องแคล่วเหมือนแมวน้ำอย่างชาวเลแล้ว ก็ยากที่จะทำเช่นนี้ได้ ซึ่งความสามารถพิเศษเช่นนี้ของชาวเล บางครั้งได้ตกเครื่องมือให้นายทุนเรือประมงใช้เป็นช่องทางตักตวงผลประโยชน์โดยมิชอบ เช่น การระเบิดปลาแล้วใช้ชาวเลดำจับ หรือการจ้างชาวเลดำปลิงในน่านน้ำประเทศอื่นที่อุดมสมบูรณ์
ยิ่งทุกวันนี้ทุกคืบทุกศอกของทะเลอันดามันต่างถูกจับจองเป็นเจ้าของหมด ถ้าไม่เป็นกรรมสิทธิ์ของธุรกิจเอกชน ก็เป็นธุรกิจของรัฐที่มีกฎหมายเป็นเครื่องมือ ทุกคนที่มาใหม่ต่างแบ่งสันปันส่วน ชายหาด ท้องทะเล เกาะต่างๆ กันถ้วนหน้า ยกเว้นชาวเลซึ่งอยู่มานับร้อยนับพันปีเท่านั้น ที่ไม่มีส่วนแบ่งนี้เลย ขนาดที่ซุกตัวหัวนอนพวกเขาก็ยังแทบประคับประคองเอาไว้ไม่ได้
แม้กระทั่งที่ดินฝังศพและทำพิธีกรรมตามความเชื่อเก่าแก่ก็ถูกรุกรานจนเกือบไม่มีที่ตาย
อันดามันที่เคยกว้างใหญ่กลับหดแคบเหลือนิดเดียวสำหรับชาวเล เช่นเดียวกับวิถีชีวิตของพวกเขาที่หดสั้นลงทุกวัน
หายไปราว 15 นาที ลุงหนุ่ยและเพื่อนก็ลอยขึ้นมาพร้อมกับ “ปลามง” ขนาดใหญ่ตัวละ 34 กิโลกรัม
วันนี้พวกเขาไม่ได้มาจับปลาเพื่อไปขาย แต่เพื่อนำไปเป็นของขวัญให้ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมที่เดินทางมาร่วมงานวันรวมญาติชาติพันธุ์ชาวเลครั้งที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นที่ชุมชนหาดราไวย์
ปลามงทั้งสองตัวเป็นปลาล่อที่ลุงหนุ่ยเก็บไว้ในลอบหลายวันแล้ว เพื่อเป็นตัวล่อให้ปลาตัวอื่นๆ เข้าลอบ แต่วันนี้เป็นวันพิเศษ แกจึงยอมสละปลาพิเศษเพื่อคนพิเศษ ซึ่งหากนำไปขายน่าจะได้ราคาไม่ต่ำกว่าพันบาท
“ดีใจที่เขามาร่วมจัดงานวันชาวเล เพราะเท่ากับเป็นการยอมรับพวกเรา ก่อนสึนามิแทบจะไม่เคยมีใครสนใจและรู้จักพวกเราเลย” ลุงหนุ่ยเพิ่งขึ้นจากการดำน้ำ แต่ไม่มีอาการเหนื่อยให้เห็น ยิ่งเมื่อพูดถึงการจัดงาน ความกระตือรือร้นยิ่งฉายออกมา
ชุมชนชาวเลหาดราไวย์มีทั้งชาวอูรักลาโว้ย มอแกน และมอแกลน ซึ่งอยู่กันมาเนิ่นนานนับร้อยปี แต่วันดีคืนดีกลับมีนายทุนเอาที่ดินไปออกเอกสารสิทธิและอ้างความชอบธรรมตามกฎหมาย ซึ่งหน่วยงานหลายแห่งทั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่รัฐตั้งขึ้นต่างเข้าไปตรวจสอบและผลออกมาคล้ายๆ กัน คือ ยอมรับว่าชาวเลเป็นผู้อยู่ก่อน แต่สุดท้ายก็ไม่มีดาบอาญาสิทธิ์เล่มไหนที่ตัดสินตามความถูกต้องชอบธรรมมากกว่าว่ากันตามใบเอกสารสิทธิที่มีเบื้องหลังอันขมุกขมัว
“เดี๋ยวนี้มันหากินลำบาก ไปจอดเรือที่ไหนเขาก็ไล่ ยิ่งตามเกาะที่มีรีสอร์ตหรือโรงแรม เขาไม่อยากให้เราเข้าใกล้หรอก” ลุงหนุ่ยและชาวเลกลายเป็นส่วนเกินในบรรยากาศของการท่องเที่ยว ยิ่งเจอนักท่องเที่ยวต่างชาติบางส่วนที่ “กระแดะ” อิงกระแสอนุรักษ์ พวกแกเลยกลายเป็นมารร้ายที่บังอาจทำลายทรัพยากรในทะเล
“ปลาจะหมดก็เพราะเรืออวนลากมากกว่า มันน่าเป็นห่วงจริงๆ เขาเล่นมาลากกันใกล้ๆ ฝั่ง ใช้อวนตาถี่ๆ ปลาเล็กปลาน้อยติดหมด พอไม่มีปลาเล็ก ก็ไม่มีปลาใหญ่” ผู้อาวุโสอูรักลาโว้ยเชื่อด้วยประสบการณ์ ซึ่งเป็นปัญหาเดียวกับที่ชาวประมงพื้นบ้านทั่วทุกแห่งพยายามเรียกร้องให้มีการแก้ไข แต่สถานการณ์กลับไม่ดีขึ้นเลย เพราะเจ้าของธุรกิจเรืออวนลากอวนรุนขนาดใหญ่ส่วนมากเป็นนายทุนทรงอิทธิพลในประเทศนี้ โดยเฉพาะหลายคนเป็นนักการเมืองระดับรัฐมนตรี
“เราอยู่ทะเลมาตั้งแต่เกิด จะให้เราไปทำอะไร” ลุงหนุ่ยตั้งคำถามเหมือนกับชาวเลทั่วไป ที่รู้สึกอึดอัดหากต้องเปลี่ยนอาชีพไปรับจ้างทำงานบนบก แม้หลายคนพยายามปรับตัว แต่สุดท้ายก็ยอมกลับมาอดมื้อกินมื้ออยู่ในทะเลดีเหมือนเดิม
เด็กๆ ที่เล่นน้ำริมหาดทำท่าวิ่งไล่จับปลามง 2 ตัว ถูกปล่อยคืนทะเลอีกครั้ง หลังจากชาวบ้านมอบให้ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และท่านใจดีปล่อยมัน แต่มีเสียงปรามจากผู้ใหญ่ ทำให้เด็กๆ ได้แต่มองตามปลาที่พยายามว่ายสู่ทะเลลึกด้วยตาปริบๆ
เสียงปราศรัยภายในงานพูดถึงความสำคัญของชาวเลดังกระหึ่มเป็นระยะๆ ผู้มีอำนาจหลายคนต่างตกปากรับคำจะแก้ไขสารพันปัญหาให้ชาวบ้าน
ขณะที่ชาวราไวย์ยังคงตกอยู่ในเงาสลัวทุกค่ำคืน
แสงไฟนีออนเจิดจ้าอยู่รอบๆ ชุมชนชาวเลมาช้านาน แต่ภายในชุมชนมีเพียงแสงเทียนเล็กๆ ที่ชาวบ้านแต่ละหลังช่วยกันจุดเพื่อให้มีแสงสว่างพอมองเห็น
วิถีชีวิตอันเรียบง่ายของยิปซีแห่งอันดามันยังคงดำเนินต่อไป ท่ามกลางกระแสคลื่นที่โถมกระหน่ำ @
ล้อมกรอบ
คำประกาศเนื่องวันรวมญาติชาติพันธุ์ชาวเลครั้งที่ 2
การจัดงานวันรวมญาติพันธุ์ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2425 ก.ย. ที่บริเวณริมหาดราไวย์ จ.ภูเก็ต ได้มีพวกเราทั้งมอแกน มอแกลน และอูรักลาโว้ย กว่า 1,500 คน เดินทางมาจาก 5 จังหวัดอันดามัน คือ สตูล กระบี่ พังงา ภูเก็ต และระนอง มาร่วมงาน ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จด้วยดี โดยเฉพาะพวกเราจำนวนมากต่างได้พบเจอญาติพี่น้องที่ไม่ได้ไปมาหาสู่กันมานาน นอกจากนี้ภายในงานพวกเรายังได้มีการปรึกษาหารือกันถึงสถานการณ์ในปัจจุบันและอนาคตของพวกเราที่นับวันยิ่งถูกคุกคามรุนแรงขึ้น จนหวั่นเกรงว่าอนาคตชนพื้นเมืองดั้งเดิมในอันดามันของพวกเราจะสูญสิ้นชนเผ่าพันธุ์ หากผู้ที่เกี่ยวข้องยังไม่ร่วมกันแก้ไข
นอกจากพวกเราที่มาร่วมงานในครั้งนี้แล้ว ยังมีนักวิชาการ คณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป ข้าราชการระดับต่างๆ นักการเมือง นักพัฒนา และผู้ทรงคุณวุฒิอีกจำนวนหนึ่ง ที่ได้เข้าร่วมระดมความคิดเห็นหาทางออกด้วยเช่นเดียวกัน
ประเด็นที่ได้มีการพูดคุยกันอย่างกว้างขวาง คือ เรื่องมติคณะรัฐมนตรีเรื่องการฟื้นฟูวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชาวเล ซึ่งออกมาตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย. 2553 แต่ปรากฏว่าผ่านไปแล้วกว่า 1 ปี มติดังกล่าวกลับไม่มีผลในทางปฏิบัติอย่างจริงจัง ทำให้สถานการณ์การถูกคุกคามด้านต่างๆ ของชาวเลยังไม่ลดน้อยลงเลย ในทางตรงกันข้ามกลับรุนแรงขึ้น ดังนั้นพวกเราจึงมีข้อเสนอดังนี้
1.กรณีสิทธิในที่ดินของพวกเรา ซึ่งประสบปัญหาถูกบุกรุกและอ้างสิทธิครอบครองโดยใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ ทำให้พวกเราขาดความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและที่ดิน อยู่กันอย่างยากลำบากทั้งๆ ที่อยู่กันมาเนิ่นนานตั้งแต่บรรพบุรุษ บางพื้นที่เป็นที่ดินซึ่งได้รับพระราชทาน แต่กลับถูกนายทุนนำไปออกเอกสารสิทธิและขับไล่พวกเราออกจากพื้นที่ บางชุมชนก็ถูกรัฐบาลประกาศเป็นเขตอนุรักษ์โดยไม่สนใจชาวเลที่อยู่ดั้งเดิม ดังนั้นจึงควรมีการแก้ไขอย่างเร่งด่วนโดย
1.1 ในส่วนของที่ดินของพวกเราที่ถูกประกาศทับโดยหน่วยงานของภาครัฐนั้น ขอให้รัฐมีการทบทวนการประกาศเขตอนุรักษ์ดังกล่าว โดยกันแนวเขตชุมชนและคืนสิทธิในรูปของโฉนดชุมชนให้พวกเราได้มีวิถีชีวิตอย่างเดิม
1.2 ที่ดินที่ถูกนายทุน เอกชนบุกรุก ขอให้รัฐสนับสนุนให้มีกระบวนการพิสูจน์การออกเอกสารสิทธิ โดยตั้งคณะกรรมการกลางที่มีอำนาจเข้ามาตรวจสอบโดยการมีส่วนร่วมของชาวบ้าน หรือขอให้มีการเจรจาอย่างมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกันระหว่างผู้ครอบครองกรรมสิทธิ์และชุมชน นอกจากนี้หากพบว่ามีการออกโดยมิชอบควรคืนสิทธิในที่ดินให้กับพวกเรา ซึ่งพวกเราต้องการสร้างเป็นพื้นที่สิทธิร่วมของพวกเรา
2.ปัจจุบันพวกเรามีประสบการณ์ที่สร้างความเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมีนายทุนบุกรุกและแอบอ้างเอกสารสิทธิในพื้นที่สุสานหรือเปลวและที่ประกอบพิธีกรรม ซึ่งจากการสำรวจพบว่ามีสุสานอย่างน้อย 15 แห่ง ที่กำลังถูกยึดครอง ดังนั้นรัฐบาลควรเร่งเข้ามาตรวจสอบพื้นที่และทำแนวรั้ว พร้อมประกาศให้เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา
3.กรณีพื้นที่ทำมาหากินทางทะเลของพวกเราถูกครอบครองและควบคุมจากหน่วยงานรัฐและธุรกิจการท่องเที่ยว จนทำให้พวกเราต้องประสบความเดือดร้อนอย่างหนัก หลายคนต้องถูกจับกุมและยึดเรือ รวมทั้งอุปกรณ์หากินทางทะเลอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งเรื่องนี้ควรหาทางออกโดยการตั้งคณะกรรมการร่วมในแต่ละจังหวัด เพื่อหาแนวทางในการทำข้อตกลงให้พวกเราเข้าไปทำกินตามวิถีชีวิตที่ดำเนินมาช้านาน และระหว่างที่ถูกจับกุม
4.รัฐบาลควรจัดตั้งกองทุนขึ้นมาเพื่อฟื้นฟูวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชาวเล โดยเฉพาะการจัดงานวันรวมญาติชาติพันธุ์ตามมติคณะรัฐมนตรี
5.ปัจจุบันมีชาวเลอยู่จำนวน 663 คน ที่ยังไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน ดังนั้นกรมปกครองและกร







