posttoday
ศอส.เตือน ภาคกลางตอนล่างรับมือน้ำล้นตลิ่ง

ศอส.เตือน ภาคกลางตอนล่างรับมือน้ำล้นตลิ่ง

07 ตุลาคม 2554

ศอส.เตือน 6 จังหวัด เฝ้าระวัง ดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก พร้อมกำชับภาคกลางตอนล่างรับมือระดับน้ำล้นตลิ่ง

ศอส.เตือน 6 จังหวัด เฝ้าระวัง ดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก พร้อมกำชับภาคกลางตอนล่างรับมือระดับน้ำล้นตลิ่ง

นายพระนาย สุวรรณรัฐ รักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัยและดินโคลนถล่ม (ศอส.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีพื้นที่ประสบอุทกภัย 28 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี อุบลราชธานี ขอนแก่นศรีสะเกษ สุรินทร์ ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี เชียงใหม่ ร้อยเอ็ด ลำปาง เลย นครราชสีมาและบุรีรัมย์ รวม 212อำเภอ 1,523 ตำบล 11,268 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 826,749 ครัวเรือน 2,696,521 คน ผู้เสียชีวิต 252 ราย สูญหาย 3 ราย พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย 7,528,805 ไร่ พื้นที่เพาะเลี้ยง สัตว์น้ำ บ่อปลา 105,963 บ่อ สัตว์ได้รับผลกระทบ 8,511,689 ตัว น้ำท่วมเส้นทางไม่สามารถสัญจรผ่านได้รวม 208 สาย แยกเป็น ทางหลวง 54สาย ใน 14 จังหวัด ทางหลวงชนบท 154สาย ใน28 จังหวัด

สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำต่างๆลุ่มน้ำปิง ลุ่มน้ำวัง ลุ่มน้ำยม ลุ่มน้ำสะแกกรัง สถานการณ์น้ำอยู่ในระดับทรงตัว ขณะที่ลุ่มน้ำมูล ลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำท่าจีน ลุ่มน้ำปราจีนบุรี ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น สำหรับลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ 4,596 ลบ.ม./วินาที เขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณไหลผ่าน 3,619 ลบ.ม./วินาที ปริมาณน้ำไหลผ่านที่อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 3,567 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำใน 10 จังหวัดที่อยู่ริมแม่น้ำ ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาทสิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ปทุมธานี และนนทบุรี ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำล้นตลิ่งที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น สำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ยังอยู่ในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์มี เขื่อนแควน้อย มีปริมาณน้ำเกือบเต็มความจุ99 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำ 135 เปอร์เซ็นต์

นายพระนาย กล่าวเตือนว่า ในระยะนี้ร่องฝนเลื่อนตัวพาดผ่านพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออก ทำให้พื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ใน 6 จังหวัด ได้แก่ ตาก (อำเภอแม่ระมาด และอำเภอแม่สอด )กำแพงเพชร (อำเภอขาณุวรลักษบุรี และอำภอ คลองลาน)ราชบุรี(อำเภอสวนผึ้ง และอำภอบ้านคา)เพชรบุรี (อำเภอหนองหญ้าปล้อง)จันทบุรี(อำเภอขลุง และอำเภอเขาคิชฌกูฏ) ตราด (อำเภอบ่อไร่ และอำเภอเกาะช้าง) เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มในระยะนี้ไว้ด้วย โดยให้หมั่นสังเกตสัญญาณความผิดปกติทางธรรมชาติ หากสถานการณ์วิกฤต จะได้อพยพหนีภัยได้อย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์น้ำ พบว่า สถานการณ์ในพื้นที่ภาคกลางตอนล่างยังค่อนข้างวิกฤต ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากมีการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพลวันละกว่า 100ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่พื้นที่ดังกล่าวมีสถานการณ์น้ำท่วมขังอยู่แล้ว คาดว่ามวลน้ำจากเขื่อนภูมิพล จะไหลมาสมทบกับมวลน้ำเดิมในพื้นที่ภาคกลางตอนล่างในระยะ 7 วันข้างหน้า ส่งผลให้สถานการณ์น้ำล้นตลิ่งมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงวันที่ 13–17 ตุลาคม2554(สูงสุดวันที่ 15- 17 ตุลาคม 2554)ช่วงวันที่ 26–31 ตุลาคม 2554(สูงสุดวันที่ 29-30ตุลาคม 2554) ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูงและมีน้ำเหนือไหลมาสมทบ หากมีฝนตกหนัก จะทำให้สถานการณ์น้ำล้นตลิ่งรุนแรงขึ้นนอกจากนี้ ในวันที่ 13-14 ตุลาคม 2554 ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์จะสูงถึง 5,500 ลบ.ม./วินาที ทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในช่วงวันที่ 15-16 ตุลาคม 2554 สูงถึง 4,100 ลบ.ม./วินาที ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของเขื่อนเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ สิงห์บุรี ชัยนาท อุทัยธานีอ่างทอง สระบรี ลพบุรีพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานีสุพรรณบุรีโดยเฉพาะจังหวัดลพบุรีและพระนครศรีอยุธยา ขยายวงกว้าง และระดับน้ำ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากปริมาณน้ำฝนและน้ำเหนือที่ไหลมาสมทบในช่วงดังกล่าว

ศอส.จึงได้กำชับให้จังหวัดพื้นที่ลุ่มริมแม่น้ำเจ้าพระยาและภาคกลางตอนล่างเตรียมพร้อมรับมือภาวะน้ำล้นตลิ่งเข้าขั้นวิกฤติ โดยเร่งเสริมแนวคันกั้นน้ำให้สูงขึ้นพร้อมตรวจสอบคันกั้นน้ำให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง เพื่อป้องกันคันกั้นน้ำพัง ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ที่อยู่ในแนวเขตป้องกัน โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจ โรงงานอุตสาหกรรมและพื้นที่สำคัญๆ ของจังหวัด ท้ายนี้ ประชาชนผู้ประสบภัยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ทางสายด่วนต่างๆ ดังนี้ เส้นทางหลวงแผ่นดิน 1586 รถไพ 1690 ตำรวจทางหลวง 1193 ขอรับการช่วยเหลือทางการแพทย์ 1669 ขอความช่วยเหลือจากเหตุสาธารณภัย สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท