posttoday
แผนพัฒนาชาติต้อง...จัดการระบบน้ำ

แผนพัฒนาชาติต้อง...จัดการระบบน้ำ

06 ตุลาคม 2554

ปัญหาสำคัญของการจัดการน้ำบ้านของประเทศไทยคือ ไม่เคยมีเจ้าภาพในการวางแผน และมองปัญหาภาพรวมของทั้งประเทศ

ปัญหาสำคัญของการจัดการน้ำบ้านของประเทศไทยคือ ไม่เคยมีเจ้าภาพในการวางแผน และมองปัญหาภาพรวมของทั้งประเทศ

โดย...สุภชาติ เล็บนาค

เรื่อง “การจัดการน้ำ” ถูกพูดถึงอย่างหนักหน่วงอีกครั้งในวันที่ “น้ำท่วม” จมเมืองแทบทั่วประเทศ ทำให้คนนับแสนคนไม่มีที่อยู่ หลายโครงการที่เคยถูกพูดถึงทุกปีที่เกิดน้ำหลากก็ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดซ้ำอีกครั้ง ตั้งแต่การก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นเรื่อยไปจนถึงขุดคูคลองเชื่อมแม่น้ำทั้งระบบ หรือขุดแม่น้ำเจ้าพระยา 2 แต่แล้วก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้ามากไปกว่าการแจก “ถุงยังชีพ” ให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน

ทางคลื่นวิทยุเอฟเอ็ม 101 เรดิโอ รีพอร์ต วัน ได้เชิญบุคคลแวดวงเกี่ยวกับการจัดการน้ำมาพูดคุยเพื่อหาทางออกร่วมกันถึงแผนการจัดการน้ำ ในอนาคต

“ปัญหาสำคัญของการจัดการน้ำบ้านเราคือ ไม่เคยมีเจ้าภาพในการวางแผน และมองปัญหาภาพรวมของทั้งประเทศ เรามีทั้งกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมโยธาธิการและผังเมือง ฯลฯ แต่พอเกิดเหตุการณ์อุทกภัยแต่ละครั้ง ถึงจะมาทำงานร่วมกัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยคุยกันมาก่อน พอเป็นอย่างนี้จะสั่งงานข้ามกันก็ไม่ได้ จะวางแผนแก้ปัญหาระยะยาวก็ไม่ได้เช่นเดียวกัน” ศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ระบุ

แผนพัฒนาชาติต้อง...จัดการระบบน้ำ

ศรีราชา บอกว่า แม้จะมีการพูดกันมาตลอดว่าจะต้องมี “หน่วยงานกลาง” สักแห่งเข้ามาวางระบบน้ำในภาพรวม แต่ก็ยังไม่เคยเกิดขึ้น ตั้งแต่การวางผังการจัดการน้ำในภาพรวม การปิด-เปิดประตูระบายน้ำ หรือการขุดอ่างเก็บน้ำ โดยให้มีอำนาจเหนือทุกกรมและนักการเมืองท้องถิ่นในขณะนี้ เพราะลุ่มน้ำอื่นอาจมีอำนาจการเมืองมากกว่าเลยเปิดไม่ได้

“แม้จะมีกฎหมายผังเมือง แต่ในทางปฏิบัติแล้วมันไม่เคยเป็นไปตามนั้นเลย หลายที่ที่ถนนหรือสิ่งปลูกสร้างไปขวางทางน้ำ หรือไปสร้างในที่ว่างที่ควรจะเป็นอ่างเก็บน้ำ เพราะมีอิทธิพลอื่นครอบงำผังเมืองได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ท่วมทีก็ขังนาน เพราะน้ำมันไม่มีที่ไป” ศรีราชา ชี้ให้เห็นปัญหา

ขณะที่ เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยภัยธรรมชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต ก็เห็นสอดคล้องกันว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสาธารณูปโภคพื้นฐานไม่เคยได้ประสานงานกัน ทำให้ได้เห็นชาวบ้านทะเลาะกันเรื่องคันกั้นน้ำ หรือเรื่องระบายน้ำจากที่นี่ไปท่วมที่อื่น ทั้งที่พอเข้าฤดูน้ำหลากก็สามารถประเมินได้แล้วว่าจะมีน้ำมากหรือไม่ หรือจะทำนาปรังได้หรือไม่ เรื่อยไปจนถึงการสร้างความตื่นตัวของประชาชนหากเกิดภัยพิบัติ

“เราต้องมีแผนว่าหากเกิดภัยพิบัติแล้ว จะเดินไปทางไหนต่อ ไม่ใช่แก้ไปทีละเปลาะ อย่างกรณีประตูระบายน้ำบางโฉมศรีนั้น พอมันพังลง สรรพกำลังทุกอย่างของรัฐไปรวมกันตรงนั้นหมด และพยายามสู้กับน้ำอย่างเดียว ซึ่งผมบอกได้เลยว่าไม่มีทางสู้ได้ ควรจะไปเร่งอพยพคนที่อยู่ใต้ประตูระบายน้ำ หรือหาที่ให้ประชาชนไปอยู่มากกว่า เพราะตอนนี้คนนอนกันข้างถนนเต็มไปหมด” อาจารย์เสรี กล่าว

วีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน อธิบายว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การจัดการทั้งระบบอย่างเดียว หากแต่ต้องลงไปถึงระดับท้องถิ่นด้วย เพราะทุก อบต.มีปัญหาภัยแล้ง โดยแต่ละปีประเทศไทยไม่ได้ประสบเฉพาะปัญหาน้ำท่วมอย่างเดียว แต่เรื่องภัยแล้งและการไม่มีน้ำสำหรับทำการเกษตรก็บั่นทอนเกษตรกรไทยเช่นเดียวกัน

ฉะนั้น หากมีการขุดบ่อหรือกำหนดวัตถุประสงค์โดยให้แต่ละชุมชนควบคุมกันด้วยตัวเองจะทำให้เข้าใจขีดความสามารถและเข้าใจตัวปัญหาได้ดีที่สุด โดยไม่ต้องพึ่งทั้งระบบ

“ทั้งปีเรามีน้ำประมาณ 8 แสนล้านลูกบาศก์เมตร แต่กลับปล่อยให้ซึมเข้าไปในดิน 6 แสนล้านลูกบาศก์เมตร ที่เหลืออีก 1.5 แสนล้านลูกบาศก์เมตรลงทะเลทุกปี เพราะไม่มีที่เก็บ เมื่อไม่มีที่เก็บน้ำเหล่านี้ก็หายไปเฉยๆ พอเข้าหน้าแล้งน้ำที่เก็บไว้ก็ถูกใช้จนหมด พอช่วงที่มีฝนหรือฤดูน้ำหลากฝนก็เข้ามาเติมเต็มส่วนนี้อีก สุดท้ายก็น้ำท่วม” วีระ ระบุสภาพปัญหาเดิมๆ

วีระ บอกว่า การแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมนั้น ต้องมองล่วงหน้าไปถึงการแก้ปัญหาภัยแล้งด้วย เพราะหากมองปัญหาเฉพาะหน้าเพียงอย่างเดียว การชลประทานก็จะล้มเหลว และส่งผลไปถึงการเกษตรกรรมโดยภาพรวม

“การแก้ไขปัญหา ‘น้ำท่วม’ และ ‘น้ำแล้ง’ ต้องเกิดขึ้นภายใต้พื้นฐานเดียวกันคือกระจายน้ำไปยังจุดที่ควรจะอยู่ และจัดสรรน้ำให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่” วีระ กล่าว

ขณะที่ อดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา นักวิชาการจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำนั้นไม่ได้บรรจุเรื่องการจัดการน้ำเข้าไปเป็นเป้าหมายหลักในการพัฒนาประเทศแต่อย่างใด จึงอาจทำให้โอกาสที่จะปฏิรูปการจัดการน้ำทั้งหมดเป็นไปในรูปแบบเดิม นั่นคือตั้งรับเมื่อเกิดอุทกภัยหรือภัยแล้งเท่านั้น

“เราพูดกันตลอดว่า การเกษตรเป็นปัจจัยสำคัญในระบบเศรษฐกิจ และน้ำเองก็เป็นส่วนที่สำคัญของการเกษตร เมื่อเห็นตรงกันว่ามีปัญหาการจัดการน้ำก็ควรบรรจุในแผนฯ ฉบับที่ 11 ไปเลย เพื่อที่การลงทุนในโครงการขนาดใหญ่เกี่ยวกับน้ำทุกโครงการมีทิศทางชัดเจนมากขึ้น และจะเป็นแนวทางขององค์กรบูรณาการจัดการน้ำในอนาคตได้อีกด้วย” อดิศร์ ทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท