
กรมชลฯจัดเต็มระบายน้ำเลี่ยงกรุง สุพรรรณ-บางปะกงอ่วม
ช่วงเที่ยงคืนของวันที่ 4 ต.ค. เขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก เริ่มเปิดประตูระบายน้ำเพิ่มจากวันละ 60 ล้าน ลบ.ม.
ช่วงเที่ยงคืนของวันที่ 4 ต.ค. เขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก เริ่มเปิดประตูระบายน้ำเพิ่มจากวันละ 60 ล้าน ลบ.ม.
เป็น 100 ล้าน ลบ.ม. กระทั่งช่วงเช้าระดับน้ำแม่น้ำปิงเพิ่มสูงขึ้น เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรริมแม่น้ำ เริ่มจากพื้นที่ อ.บ้านตาก ซึ่งถือการท่วมครั้งแรกในรอบ 50 ปี จากนั้นในช่วงบ่ายแม่น้ำปิงได้เอ่อท่วมพื้นที่ อ.เมือง จ.ตาก และ อ.วังเจ้า ตามลำดับ ระดับน้ำเฉลี่ยสูงประมาณ 50 ซม.-1 ม.
พระนาย สุวรรณรัฐ รักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) กล่าวว่า ต้องเฝ้าระวังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการที่เขื่อนภูมิพลปล่อยน้ำเพิ่มในช่วง 1-2 วันนี้ เนื่องจากจะทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 30 ซม. โดยจะติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในทุกพื้นที่ให้ระบายออกสู่ทะเลโดยเร็ว
ธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้กรมชลประทานได้เร่งระบายน้ำทั้งสองฝั่ง โดยฝั่งเจ้าพระยาตะวันออก ระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำ (ปตร.) ร่วม 98 ลบ.ม.ต่อวินาที ผ่าน ปตร.มโนรมย์ไปออกแม่น้ำป่าสักปริมาณ 98 ลบ.ม.ต่อวินาที ขณะที่ ปตร.มหาราชไปออกแม่น้ำลพบุรีไม่มีการระบายเนื่องจากพื้นที่ จ.ลพบุรี อ่างทอง และ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา มีน้ำเต็มพื้นที่แล้ว จึงต้องประสานให้กทม.ช่วยรับน้ำเข้าระบบระบายน้ำของ กทม.ฝั่งตะวันออกเพื่อไปออกทะเลที่บางปะกง
รมว.เกษตรฯ กล่าวอีกว่า ด้านเจ้าพระยาตะวันตกระบายน้ำ 633 ลบ.ม.ต่อวินาที ผ่าน ปตร.พลเทพ 360 ลบ.ม.ต่อวินาที เกินความสามารถรับของลำน้ำไปแล้ว โดยจัดเต็มซึ่งจะส่งผลให้ในหลายพื้นที่ของ จ.สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ได้รับผลกระทบ และต่อไปจะไปถึง อ.บางเลน และนครชัยศรี จ.นครปฐม
ทั้งนี้ ปริมาณน้ำในแม่น้ำท่าจีนสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ด้าน เอกพันธ์ อินทร์ใจเอื้อ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้น้ำในแม่น้ำท่าจีนสูงสุดได้เสริมแนวกระสอบทรายในทุกจุดอีก 20 ซม. เพื่อเตรียมรับมือน้ำที่กำลังมาอีกระลอกใหญ่
ขณะเดียวกัน การระบายน้ำก็ทำให้แม่น้ำ 3 สาย คือ แม่น้ำปราจีนบุรี แม่น้ำนครนายก ที่ไหลลงมารวมกันเป็นแม่น้ำบางปะกง ล้นทะลักเข้าท่วมโครงการพัฒนาส่วนพระองค์บางแตนพัง อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี สูงถึงเกือบ 2 ม. พืชผลทางการเกษตรในโครงการต้นแบบเสียหายจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท
อารีย์ เกตุสวัสดิ์ อายุ 60 ปี ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำของโครงการฯ กล่าวว่า ไม่เคยมีปรากฏการณ์เช่นนี้มาก่อนนับจากปี พ.ศ. 2526 สาเหตุที่ทำให้น้ำท่วมหมู่บ้านในครั้งนี้ เป็นน้ำที่ถูกระบายออกมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ไหลเข้าท่วมในกรุงเทพฯ
“ทำไมถึงหวงนักหวงหนาคนกรุงเทพฯ จะปล่อยให้ชาวนาตายกันหมดหรืออย่างไร บ่อปลา นาข้าวเสียหาย ยังต้องเป็นหนี้สินกับร้านค้าที่ไปกู้ยืมเขามาลงทุน ทั้งค่ายา ค่าปุ๋ย ที่ยังไม่รู้ว่าจะเอาอะไรไปจ่ายให้เขา” อารีย์ กล่าว
บัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ รองผวจ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ลุ่มน้ำบางปะกงแห่งนี้ถูกเลือกให้รับการระบายจากลำน้ำเจ้าพระยา และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ออกสู่ทะเล ผ่านมาทางคลองระพีพัฒน์ คลอง 13 และสูบระบายลงสู่แม่น้ำบางปะกง แต่่ความจุของลำน้ำบางปะกงอาจระบายน้ำออกไม่ทัน เกิดน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำริมฝั่งคลองรวม 10 อำเภอ ประชาชนเดือดร้อนกว่า 1.7 หมื่นครัวเรือน







