
น้ำท่วมทำเศรษฐกิจยับ2-3หมื่นล.
น้ำท่วมขังในหลายพื้นที่หลายจังหวัดมานานเป็นเดือนได้สร้างความเสียหายมหาศาล
น้ำท่วมขังในหลายพื้นที่หลายจังหวัดมานานเป็นเดือนได้สร้างความเสียหายมหาศาล
และลุกลามไปถึงการส่งออก การท่องเที่ยวและการลงทุน แต่กลับส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจไม่มากอย่างที่คาด
กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ประเมินผลกระทบน้ำท่วม คาดว่าจะมีความเสียหายทางเศรษฐกิจ 2-3 หมื่นล้านบาท แต่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินมากกว่านั้น โดยเฉพาะความเดือดร้อนและความทุกข์ทรมานของประชาชนที่ตีมูลค่าเป็นเงินไม่ได้
ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์น้ำท่วมในเบื้องต้นคาดว่าจะมีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจประมาณ 2 หมื่นล้านบาท แต่หากน้ำท่วมยืดเยื้อถึงเดือน ต.ค.พ.ย. ความเสียหายก็มีโอกาสสูงมากไปกว่านี้ แต่อาจจะมีต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจน้อย ไม่น่าจะทำให้ต้องปรับลดคาดการณ์ลงมากนัก
ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2555 เชื่อว่าจะเติบโตในระดับที่ดีต่อเนื่อง หากพิจารณาจากปัจจัยที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาของปีนี้ โดยการใช้นโยบายต่างๆ ในการกระตุ้นด้านอุปสงค์ในประเทศ เช่น โครงการบ้านหลังแรก และแนวโน้มระดับรายได้ที่ยังเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ต้องระวังปัจจัยความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจโลก ยุโรป สหรัฐ ซึ่งต้องติดตามผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย แต่ตราบใดที่เศรษฐกิจเอเชียยังเติบโตได้คาดภาคส่งออกน่าจะกระทบไม่มาก เพราะสามารถกระจายการส่งออกมาในประเทศภูมิภาคได้
ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า การเปลี่ยนกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อปีหน้า จากเงินเฟ้อพื้นฐานมาเป็นเงินเฟ้อทั่วไปที่ 3% บวกลบ 1.5% ซึ่งวัดผลเป็นรายปีจากเดิมวัดเป็นรายไตรมาส ดังนั้น การดำเนินนโยบายดอกเบี้ยไม่จำเป็นต้องเข้มงวดตามอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นในแต่ละช่วงที่เปลี่ยนแปลงจากปัจจัยชั่วคราว เช่น ราคาน้ำมัน ราคาอาหารสดขึ้นตามเทศกาลกินเจ
สำหรับในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้คาดว่าเงินเฟ้อพื้นฐานจะอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ 0.5-3% ได้ เพราะส่วนหนึ่งมีนโยบายภาครัฐทำให้ลดเงินนำส่งกองทุนน้ำมัน แต่ในปีหน้าต้องติดตามผลของนโยบายกระตุ้นการใช้จ่ายว่าจะกดดันเงินเฟ้อมากแค่ไหนด้วย







