posttoday
แบงก์ยุโรปรวมหัวตั้งป้อม ตัดหางกรีซเอาตัวรอด

แบงก์ยุโรปรวมหัวตั้งป้อม ตัดหางกรีซเอาตัวรอด

06 ตุลาคม 2554

เล่นเอาบรรดานายทุนนายธนาคารใหญ่น้อยทั่วยุโรปสะดุ้งเฮือกกันเป็นทิวแถว

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

เล่นเอาบรรดานายทุนนายธนาคารใหญ่น้อยทั่วยุโรปสะดุ้งเฮือกกันเป็นทิวแถว ทันทีที่สิ้นสุดการประชุมรัฐมนตรีคลังของกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู)

เพราะนอกจากจะไม่มีแผนการมาตรการที่จะแก้ปัญหาวิกฤตหนี้สาธารณะ หรือแผนช่วยเหลือใดๆ ออกมาให้พอใจชื้นอุ่นใจได้แล้ว

ข้อมูลล่าสุดที่ออกมายังบ่งชัดอีกว่า กรีซกำลังเดินหน้านับถอยหลังเตรียมผิดนัดชำระหนี้แน่นอน โดยมีสาเหตุมาจากการที่กรีซก้มหน้ายอมรับว่าแผนรัดเข็มขัดล่าสุดไม่ช่วยให้การลดเงินขาดดุลเป็นไปตามเป้าที่อียู ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) วางไว้ สร้างความผิดหวังให้บรรดารัฐมนตรีคลังอียู จนพร้อมใจกันลงมติให้เลื่อนวันตัดสินชี้ชะตาให้เป็นหลังวันที่ 13 ต.ค. โดยไม่มีกำหนดที่แน่นอน

ชะตากรรมของกรีซที่จะได้รับเงินช่วยเหลืองวดใหม่อีก 8,000 ล้านยูโร เพื่อต่อลมหายใจเลยเข้าขั้นร่อแร่ แม้ว่า อีวานเจลอส เวนิเซลอส รัฐมนตรีการคลังกรีซ จะออกมาทั้งย้ำทั้งกระทุ้งว่า กรีซจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เนื่องจากมีเงินใช้เพียงพอถึงกลางเดือน พ.ย.เท่านั้น

แบงก์ยุโรปรวมหัวตั้งป้อม ตัดหางกรีซเอาตัวรอด

 

ทว่า ข่าวร้ายที่กรีซจะผิดนัดชำระหนี้ ยังไม่ร้ายเท่ากับการที่บรรดาผู้นำในกลุ่มอียูเริ่มเสียงแข็ง เตรียมโบ้ยภาระให้เหล่าธนาคารพาณิชย์น้อยใหญ่ทั่วยุโรปเข้ามาร่วมรับผิดชอบมากขึ้น

ทั้งนี้ หลังจากที่ธนาคารทั้งหลายยอมรับสภาพด้วยความสมัครใจแกมบังคับจากอียู เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ด้วยการลดหนี้กรีซลง 21% แต่ไม่กี่วันก่อนหน้า ฌอง-โคลด ชุงเกอร์ นายกรัฐมนตรีลักเซมเบิร์ก และประธานรัฐมนตรีคลังยูโรโซน ก็ออกมากระแอมเสียงดังว่า สถานการณ์เลวร้ายกว่าที่คาดกันไว้ในเดือน ก.ค. ดังนั้นธนาคารทั่วยุโรปอาจต้องยอมลดหนี้ให้กรีซถึง 50%

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า ธนาคารพาณิชย์ทั้งเล็กและใหญ่ถึงกับจุกอกร้องกันแทบไม่ออก ก่อนรวมตัวตั้งกลุ่มล็อบบี้นักการเมืองกันสุดฤทธิ์ โดยรอยเตอร์ส รายงานว่า แม้จะไม่มีการพูดคุยกับนักการเมืองเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ แต่เป็นอันรู้กันดีในกลุ่มนายธนาคารว่าจะต้องพร้อมใจไม่ถอยให้กับข้อเสนอของอียูอีกต่อไป

หรือพูดให้ง่ายเข้าก็คือ ขอยึดตามข้อตกลงเดิมที่จะลดหนี้กรีซให้ 21% มากกว่านั้นไม่มีทาง เพราะหากต้องรื้อแผนขึ้นมาพิจารณาทำข้อตกลงใหม่รังแต่จะทำให้ล่าช้ามากขึ้น เนื่องจากลำพังแค่ 21% ธนาคารที่ถือพันธบัตรกรีซยังเถียงกันแทบตายกว่าจะประนีประนอมจับมือยอมเสียร่วมกันได้ แล้วกับจำนวนที่เพิ่มขึ้นถึง 50% กว่าจะได้แผนที่ดีพอ กรีซไม่ถึงกับต้องล้มละลายพังครืนไปก่อนหรือ

ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจเมื่อความเห็นของ แฟรงก์ โวกล์ โฆษกของสถาบันการเงินระหว่างประเทศ จะค้านกับชุงเกอร์ โดยโวกล์ย้ำว่า ข้อตกลงในเดือน ก.ค. และการให้เงินช่วยเหลือกรีซก็เพียงพอที่จะทำให้สถานะหนี้ของกรีซมีเสถียรภาพมากขึ้น

ขณะที่ โจเซฟ แอกเกอร์แมนน์ ประธานสถาบันการเงินระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นตัวกลางในการเจรจากับบรรดาธนาคารให้ยอมสวอปหนี้กรีซด้วยความสมัครใจ ได้ออกมาเตือนว่า หากอียูจะเปลี่ยนแผนเอาตอนนี้ เกรงว่านอกจากจะเสียเวลาแล้ว อียูยังจะเสียความร่วมมือจากธนาคารพาณิชย์เหล่านั้นด้วย

เพราะขนาดการผิดนัดชำระหนี้ของกรีซยังไม่เกิดขึ้น สถาบันการเงินและธนาคารหลายแห่งที่ยื่นมือเข้าไปโอบอุ้มกรีซ ก็ยังมีผลประกอบการที่ย่ำแย่ไปตามๆ กัน เนื่องจากนักลงทุนแห่ขนเงินหนี เฉพาะกองทุนขนาดใหญ่อย่างสหรัฐที่ถอนเงินออก ก็ทำให้ธนาคารพาณิชย์ทั่วยุโรปสูญเงินเหรียญสหรัฐถึง 27% ในช่วงเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา

ซ้ำร้ายไปกว่านั้น การขาดสภาพคล่องของธนาคารทำให้สถาบันจัดอันดับเครคิต อย่าง มูดี้ส์ และสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ หั่นอันดับความน่าเชื่อถือทั้ง โซซิเอเต เจเนอรัล และเครคิตอากริโกล ในฝรั่งเศส ตลอดจน 7 สถาบันการเงินในอิตาลี แถมตามด้วยบัญชีดำอีกเป็นพรวน

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดล่าสุดก็คือ สถานการณ์ของธนาคารเด็กเซีย ธนาคารร่วมทุนของฝรั่งเศสและเบลเยียมขนาดใหญ่ ที่แบกรับพันธบัตรกรีซเยอะถึง 3,400 ล้านยูโร จนมูดี้ส์ต้องออกมาเตือนว่า อาจหั่นอันดับเครดิตของธนาคาร ทั้งๆ ที่เป็นธนาคารที่ได้รับการยอมรับว่ามีความแข็งแกร่งมากที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคยุโรป

การออกมาเตือนของมูดี้ส์ทำให้หุ้นของธนาคารเด็กเซียปิดตลาดเมื่อวันที่ 4 ต.ค. รวงลงไปถึง 22% เนื่องจากนักลงทุนพากันถอนเงินหนี จนรัฐบาลเบลเยียมและฝรั่งเศสต้องยื่นมือมารับรอง พร้อมออกมาเตรียมแผนโอนกิจการเข้ารัฐ ก่อนจัดตั้ง Bad Bank (หน่วยงานรับโอนสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อขายทอดตลาด โดยไม่ต้องกังวลกับการตีราคา) เพื่อช่วยเหลือ

สถานการณ์ของธนาคารเด็กเซีย ทำให้ธนาคารทั่วยุโรปหวาดผวาว่า หากขืนยอมทำตามข้อเรียกร้องของอียูมากไปกว่านี้ อนาคตของธนาคารมิแคล้วต้องตกอยู่ในสภาพไม่ต่างกับธนาคารเด็กเซียก็เป็นได้ หรืออาจเลวร้ายกว่าเด็กเซีย เพราะรัฐบาลประเทศไหนจะสนใจช่วยเหลือโอบอุ้มธนาคารพาณิชย์ หรือวาณิชธนกิจขนาดเล็กๆ

เมื่อไม่เห็นหนทางที่จะมีใครยื่นมือมาช่วยได้ บทสรุปของธนาคารพาณิชย์ทั่วยุโรปในขณะนี้ ก็ต้องขอช่วยตัวเองให้รอดเสียก่อนกันทั้งนั้น

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ