
พบน้ำมูลเปื้อนเคมีทำปลาตาย
น้ำมูลหนุนสูงปนเปื้อนสารเคมีกระทบปลาเลี้ยงในกระชังที่บุรีรัมย์ทยอดตายวันละ 200-300 ตัว
น้ำมูลหนุนสูงปนเปื้อนสารเคมีกระทบปลาเลี้ยงในกระชังที่บุรีรัมย์ทยอดตายวันละ 200-300 ตัว
สถานการณ์น้ำในลำน้ำมูลที่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ วันที่ 5 ต.ค.ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องวันละ 15 - 20 เชนติเมตรช่วงตลอด 3 วันที่ผ่านมา เนื่องจากน้ำเหนือที่ถูกปล่อยจากเขื่อนทางจังหวัดนครราชสีมา ขณะที่น้ำในลำน้ำสาขา และคลองธรรมชาติ ที่ได้รับอิทธิพลจากพายุฝนอย่างต่อเนื่อง ได้ไหลมาสมทบลงลำน้ำมูลจนล่าสุดได้เอ่อล้นตะลิ่งไหลเข้าท่วมไร่นาของเกษตรกรที่ อ.สตึกในหลายตำบลเพิ่มอีกเป็นจำนวนมากซึ่งอยู่ในระหว่างการสำรวจพื้นที่เสียหายยิ่งไปกว่านั้นปริมาณน้ำที่สูงขึ้นและไหลเชี่ยวยังได้ส่งผลกระทบกับกลุ่มผู้เลี้ยงปลาในกระชัง ตำบลท่าม่วงกว่า 30 ราย ทำปลาของเกษตรกรที่เลี้ยงไว้เริ่มเป็นจุดแดงมีบาดแผลตามตัวคล้ายเป็นโรคระบาดทยอยตายรายละ 2 - 300 ตัวต่อวัน
ด้านนายเปี่ยม เยี่ยมรัมย์ เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชังบ้านท่าเรือ ต.ท่าม่วง อ.สตึก กล่าวว่า เชื่อว่าสาเหตุที่ปลาตายในครั้งนี้อาจเนื่องมาจากน้ำที่ไหลมารวมในลำน้ำมูลได้ชะล้างเอาน้ำเสีย สิ่งปฎิกูล จากพื้นที่ต่าง ๆรวมถึงสารเคมีจากไร่นาของเกษตรกรมารวมกันทำให้ปลาที่เลี้ยงไว้ตายได้กรณีดังกล่าวจะส่งผลให้เกษตรกรขาดทุนในการเลี้ยงปลาในกระชังที่ต่างก็ลงทุนรายตั้งแต่ 100,000 - 500,000 บาท เกษตรกรร่วม 10 รายต้องชะลอการเลี้ยงหันไปรับจ้างและทำอาชีพอื่นแทนจนกว่าระดับน้ำจะกลับคืนสู่สภาวะปกติ
นอกจากนี้ น้ำในลำน้ำมูลยังได้ล้นตะลิ่งทะลักเข้าท่วมนาข้าวของเกษตรที่กำลังออกรวงใกล้เก็บเกี่ยวในเขตพื้นที่ อ.สตึก ขยายเป็นวงกว้างใน 5 ตำบล มี ต.สตึก ทุ่งวังร่อนทอง ดอนมนต์ และ ต.หนองใหญ่ หลายพันไร่ เสียหายสิ้นเชิงแล้วกว่า 1,000 ไร่ เกษตรบางส่วนได้เร่งเกี่ยวข้าวที่จมน้ำแม้จะยังไม่สุกเต็มที่ นำไปตากตามลาน และริมถนนเพราะเกรงว่าหากปล่อยไว้ข้าวที่ถูกน้ำท่วมจะเน่าตายเสียหายทั้งหมดซึ่งขณะนี้น้ำในลำน้ำมูลยังมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง







