posttoday
ธรรมจักรบูชาธรรมยาตราสู่มาฆบูชากึ่งพุทธกาล ณ ชมพูทวีป(๔)

ธรรมจักรบูชาธรรมยาตราสู่มาฆบูชากึ่งพุทธกาล ณ ชมพูทวีป(๔)

19 กุมภาพันธ์ 2553

...พระอาจารย์อารยะวังโส

ฉะนั้นพอวัดรวย คนยากจนไร้ศาสนาก็เข้ามาแอบแฝงปลอมเป็นพระ ดังในสมัยพระเจ้าอโศกที่มีปลอมเข้ามาบวชจนต้องคัดทิ้งออกไปถึง ๖ หมื่นคน ตามหลักฐานที่ปรากฏในการสังคายนา

ปมปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันก็เช่นเดียวกับที่ปรากฏในอดีต เพียงแต่เป็นปัญหาเรื้อรังที่ถูกทอดทิ้ง ไม่ได้รับการแก้ไขเยียวยามายาวนาน แม้ในทุกวันนี้เรามีพระไทย พระนานาชาติมากมายเดินทางเข้าไปในอินเดีย แต่ด้วยความขาดการจัดความสัมพันธ์ในองค์กรของสงฆ์เพื่อความเป็นหนึ่งเดียวกัน ด้วยความมากนิกาย มากสมาคม และมากหมู่คณะ หลากหลายอาจารยวาท จึงทำให้เราไม่รู้ว่าจะควบคุมหรือแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร และจากการที่เราขาดความเป็นหนึ่งแห่งสงฆ์ในรูปของสภาสงฆ์ (Buddhist Council) ไม่ว่าจะเป็นมหายานหรือเถรวาทนั้น จึงเป็นปัญหาทางสังคมในพระศาสนาที่ความหลากหลายในแนวความคิดและวิธีการปฏิบัติในความมีพระพุทธเจ้าพระองค์เดียวกัน เราจะเห็นความจริงว่าพระพุทธองค์มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับองค์กรสงฆ์หรือคณะสงฆ์มากที่สุด ทั้งนี้ เพื่อทำหน้าที่สืบทอดอายุพระพุทธศาสนาหรือเพื่อรักษาพระธรรมวินัยให้สืบเนื่องต่อไปอย่างมั่นคง ไม่เปลี่ยนแปลง สูญหายไปไหน จึงได้มีสภาสงฆ์เกิดขึ้น เพื่อปกครองตนเองด้วยเสียงข้างมากของสงฆ์ จริงๆ แล้วในพระพุทธศาสนาของเรานั้นเป็นสังฆาธิปไตย โดยมีพระธรรมวินัยเป็นธรรมนูญแม่บทในการปกครอง เมื่อขาดองค์กรสงฆ์ที่มีความเป็นหนึ่งเดียวด้วยพระธรรมวินัยเดียวกัน จึงส่งผลต่อพระพุทธศาสนาให้อ่อนแอลง เพราะมีผู้ที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องและบุคคลเหล่านี้จึงเปรียบเสมือนกาฝากในพระพุทธศาสนา อันทำให้ผู้คนในชมพูทวีปเข้าใจพระพุทธศาสนาและภาพลักษณ์ของพระสงฆ์ผิดเพี้ยนไป คิดว่าพวกภันเต (พระสงฆ์) ทั้งหลายร่ำรวยเงินทอง เพราะมีภันเตบางรูปเล่นทำมาหากินเหมือนกับคนกับคณะทัวร์ที่หลั่งไหลเข้าไปในเขตพุทธภูมิ จึงเป็นตัวอย่างที่ทำให้พวกคนจนๆ อยากเข้ามาเป็นพระในฤดูกาลท่องเที่ยว

อ่านต่อฉบับหน้า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท