
น้ำขึ้นอีก1เมตร
นับ10จังหวัดรับมือหลังเขื่อนใหญ่ระบายเต็มที่วันนี้/กว่า3,000โรงงานหยุดผลิต
นับ10จังหวัดรับมือหลังเขื่อนใหญ่ระบายเต็มที่วันนี้/กว่า3,000โรงงานหยุดผลิต
วันนี้ลุ้น เขื่อนใหญ่ระบายน้ำเต็มที่รับมรสุมเข้า เตือนจังหวัดใต้เขื่อนน้ำขึ้นทันทีอีก 1 เมตร ชี้กว่า 3,000 โรงงานหยุดผลิต
นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวหลังประชุมคณะอนุกรรมการวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำว่า จากที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าพายุนาลแกบริเวณทะเลจีนใต้จะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามช่วงวันที่ 5 ต.ค. ส่งผลให้ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะช่วงวันที่ 6-10 ต.ค.
ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จึงเตรียมระบายน้ำออกจาก 2 เขื่อนหลักในภาคเหนือ คือเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์เพิ่ม เพื่อเตรียมพื้นที่รับปริมาณน้ำก้อนใหม่
นายชลิต กล่าวว่า จากปริมาณน้ำที่มากขึ้น กรมชลประทานได้แจ้งเตือนผู้ว่าราชการจังหวัดตั้งแต่ท้ายเขื่อนลงไปให้เตรียมรับมือกับน้ำล้นตลิ่ง โดยน้ำที่ระบายเพิ่มจะทำให้ จ.ตาก น้ำเพิ่มขึ้นทันทีวันนี้อีก 0.6 เมตร จากนั้นวันที่ 8 ต.ค. น้ำจะไหลไปถึง จ.กำแพงเพชร และนครสวรรค์ ทำให้น้ำสูงขึ้นอีก 0.36-1 เมตร และมวลน้ำดังกล่าวจะมาถึงที่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา กระจายลงทุ่งเจ้าพระยาหลายจังหวัด ก่อนที่จะเข้ากรุงเทพฯ ประมาณวันที่ 11 ต.ค. ตรงกับช่วงที่น้ำทะเลหนุน
นายกิตติ ตันเจริญ ผู้ช่วยผู้ว่าการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ กฟผ. เปิดเผยว่า เขื่อนภูมิพลจำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำจากวันละ 60 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เป็นวันละ 100 ล้าน ลบ.ม. ตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค.
นายสิงห์ ตั้งเจริญชัยชนะ ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคกลาง กล่าวว่า พื้นที่ภาคกลางประสบอุทกภัย 7 จังหวัด ได้แก่ จ.ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี มีโรงงานได้รับผลกระทบและต้องหยุดกิจการ 1-3 วัน จำนวน 3,018 โรงงาน ส่วนใหญ่เป็นโรงงานเกษตรอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดใหญ่ แม้ไม่ได้เสียหายเพราะน้ำไม่ท่วมตัวโรงงาน เนื่องจากมีการป้องกันอย่างดี แต่ที่ต้องหยุดกิจการเพราะน้ำท่วมทำให้การคมนาคมลำบาก ไม่สามารถขนส่งวัตถุดิบได้ อีกทั้งพนักงานไม่สามารถเดินทางได้ จึงต้องปิดโรงงานชั่วคราว
ขณะที่นายวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา ได้ประกาศให้ประชาชนใน 16 อำเภอ เร่งเก็บของขึ้นที่สูง และเตรียมตัวให้พร้อมหากต้องอพยพ







