
น้ำเริ่มท่วมนิคมอุตฯอยุธยา
น้ำเริ่มเอ่อท่วม นิคมฯสหรัตนนครอยุธยา เร่งเสริมคันดินสูงอีก 2 เมตรพร้อมให้โรงงานหยุดกิจการ 5 วัน
น้ำเริ่มเอ่อท่วม นิคมฯสหรัตนนครอยุธยา เร่งเสริมคันดินสูงอีก 2 เมตรพร้อมให้โรงงานหยุดกิจการ 5 วัน
นายนราพจน์ ทิวถนอม รองผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้น้ำเริ่มท่วมเข้ามาภายในนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาแล้ว โดยน้ำได้ล้นผ่านคันดินบริเวณรอบนิคมฯเข้ามาจากทุกทาง ตอนนี้เริ่มไหลเข้ามาอยู่บริเวณทางเข้านิคมอุตสาหกรรม สูงระดับหัวเข่า แต่ยังไม่ได้เข้าไปในพื้นที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ ทางนิคมฯสหรัตนนคร อยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการเสริมคันดินภายนิคมบริเวณรอบโรงงานอุตสาหกรรมขึ้นอีก 2 เมตร เพื่อป้องกันน้ำท่วมโรงงาน รวมทั้งได้ขอให้โรงงานอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ในนิคมฯสหรัตนนครหยุดดำเนินกิจการเป็นระยะเวลา 5 วัน ตั้งแต่วันนี่เป็นต้นไป
ขณะนี้พื้นที่ที่สถานการณ์น่าเป็นห่วงมากที่สุด คือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีนิคมอุตสาหกรรมตั้งอยู่ 3 นิคมฯ ประกอบด้วย นิคมฯบ้านหว้า นิคมฯบางประอิน และนิคมฯสหรัตนนคร โดยบริเวณรอบนิคมฯ สถานการณ์น่าเป็นห่วง น้ำท่วมเข้ามาและระดับน้ำขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว แต่ภายในพื้นที่นิคมฯ น้ำยังไม่สามารถเข้ามาได้ เพราะมีการป้องกันอย่างเต็มที่
สำหรับพื้นที่นิคมฯ 3 นิคม ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีโรงงานตั้งอยู่ทั้งสิ้นประมาณ 300 โรง ส่วนใหญ่เป็นโรงงานผู้ผลิตอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า กล้องถ่ายรูป และรองเท้า เป็นต้น โดยโรงงานส่วนใหญ่ยังคงเปิดดำเนินการเป็นปกติ
นายธีรเดช รติชน ผู้บริหารโครงการนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ขณะนี้ทางนิคมฯ สหรัตนนคร ต้องเร่งเสริมคันดินสูง 2 เมตร ความยาว 30 กิโลเมตร รอบพื้นที่นิคมฯ โดยต้องเร่งใช้เครื่องจักร และรถขนดินเข้าดำเนินการอย่างเร่งด่วน เนื่องจากน้ำขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ ตามแผนการที่วางไว้หากเกิดสถานการณ์น้ำท่วม จะเริ่มจากการอุดท่อลอดน้ำภายในนิคมทั้งหมด ปิดสะพานคลองชลประทานที่เข้ามาภายในนิคม เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำจากภายนอกเข้ามา ปิดประตูน้ำในวงรัศมี และเสริมคันดินบริเวณรอบนิคมฯ ระยะทาง 30 กิโลเมตร รวมทั้งจะทำการแจ้งเรื่องไปยังผู้ประกอบการทุกรายที่ตั้งอยู่ในพื้นที่นิคมฯ ให้รับทราบสถานการณ์ และประสานไปยังกนอ. เพื่อประสานความช่วยเหลือ
สำหรับในปีนี้ น้ำค่อนข้างมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา โดยนิคมฯ สหรัตนนครมีประสบการณ์ป้องกันน้ำท่วมมาบ้างแล้วตั้งแต่ปี 2538 3549 3553 และปี 2554 จึงค่อนข้างความรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้งบประมาณในการป้องกันน้ำท่วมประมาณ 3-4 ล้านบาทต่อปี แต่ในปีนี้น้ำท่วมมากจึงคาดว่าน่าจะใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท
“ผู้ประกอบการในนิคมฯ ก็สอบถามเข้ามาอยู่ตลอด โดยภายในนิคมฯ มีโรงงานอยู่ประมาณ 40 โรงงาน และ 80% เป็นผู้ประกอบการญี่ปุ่น ซึ่งทางนิคมฯ ได้เชิญผู้ประกอบการเข้ามารับทราบข้อมูล และสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งให้ผู้ประกอบการเข้ามามีส่วนร่วม มาเสนอความคิดเห็นด้วย” นายธีรเดช กล่าว
อย่างไรก็ตาม ทางนิคมฯ สหรัตนนครมีโครงการ ที่จะยกคันดินถาวร โดยการเสริมความแข็งแกร่งของคันดินให้หนาขึ้น และเพิ่มความสูงจาก 5 เมตร เป็น 7 เมตร โดยโครงการนี้คาดว่าจะต้องลงทุนเพิ่มเติมประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มดำเนินการให้เร็วที่สุด ให้ทันภายในปีหน้า เพราะไม่รู้ว่าในปีหน้าสถานการณ์น้ำท่วมจะเป็นอย่างไร







