posttoday
เตือนไทยเสี่ยงเผชิญมหาพิบัติภัยซ้ำ

เตือนไทยเสี่ยงเผชิญมหาพิบัติภัยซ้ำ

04 ตุลาคม 2554

นักวิชาการเผยสภาพอากาศไทย เกิดลานีญาถี่-อิทธิพลมรสุม-ความชื้นมากผิดปกติ เอื้อเกิดพายุขนาดใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ ชี้ช่วงต.ค.-ม.ค.เสี่ยงสุด

นักวิชาการเผยสภาพอากาศไทย เกิดลานีญาถี่-อิทธิพลมรสุม-ความชื้นมากผิดปกติ เอื้อเกิดพายุขนาดใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ ชี้ช่วงต.ค.-ม.ค.เสี่ยงสุด

นายธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล หัวหน้าหน่วยศึกษาพิบัติภัยและข้อสนเทศเชิงพื้นที่ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า จากการศึกษาพบว่า สภาพอากาศในไทยมีอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และความชื้นมากผิดปกติ ประกอบกับอยู่ในช่วงของปรากฎการณ์ลานีญา ทำให้เกิดร่องความกดอากาศต่ำ และมรสุมจำนวนมาก และส่งผลให้เกิดอุทกภัยอย่างหนัก และเกิดสภาพอากาศที่แปรปรวนตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

เตือนไทยเสี่ยงเผชิญมหาพิบัติภัยซ้ำ ภาพประกอบข่าวจากแฟ้มภาพ

ทั้งนี้ จากการศึกษาพบว่าสภาพอากาศแบบลานีญาที่พบในประเทศไทยนั้น เกิดถี่มากขึ้น จาก 4.6 ปีจะมาหนึ่งครั้ง ขณะนี้กลับเหลือเพียงสองจุดหกปีต่อหนึ่งครั้งเท่านั้น และจะเกิดขึ้นยาวนานกว่าปกติ ซึ่งหากสภาพอากาศยังเป็นอย่างนี้อยู่ ก็นับว่าน่าเป็นห่วงมาก ที่จะเกิดสถานการณ์อุทกภัยอย่างหนักในพื้นที่ภาคใต้

“จากการศึกษาความชื้น และลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้แล้ว พบว่ามีสภาพแวดล้อมที่คล้ายคลึงกับเมื่อครั้งเกิดมหาวิบัติภัยตะลุมพุก จ.นครศรีธรรมราชเมื่อพ.ศ. 2505 พายุเกย์เมื่อพ.ศ.2532 และน้ำท่วมหาดใหญ่ครั้งร้ายแรงเมื่อพ.ศ.2543เป็นอย่างมาก ซึ่งเมื่อนำปรากฎการณ์ลานีญา อุณหภูมิน้ำในทะเลจีนใต้ ความชื้น และลมมรสุมมาวิเคราะห์ จะพบว่าทั้งหมดเอื้อให้เกิดพายุขนาดใหญ่อย่างเต็มที่ เหลือเพียงแต่ยังไม่ก่อตัวเท่านั้น จึงขอเตือนว่าในช่วงเดือนตุลาคม ถึงเดือนมกราคม ซึ่งเป็นช่วงของการเปลี่ยนฤดูกาล จะทำให้ลมมรสุมเกิดความแปรปรวน และในช่วงนี้นับว่าอยู่ในภาวะที่อันตราย เสี่ยงต่อการเกิดมหาพิบัติภัยมาก” นายธนวัฒน์กล่าว

นายธนวัฒน์ยังเตือนให้ระวังถึงผลกระทบจากพายุนาลแก ที่กำลังจะเข้าโจมตีชายฝั่งประเทศเวียดนามในวันพรุ่งนี้ (5 ต.ค.) และจะพัดผ่านเข้าประเทศไทยในแถบจังหวัดนครพนม รวมถึงอาจส่งผลให้เกิดดินถล่มที่จ.เพชรบูรณ์อย่างที่เคยเกิดขึ้นที่ต.น้ำก้อ และต.น้ำชุน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์อย่างที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2544 มาแล้วอีกทั้งยังอาจส่งผลกระทบโดยอ้อม ทำให้ปริมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้นมากในภาคอีสานจนส่งผลกระทบทำให้เกิดน้ำท่วมในวงกว้างได้

ส่วนมาตรการในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมนั้น นายธนวัฒน์ได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วม 5 วิธีได้แก่เร่งปรับปรุงระบบเตือนภัยล่วงหน้า การปรับปรุงระบบการจัดการน้ำขนานใหญ่ การเร่งวางแผนแม่บทมาตรฐานการป้องกันน้ำท่วมโดยใช้สิ่งก่อสร้าง การสร้างแผนการพัฒนากรุงเทพและเมืองบริวาร และการสร้างทางระบายน้ำฉับพลัน เพื่อให้ไหลลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด โดยขุดร่องน้ำขนาบคลองเพื่อเป็นช่องทางระบายน้ำในเวลาน้ำหลาก

นายธนวัฒน์กล่าวอีกว่า ไม่เห็นด้วยต่อการสร้างคันกั้นน้ำ เพราะเป็นการเพิ่มแรงดันน้ำในปลายทาง และทำให้ผลกระทบรุนแรงขึ้นหากเกิดการชำรุด รวมไปถึงการสร้างเขื่อนเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม เพราะเป็นวิธีที่ฝืนการไหลของน้ำตามธรรมชาติ และหลายเขื่อนขณะนี้เกิดขึ้นภายใต้ข้อมูลเมื่อ 40-50 ปีที่แล้วขณะที่มีการสร้างเขื่อน โดยที่ไม่ได้นำมาพิจารณาว่าแต่ละเขื่อนมีการตื้นเขินมากขึ้นจากตะกอน หรือมีการตัดไม้ทำลายป่าบ้างหรือไม่ ทำให้การคำนวณปริมาณน้ำอยู่ภายใต้พื้นฐานเดิม และจะส่งผลกระทบกับทั้งผู้ที่อยู่อาศัยเหนือเขื่อน และใต้เขื่อนอย่างมากในฤดูน้ำหลาก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท