
ศอส. เตือน 6 จังหวัด ระวังดินถล่ม-น้ำป่า
ศอส. เผย สถานการณ์อุทกภัยใน 25 จังหวัด พร้อมเตือน 6 จังหวัด เฝ้าระวังดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก และกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์น้ำในภาคเหนืออย่างใกล้ชิด
ศอส. เผย สถานการณ์อุทกภัยใน 25 จังหวัด พร้อมเตือน 6 จังหวัด เฝ้าระวังดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก และกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์น้ำในภาคเหนืออย่างใกล้ชิด
นายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์ อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 25 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี อุบลราชธานี ขอนแก่น ศรีสะเกษ สุรินทร์ ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี เชียงใหม่ ยโสธร และร้อยเอ็ด รวม 178 อำเภอ 1,387 ตำบล 10,708 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 791,423 ครัวเรือน 2,474,128 คน ผู้เสียชีวิต 224 ราย สูญหาย 2 ราย พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย 7,528,805 ไร่ สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำต่างๆ ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีปริมาณน้ำมากและระดับน้ำล้นตลิ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา สถานการณ์น้ำทรงตัว เขื่อนเจ้าพระยาปริมาณน้ำไหลผ่าน 3,578 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ปริมาณน้ำไหลผ่านอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 3,441 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ 10 จังหวัดที่อยู่ริมแม่น้ำ ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ปทุมธานี และนนทบุรี ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำล้นตลิ่งที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น สำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ยังอยู่ในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพล มีปริมาณน้ำร้อยละ 95 เขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำร้อยละ 99 เขื่อนแควน้อย มีปริมาณน้ำร้อยละ 96 เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำร้อยละ 138
ศอส. ยังเตือนให้เฝ้าระวังดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดตาก สุโขทัย กำแพงเพชร นครสวรรค์ ระนอง และพังงา ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัย หมั่นสังเกตสัญญาณความผิดปกติทางธรรมชาติ หากสถานการณ์วิกฤต จะได้อพยพหนีภัยได้อย่างทันท่วงที สำหรับพายุโซนร้อนนาลแก คาดว่าจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในวันที่ 5 ตุลาคมนี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ทำให้บริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีฝนตกหนักในช่วงวันที่ 6 - 8 ตุลาคมนี้ ขอจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าว จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ภัย และแจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบปริมาณน้ำและความเร็วของกระแสน้ำ เพื่อเตรียมพร้อมอพยพหนีภัยได้ทันท่วงที
นอกจากนี้ ศอส. ได้กำชับให้เฝ้าระวังพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะบริเวณวัดไชยวัฒนาราม ป้อมเพชร เกาะเมือง โดยระดมสรรพกำลังและทรัพยากรสนับสนุนจังหวัดอย่างเต็มที่ พร้อมมอบหมายให้กรมชลประทาน และกรมทรัพยากรน้ำ ร่วมกันวิเคราะห์และติดตามสถานการณ์น้ำในภาคเหนือ โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์การไหลของน้ำ จะได้วางแผนเตรียมพร้อมและใช้ประโยชน์ในการแจ้งเตือนภัยแก่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบได้อย่างทันท่วงที







