
เจ้าพระยาทะลักกรุงเก่า บางไทรใกล้วิกฤต
ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา วัดที่ อ.บางไทร พบว่ามีน้ำไหลผ่าน 3,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม.ต่อวิ.)
ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา วัดที่ อ.บางไทร พบว่ามีน้ำไหลผ่าน 3,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม.ต่อวิ.)
ใกล้ถึงระดับวิกฤตที่ 3,500 ลบ.ม.ต่อวิ. แต่ความแรงของกระแสน้ำได้กัดเซาะคันกั้นน้ำหลายแห่งตั้งแต่ จ.พระนครศรีอยุธยา จนถึง จ.ปทุมธานี
ทั้งนี้ ช่วงเช้าวันที่ 3 ต.ค. กระแสน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำลพบุรี ได้พังคันกั้นน้ำสูง 2 เมตรของโบราณสถานป้อมเพชร อายุกว่า 500 ปี เข้าท่วมขังพื้นที่โบราณสถานสูงกว่า 1 เมตร คนงานกรมศิลปากรได้เสริมกระสอบทรายให้สูงขึ้นและเร่งสูบน้ำออก โดยระดับน้ำในแม่น้ำทั้งสามสายมีระดับสูงกว่าพื้นดินเกาะเมืองของอยุธยากว่า 1 เมตร
ขณะเดียวกันบรรดาคนงานในนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร หมู่ 4 ต.บางพระครู อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา พากันตกใจขนของอพยพหนีออกจากที่พัก หลังพบกระแสน้ำไหลบ่ามาตามทุ่งนาล้อมพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมไว้ทุกด้าน จนเจ้าหน้าที่ต้องนำรถแบ็กโฮเร่งเสริมคันกั้นน้ำ
ทั้งนี้ คนงานส่วนใหญ่ซึ่งเป็นผู้หญิงได้ตื่นตระหนกพากันขนย้ายข้าวของ เครื่องใช้ไฟฟ้า บรรทุกใส่แพที่สร้างแบบง่ายๆ ค่อยเคลื่อนออกจากที่พักรอบๆ นิคม ซึ่งน้ำท่วมขังสูง 1 เมตร ออกไปไว้ยังถนนใหญ่ด้านหน้านิคมกันอย่างอลหม่าน
ขณะที่บนถนนสายโพธิ์พระยา-ท่าเรือ เขต ต.เจ้าปลุก อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา พบว่าพระภิกษุสงฆ์จากวัดหน้าวัว ซึ่งถูกน้ำท่วมขังสูงกว่า 2 เมตร ต้องทิ้งวัดขึ้นมาอยู่ริมถนน โดยต้องฉันภัตตาหารและจำวัดกันบนถนน
เช่นเดียวกับที่ จ.ปทุมธานี กระสอบทรายซึ่งเป็นคันกั้นน้ำในพื้นที่ อ.สามโคก พังทลายหลายจุด ด้านพื้นที่ ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่นำหินคลุกกั้นบริเวณช่องทางกลับรถถนนซ่อมสร้าง เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำข้ามไปยังอีกฝั่งถนน เข้าท่วมหมู่บ้านรังสิตซิตี้ (แฟลตปลาทอง) หมู่บ้านเมืองเอกและมหาวิทยาลัยรังสิต โดยเสริมแนวกั้นสูง 2 เมตร







