
หุ้นดิ่งขรก.เกษียณออมกบข.ต่อ
ข้าราชการเกษียณปีนี้โชคไม่ดี หุ้นดิ่งลงแรงต้องออม กบข.ต่อ 300 คน ถอนออก 200 คน “โสภาวดี” แนะออมต่อ ปีนี้ได้น้อยกว่าปีก่อน
ข้าราชการเกษียณปีนี้โชคไม่ดี หุ้นดิ่งลงแรงต้องออม กบข.ต่อ 300 คน ถอนออก 200 คน “โสภาวดี” แนะออมต่อ ปีนี้ได้น้อยกว่าปีก่อน
แหล่งข่าวจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข.เปิดให้สมาชิกที่เกษียณอายุราชการและเออร์ลี รีไทร์ส่งเอกสารขอรับเงินคืนจาก กบข.ได้ตั้งแต่วันที่ 1-7 ต.ค. 2554 ทั้งนี้ มีสมาชิกยืนยันขอออมต่อจำนวน 300 คน และเมื่อวันที่ 30 ก.ย. มีผู้แจ้งความจำนงขอถอนเงินลงทุนออกจำนวน 200 คน
“กบข.ได้ให้คอลเซ็นเตอร์ติดต่อกับสมาชิกที่เกษียณอายุราชการในปีนี้ว่า ต้องการออมต่อหรือจะถอนเงินออกไป โดยให้ข้อมูลประกอบการพิจารณาตัดสินใจ” แหล่งข่าวเปิดเผย
น.ส.โสภาวดี เลิศมนัสชัย เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2554 มีสมาชิกเกษียณอายุราชการจำนวน 9,000 ราย เบื้องต้นประมาณการเงินจ่ายคืนไว้ที่ 7,200 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ทหาร และตำรวจ
ทั้งนี้ งบประมาณดังกล่าวไม่รวมถึงสมาชิกที่เข้าโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด (เออร์ลี รีไทร์) ประจำปีงบประมาณ 2555 ตามที่ส่วนราชการอนุมัติ เบื้องต้นพบว่าเป็นสมาชิก กบข.ประมาณ 5,500 ราย
อย่างไรก็ดี ในปีนี้เกิดวิกฤตหนี้ในยุโรปและเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มชะลอตัวส่งผลให้ภาวะการลงทุนทั่วโลกผันผวน แม้ว่า กบข.ได้ปรับกลยุทธ์การลงทุนโดยลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นทั้งในและนอกประเทศเหลือเพียง 16% ของพอร์ต และเพิ่มการลงทุนในตราสารหนี้เป็น 77% แต่มีความเป็นได้ว่า ผลตอบแทนของ กบข.ในปีนี้อาจต่ำกว่าปีก่อน
“สมาชิก กบข.ที่เกษียณอายุหรือเออร์ลี รีไทร์ในปีนี้ควรออมต่อ เพื่อรอจังหวะนำเงินก้อนออก ในช่วงที่มูลค่าต่อหน่วย (NAV) ดีขึ้นจะเป็นประโยชน์แก่สมาชิกมากกว่า” น.ส.โสภาวดี กล่าว
ในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นดิ่งลงแรงกว่า 12% ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคารวมอยู่ที่ 7.50 ล้านล้านบาท ลดลง 1.01 ล้านล้านบาท เทียบกับสิ้นเดือน มิ.ย. และดัชนีหุ้นวันที่ 3 ต.ค. ยังคงทรุดลงต่อ 46.90 จุด หรือลดลง 5.12% ปิดที่ระดับ 869.31 จุด และมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลงต่อหลุดระดับ 800 จุด







