
อนุพงษ์ พร้อมรับผิดหากทุจริต จีที200
การเปิดหอประชุมกองทัพบก ย่านเทเวศร์ เพื่อชี้แจงข้อสงสัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพเครื่องตรวจระเบิดจีที 200 ซึ่งพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) นำทีมผู้เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อ และใช้เครื่องตรวจระเบิดจีที 200 ทั้งแม่ทัพภาคที่ 4 กรมสรรพาวุธ กรมส่งกำลังบำรุง กรมยุทธการทหารบก ตัวแทนกองทัพอากาศ ผู้นำเครื่องมือดังกล่าวมาใช้เป็นรายแรก และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ แถลงข้อสงสัยซึ่งใช้เวลากว่าชั่วโมงครึ่ง โดยมีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5
การชี้แจงเริ่มจากตัวแทนกองทัพอากาศเปิดปูมการนำเครื่องมือนี้มาใช้งาน ซึ่งต่อมากองทัพบกได้ยืมไปใช้งาน จนมั่นใจในประสิทธิภาพ
คิวต่อมาเป็นเสียงจากทหารผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ได้เล่าถึงประสบการณ์จริง ที่เครื่องมือดังกล่าวสามารถระบุจุดที่มีวัตถุต้องสงสัยและวัตถุระเบิดได้อย่างถูกต้อง
และก็มาถึงช่วงสำคัญที่ผบ.ทบ.จะออกมาชี้แจง โดยพล.อ.อนุพงษ์ พร้อมรับผิดชอบและถูกลงโทษ หากพบว่ามีการทุจริตในการจัดซื้อ
“
การจัดซื้อเป็นไปตามความต้องการของทหารในพื้นที่ซึ่งยืนยันว่าใช้งานได้ดี ทุกครั้งที่ผมลงพื้นที่ก็จะถามเสมอว่าใช้ได้จริงหรือเปล่า เขาก็ยืนยันว่ามีผลงานกว่า 300 ครั้ง ผมหนีไม่พ้นความรับผิดชอบ ไม่ว่าเครื่องจะมีประสิทธิภาพหรือไม่ ใครจะเป็นคนซื้อ ซื้ออย่างไร หากทุจริตก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ผมไม่มีอะไรทุกอย่างเป็นความจริงทั้งสิ้น ไม่ได้ต้องการจะโต้แย้งกับผลทางวิทยาศาสตร์”ผบ.ทบ.กล่าวว่า ไม่ได้สั่งห้ามใช้จีที 200 เพราะนายกรัฐมนตรีแค่ไม่ให้ซื้อเพิ่มเท่านั้น ขณะที่ยังไม่มีเครื่องมือทดแทนก็ต้องใช้ไปก่อน แต่จะประเมินผลให้ละเอียดกว่านี้ โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะส่งเจ้าหน้าที่ไปชี้แจงกับหน่วยปฏิบัติ
“
ที่ต้องออกมาแถลง เพราะต้องการให้ประชาชนเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่เป็นการตอบโต้ หรือไม่ยอมรับผลการทดสอบ หรือมีความขัดแย้งอะไรกับนายกรัฐมนตรี อย่าไปคิดเอาเอง แต่ต้องการชี้แจงที่มาที่ไปให้ประชาชนสบายใจ” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวผบ.ทบ.กล่าวว่า กำลังพลที่ปฏิบัติการในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งมาบอกเล่าประสบการณ์ที่ใช้งานเครื่องมือดังกล่าวอย่างได้ผลนั้นมาโดยบริสุทธิ์ใจ ให้เห็นว่าการปฏิบัติงานจริงไม่ใช่ในห้องทดลองนั้นได้ผล แต่อาจจะไม่เป็นวิทยาศาสตร์ พวกเขาเป็นทหารชั้นผู้น้อย บางคนยังไม่มีบ้านไม่มีที่ดินเป็นของตัวเองแม้ตารางวาเดียว แต่ต้องไปรักษาผืนแผ่นดินไทย
“3
ปีที่ผ่านมา ถ้าผมไม่ซื้อตามที่ลูกน้องต้องการแล้วเสนอมา ก็คงจะถูกบริภาษหนักแน่นอน”พล.อ.อนุพงษ์ ยืนยันว่า การใช้เครื่อง Fido หรือสุนัขตรวจจับวัตถุระเบิด ก็ใช่ว่าจะมีประสิทธิภาพดี เพราะต้องทำในระยะใกล้เท่านั้น สุนัขต้องเข้าไปตรวจทุกห้องทุกบ้าน แต่มีข้อจำกัดในเรื่องศาสนาอิสลาม ที่ไม่สามารถนำสุนัขไปได้ทุกที่ หรือแม้แต่เครื่อง Ion Scan ก็ต้องนำเสื้อผ้ามาตรวจทุกตัวทำให้เสียเวลา
ทั้งนี้ ในวันที่ 19 ก.พ.นี้ พล.อ.อนุพงษ์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะลงพื้นที่ชายแดนภาคใต้ พร้อมกับเจ้าหน้าที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อชี้แจงผลทดสอบและการใช้เครื่องมือดังกล่าวกับทหารผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่
น่าจับตาว่านายสุเทพจะเล่นบทกาวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ นายสุเทพ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า จะต้องตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน ก่อนจะสอบสวนว่าการจัดซื้อเป็นไปอย่างโปร่งใสหรือไม่ เรื่องนี้จะทำตามกระแสไม่ได้ ตนเองไม่ได้ปกป้องกองทัพ แต่หากไม่มีหลักฐานก็ต้องมองไว้ก่อนว่าเป็นคนดี
หลังการแถลงของผบ.ทบ.จบลงคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เปิดแถลงข่าวเพื่อทัดทานในสิ่งที่หน่วยงานทั้งสามเหล่าทัพยืนยันความมั่นใจและจะใช้เครื่องมือนี้ต่อไปว่า การทดสอบเป็นไปตามหลักวิทยาศาสตร์ หากต้องการให้ทดสอบใหม่ก็ยินดี
ล่าสุดนายควินตัน เควลย์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทยแถลงว่า รัฐบาลอังกฤษไม่เคยส่งเสริมการขายจีที 200 และเคยแจ้งให้รัฐบาลไทยและกองทัพไทยดำเนินการตรวจสอบแล้ว







