posttoday
น้ำท่วม'พท.-ชทพ.'ร้าว

น้ำท่วม'พท.-ชทพ.'ร้าว

04 ตุลาคม 2554

วิกฤตน้ำท่วมในเวลานี้กำลังกลายเป็นด่านทดสอบฝีมือการบริหารงานของนายกฯ หญิง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

วิกฤตน้ำท่วมในเวลานี้กำลังกลายเป็นด่านทดสอบฝีมือการบริหารงานของนายกฯ หญิง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ที่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่อาจสร้างความมั่นใจว่าจะดำเนินการภารกิจที่ท้าทายนี้ได้มากน้อยแค่ไหน และบทสรุปสุดท้ายจะออกมาอย่างไร

ต้องยอมรับว่าเป็น “งานหิน” ที่ด้านหนึ่งจะต้องเยียวยาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นกับสถานการณ์อุทกภัยใน 25 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี อุบลราชธานี ขอนแก่น ศรีสะเกษ สุรินทร์ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี เชียงใหม่ ยโสธร และร้อยเอ็ด

รวมความเสียหาย 179 อำเภอ 1,240 ตำบล 10,703 หมู่บ้าน มีราษฎรเดือดร้อน 746,999 ครัวเรือน 2,420,868 คน มีผู้เสียชีวิต 212 คน สูญหาย 2 คน พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย 7,528,805 ไร่ พื้นที่เพาะเลี้ยง สัตว์น้ำ บ่อปลา 107,732 บ่อ สัตว์ได้รับผลกระทบ 8,511,689ตัว น้ำท่วมเส้นทางไม่สามารถสัญจรผ่านได้รวม 123 สาย

ที่ผ่านมารัฐบาลดูจะถูกต่อว่าต่อขานในเรื่องความล่าช้าและไม่ทั่วถึงของรัฐบาล ซึ่งออกตัวแบบเอื่อยๆ พร้อมโยนว่าเป็นเพราะรัฐบาลชุดที่ผ่านมาผลาญงบกลางไปจนไม่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ ก่อนจะถูกโต้กลับว่ามีงบกลางเหลือกว่า 3,000 ล้านบาท ที่จะนำไปใช้ช่วยเหลือเยียวยาได้ จึงกุลีกุจอเริ่มต้นทำงานอย่างเป็นจริงเป็นจัง

ที่สำคัญความเดือดร้อนครั้งนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ เมื่อสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ยังไม่ลดลง ในขณะที่อีกหลายพื้นที่จ่อท่วมเพิ่มขึ้นจากสภาพน้ำที่หลายๆ เขื่อนรับน้ำเต็มขีดความสามารถและจ่อเต็มขีดความสามารถ บางพื้นที่ประตูกั้นน้ำเสียหายซ้ำเติมสถานการณ์

น้ำท่วม'พท.-ชทพ.'ร้าว

ปัญหาเวลานี้ส่งผลให้หลายพื้นที่ตึงเครียดจากสภาพระดับน้ำท่วมขังที่ไม่เท่ากัน จากการตั้งแนวคันกั้นน้ำป้องกันไม่ให้เข้าไปถึงบางพื้นที่ จนเกิดการกระทบกระทั่ง และเข้าทำลายคันกั้นน้ำ บางพื้นที่ปัญหาลุกลามถึงขั้นไม่อาจไว้วางใจต้องเตรียมอพยพประชาชนในพื้นที่

ลำพังแค่ “บางระกำโมเดล” หรือหลัก “2 พี 2 อาร์” ที่ออกมาใช้เป็นแนวทางแก้ปัญหาทั่วประเทศดูจะไม่สร้างความเชื่อมั่นในการแก้ปัญหา เพราะลำพังแค่การลงพื้นที่แบบประเดี๋ยวประด๋าวไปจนถึงการประชุมคอนเฟอเรนซ์ไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ยังไม่รวมกับการสั่ง “รัฐมนตรี” ลงพื้นที่เกาะติดปัญหา ที่ดูแล้วยังไม่อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องไป

ทว่าสิ่งที่ซ้ำเติมให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ต้องตกที่นั่งลำบากมากยิ่งขึ้นคือความระหองระแหงในพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งมีต้นเหตุมาจากปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ ซึ่งเป็นฐานเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง โดยเฉพาะระหว่างพรรคเพื่อไทยและชาติไทยพัฒนา

ล่าสุดกับการพาชาวบ้าน จ.ลพบุรี และสิงห์บุรี ร่วม 200 คน ภายใต้การนำของ สุชาติ ลายน้ำเงิน และพายัพ ปั้นเกตุ สอง สส.ในพื้นที่ เพื่อมายื่นเรื่อง ยื่นหนังสือเรียกร้องให้พิจารณาวิธีการซ่อมแซมประตูระบายน้ำบางโฉมศรี หรือหาทางจัดการด้วยวิธีอื่นให้เร็วขึ้น จากที่ล่าช้าทำให้ อ.บ้านหมี่ และ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี อยู่ในขั้นวิกฤตมาก

รอยร้าวชัดเจนขึ้นเมื่อหนังสือที่ชาวบ้านกลุ่มนี้ยื่นถึงนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ที่ร้องเรียนว่า ราษฎรแถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระเยา พื้นที่ใต้เขื่อนเจ้าพระยาเป็นต้นไป ได้แก่ จ.ชัยนาท-สิงห์บุรี-อ่างทอง-พระนครศรีอยุธยา-ลพบุรี-สระบุรี มีความเดือดร้อน

“ชาวบ้านพยายามอ้อนวอนไม่ให้ชลประทานปล่อยน้ำไป กระทรวงเกษตรฯ ก็ไม่ยอม ก็ไม่สนใจปัญหาของชาวบ้าน มุ่งแต่เอาใจคนตัวเล็ก-เตี้ย ที่สุพรรณบุรี ไม่ปล่อยน้ำไปทางประตูน้ำพลเทพ อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท บ้างเลย จึงขอให้นายกฯ เอากรมชลประทานย้ายมาให้กรมทรัพยากรฯ ของพรรคเพื่อไทยดูแล” เป็นข้อความในหนังสือของชาวบ้านที่ยื่นให้ยิ่งลักษณ์

การประกาศศึกระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลครั้งนี้ทำให้ สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล คนสนิทบิ๊กเติ้ง บรรหาร ศิลปอาชา ออกมาโต้กลับทันควันปฏิเสธเรื่องที่ถูกโจมตีว่า กรมชลประทานไม่สนใจจังหวัดอื่นๆ นอกเหนือจากสุพรรณบุรีว่า พื้นที่ อ.สามชุก อ.สองพี่น้อง และ อ.ศรีประจันต์ ของสุพรรณบุรี ต่างได้รับความเดือดร้อนมาก พื้นที่ทางการเกษตรเสียหายจำนวนมาก

รวมทั้งออกตัวว่า “บิ๊กเติ้ง” ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกักน้ำ เพราะประตูน้ำของแม่น้ำท่าจีนที่ไหลผ่าน จ.สุพรรณบุรี ก็เปิดแบบยกบาน รับน้ำมาจาก อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท มากขึ้น จากเดิม 185 ล้าน ลบ.ม.ต่อวินาที มาเป็น 320 ล้าน ลบ.ม.ต่อวินาที ส่วนสาเหตุที่ไม่ท่วมนั้นเพราะมีการวางมาตรฐานเอาไว้เป็นเวลานาน

ก่อนจะตบท้ายแบบไว้หน้าพรรคร่วมรัฐบาล ชื่นชมการทำงานแก้ปัญหาของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ที่ลงพื้นที่ดูแลปัญหาด้วยตัวเอง รวมถึงช่วยเหลือเยียวยาที่รวดเร็ว และการประชาสัมพันธ์เพื่อให้เกิดการเตรียมพร้อมในพื้นที่เสี่ยงเพื่อประคองความสัมพันธ์ของพรรคร่วมไม่ให้ร้าวรานไปมากกว่านี้

สอดรับกับที่ วัชระ กรรณิการ์ โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา จะเรียกร้องไปยังผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยให้ออกมาปราม “พายัพสุชาติ” ที่เปิดศึกเล่นแรงกับ “บรรหาร”

แต่จับอาการแล้วเรื่องความขัดแย้งระหว่างพื้นที่พรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเองคงบานปลายไม่หยุด ยังไม่รวมกับเสียงยุแยงจาก “ชูวิทย์กมลวิศิษฎ์” หัวหน้าพรรครักประเทศไทย คู่รักคู่แค้น “บรรหาร” ที่ออกมา “เสี้ยม” ให้จังหวัดต่างๆ อุทัยธานี นครสวรรค์ สิงห์บุรี ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา และลพบุรี มาเรียนรู้ “สุพรรณฯ โมเดล” แทน “บางระกำโมเดล”

แรงกดดันในการแก้ปัญหาน้ำท่วมของ“ยิ่งลักษณ์” ในเวลานี้จึงไม่ได้อยู่แค่การเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมให้ชาวบ้านเพียงอย่างทั่วถึงและเร่งด่วน แต่ยังต้องคิดไปถึงปัจจัยความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลที่ต่างมีฐานเสียงอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมด้วยกัน

ความรู้สึกว่า การแก้ปัญหาเวลานี้แบบไม่เสมอภาค ย่อมเป็นเรื่องใหญ่ ที่แต่ละพื้นที่ต่างยอมกันไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อการแก้ไขปัญหาวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ย่อมส่งผลไปถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งทำให้ผู้สูญเสียยอมไม่ได้ จากนี้ต้องดูว่าสัมพันธ์ร้าวครั้งแรกระหว่างพรรคร่วมในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จะบานปลายขยายวงไปแค่ไหน

แม้พรรคชาติไทยพัฒนาจะมีเสียงน้อยแทบไร้พิษสง แต่หัวเรือใหญ่อย่างบิ๊กเติ้ง พรรคเพื่อไทย และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ประมาทไม่ได้ก็แล้วกัน

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท