
เตือนนาลแกเข้าเวียดนาม-ไทยเจอฝนหนัก
อุตุเตือนภัยฉบับ1พายุนาลแกเข้าเวียดนาม5ต.ค.นี้ ไทยมีฝนตกหนักเพิ่ม เตือนกทม.-ปทุมฯ-นนทฯรับมือน้ำหนุนสูง16-17ต.ค.
อุตุเตือนภัยฉบับ1พายุนาลแกเข้าเวียดนาม5ต.ค.นี้ ไทยมีฝนตกหนักเพิ่ม เตือนกทม.-ปทุมฯ-นนทฯรับมือน้ำหนุนสูง16-17ต.ค.
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนภัย"พายุนาลแก" ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 3 ตุลาคม 2554 เมื่อเวลา 15.30 น. ว่า พายุโซนร้อน "นาลแก" บริเวณทะเลจีนใต้ มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 360กิโลเมตร ทางตะวันออก ของเกาะไหหลำ ประเทศจีน หรือที่ ละติจูด 17.7 องศาเหนือ ลองจิจูด 113.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 95 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน ในวันที่ 5 ตุลาคมนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข่าวจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้
อนึ่ง ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย
ลักษณะเช่นนี้ทำให้ทั่วทุกภาคของประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักในระยะ 1-2 วันนี้
ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ไว้ด้วย
เตือนกทม.-นนทฯ-ปทุมฯรับมือน้ำหนุนสูง16-17ต.ค.
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบภาพจากดาวเทียมกรมชลฯได้ประเมินปริมาณก้อนน้ำที่อยู่เหนือจ.นครสวรรค์ขึ้นไปคาดว่าจะมีอยู่ประมาณ 3,700 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงได้กำชับกรมชลประทานในการเฝ้าระวังปริมาณน้ำที่ผ่านอ.บางไทรในช่วงที่น้ำทะเลจะหนุนสูงในช่วงระหว่างวันที่16 - 17 ตุลาคมนี้ พร้อมทั้งแจ้งเตือนกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียงได้แก่ นนทบุรี และปทุมธานี เพื่อรับมือสถานการณ์ดังกล่าวที่จะเกิดขึ้น
สำหรับการบริหารจัดการน้ำยังคงเป็นการบริหารจัดการน้ำที่ยังท่วมขังนั้นยังคงในรูปแบบเดิมอยู่คือการผันน้ำออกจากนครสวรรค์ผ่านเขื่อนเจ้าพระยาโดยส่งน้ำทุ่งฝั่งตะวันออกซึ่งทำได้ค่อนข้างจำกัดเนื่องจากปริมาณน้ำที่ค้างอยู่เดิมมีอยู่ทำให้ขณะนี้สามารถระบายน้ำ ผ่านคลองชัยนาท-ป่าสัก 97 ลบ.ม./วินาที และเข้าคลองระพีพัฒน์ อีก 212ลบ.ม./วินาที
ส่วนการรับน้ำเข้าระบบส่งน้ำทุ่งฝั่งตะวันตกมีปริมาณน้ำไหลผ่าน 571 ลบ.ม./วินาที โดยผ่านคลองมะขามเฒ่าอู่ทอง 40ลบ.ม./วินาที ประตูระบายน้ำพลเทพ 301 ลบ.ม./วินาที คลองเล็กอื่นๆ 61ลบ.ม./วินาที และแม่น้ำน้อยอีก 169 ลบ.ม./วินาทีซึ่งได้เน้นย้ำและกำชับกรมชลประทานให้พิจารณาการระบายน้ำในเขื่อนโดยคำนึงถึงความปลอดภัยต่อสภาพเขื่อนและส่งผลกระทบต่อประชาชนท้ายเขื่อนให้น้อยที่สุด







