
พิชัยยันปรับราคาแอลพีจีเหมาะสม
พิชัยโต้รสนายันปรับราคาแอลพีจีตามความเหมาะสมพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหากยื่นศาลปครอง
พิชัยโต้รสนายันปรับราคาแอลพีจีตามความเหมาะสมพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหากยื่นศาลปครอง
นายพิชัย นริพทะพันธ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยถึงกรณีที่น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กรุงเทพฯ เตรียมยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ในประเด็นการปล่อยลอยตัวราคาก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี)ภาคขนส่งไม่เป็นธรรมว่า รัฐบาลจำเป็นต้องปรับโครงสร้างราคาแอลพีจีให้เกิดความเหมาสม และยึดประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก
ทั้งนี้หากจะยื่นฟ้องร้องต่อศาลฯก็พร้อมจะชี้แจงให้ทราบถึงเหตุผล ซึ่งต้องเข้าใจว่ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีหน้าที่ในการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมัน แต่ที่ผ่านมาต้องนำไปใช้อุดหนุนราคาชนิดอื่นแบบบิดเบือน ดังนั้นถึงเวลาที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้นโยบายพลังงานเดินหน้าไปได้
อย่างไรก็ตามการปรับโครงสร้างราคามแอลพีจีครั้งนี้แม้จะทำให้เกิดราคาแอลพีจี 4 ราคา แยกตามประเภทของการใช้ ได้แก่ ภาคครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรม ภาคปิโตรเคมีและภาคขนส่ง แต่ก็มีมาตรการป้องกันไม่ให้มีการลักลอบการใช้แอลพีจีผิดประเภท โดยเฉพาะการนำแอลพีจีครัวเรือนไปใช้ภาคขนส่ง ที่ยังมีราคาที่ต่างกัน โดยบริษัทปตท.รายงานว่าจะมีการเติมสารเคมีชนิดหนึ่งเข้าไปในแอลพีจีที่จำหน่ายให้กับภาคครัวเรือน และไม่สามารถนำแอลพีจีครัวเรือนไปใช้กับภาคขนส่งได้เพราะจะเกิดผลกระทบกับเครื่องยนต์ทันที
“ถึงเวลาที่ต้องมีการทบทวนโครงสร้างราคาพลังงานกันใหม่ ซึ่งยอมรับว่าการปรับราคาแอลพีจีก็มีทั้งคนที่ถูกใจและไม่เห็นด้วย โดยหลักการเชื่อว่าจะทำให้ปริมาณการนำเข้าแอลพีจีจากต่างประเทศลดลงได้แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้ใช้ด้วย เพราะปัจจุบันไทยนำเข้าแอลพีจีราคาแพงแต่ต้องมาขาราคาถูก จนส่งผลต่อฐานะกองทุนน้ำมันฯที่ต้องจ่ายเงินนำเข้าแอลพีจี”นายพิชัย กล่าว
นายพิชัย กล่าวว่า รัฐบาลคำนึงถึงผลกระทบจากมาตรการลอยตัวราคาแอลพีจี ดังนั้นจึงเตรียมออกบัตรเครดิตพลังงานมาลดผลกระทบให้กับกลุ่มรถสาธารณะที่ใช้เอ็นจีวี โดยจะเริ่มที่รถแท็กซี่เอ็นจีวีก่อน เนื่องจากสามารถตรวจสอบรายชื่อได้สะดวก ประกอบกับจะต้องกำหนดคุณสมบัติของผู้จะได้สิทธิ์ด้วย ส่วนรถตู้สาธารณะจะให้สิทธิ์เฉพาะที่ใช้เอ็นจีวีเท่านั้นไม่ครอบคลุมถึงรถตู้แอลพีจีที่ให้บริการในต่างจังหวัดเป็นส่วนใหญ่







