posttoday
จุดจบมหากาพย์หนี้กรีซ ถึงคราที่จะต้อง'เบี้ยว'

จุดจบมหากาพย์หนี้กรีซ ถึงคราที่จะต้อง'เบี้ยว'

03 ตุลาคม 2554

แม้ว่าบรรดาผู้นำในกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) โดยเฉพาะหัวเรือใหญ่อย่างประเทศเยอรมนี

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

แม้ว่าบรรดาผู้นำในกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) โดยเฉพาะหัวเรือใหญ่อย่างประเทศเยอรมนี จะพยายามแสดงให้โลกเห็นว่า อียูไม่มีทางปล่อยมือจากกรีซเด็ดขาด เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของทุกฝ่ายให้กลับคืนมา

แต่บรรดานักลงทุน นักเศรษฐศาสตร์ นักวิเคราะห์ และนักวิชาการทั้งหลายแหล่ ต่างตั้งเป้าลงความเห็นตรงกันแบบเงียบๆ ไปเรียบร้อยแล้วว่า วิกฤตหนี้สาธารณะของกรีซในครั้งนี้ จบไม่สวยแน่นอน

ทั้งนี้ ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา อาการวิตกจริตของนักลงทุนทั่วโลกทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งก็เพราะมาตรการช่วยเหลือกรีซของอียูที่ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนเพียงพอ

จุดจบมหากาพย์หนี้กรีซ ถึงคราที่จะต้อง'เบี้ยว'

ขณะที่อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะรัฐบาลกรีซเองที่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่สามารถคลอดมาตรการรัดเข็มขัด เพื่อลดการขาดดุลงบประมาณของประเทศให้ได้ตามเงื่อนไขที่อียูและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ตั้งไว้สำหรับเงินช่วยเหลืองวดใหม่ที่กรีซจะต้องนำมาใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้

เรียกได้ว่า กรีซจะยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจนกว่าจะมีมาตรการลดการขาดดุลงบประมาณที่ทางทีมผู้ตรวจสอบของอียู หรือที่รู้จักกันดีในนาม “ทรอยกา” จะเห็นว่าถูกต้องเหมาะสม

นอกจากนี้ รัฐบาลกรีซยังต้องเผชิญกับปัญหาภายในชวนปวดหัว เนื่องจากประชาชนทั้งประเทศลุกฮือขึ้นมาประท้วงรัฐบาลไม่เห็นด้วยกับแผนประหยัดที่หมายถึงการหั่นลดสวัสดิการ การช่วยเหลือดูแลรักษาประชาชนจากรัฐ

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับกรีซ ส่งผลให้บรรดานักวิเคราะห์ต่างลงความเห็นว่า กรีซมีแนวโน้มผิดนัดชำระหนี้แน่นอน โดย ฟิลิปป์ โรสเลอร์ รัฐมนตรีเศรษฐกิจเยอรมนี ได้เขียนลงในหนังสือพิมพ์ดีเวล์ต ว่า การเบี้ยวหนี้ล้มละลายของกรีซไม่ใช่เรื่องต้องห้ามที่จะไม่ให้มีการหารือเตรียมรับมือกันอีกต่อไป

นอกจากนี้ หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่า กรีซน่าจะแก้ปัญหาได้ดีขึ้น และอียูจะรอดพ้นจากวิกฤตในครั้งนี้ได้ง่ายขึ้น หากว่าบรรดาผู้นำในยุโรปจะยอมเสียหน้าหยุดซื้อเวลาโดยปล่อยให้กรีซผิดนัดชำระหนี้แต่โดยดี

ความเห็นที่จะปล่อยให้กรีซผิดนัดชำระหนี้เริ่มมีมากขึ้น โดยเมื่อวันศุกร์ที่ 30 ก.ย. รอยเตอร์สได้เผยผลสำรวจความคิดเห็นของบรรดานักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำมากกว่า 50 คนทั่วภูมิภาคยุโรปว่า กรีซมีโอกาสผิดนัดชำระหนี้สูงถึง 65% โดยเหล่าผู้รู้ทั้งหลายมากกว่าครึ่งถึงกับระบุระยะเวลาที่แน่ชัดว่า กรีซมีสิทธิชักดาบภายใน 12 เดือน และมีโอกาสสูงถึง 1 ใน 5 ที่กรีซจะต้องโบกมือลาจากกลุ่มยูโรโซน

ขณะที่ผลสำรวจของบลูมเบิร์ก ระบุว่า 75% ของนักลงทุนจากทั่วโลกเชื่อมั่นภายใน 5 ปี จะต้องมีประเทศอย่างน้อยหนึ่งประเทศลาออกจากการเป็นสมาชิกยูโรโซน ขณะที่อีก 40% เชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นภายในปี 2555

จุดจบมหากาพย์หนี้กรีซ ถึงคราที่จะต้อง'เบี้ยว'

นอกจากนั้น ยังมีกระแสเสียงความคิดเห็นของบรรดานักการเมืองในประเทศต่างๆ ที่ออกมาระบุตรงกันว่า กรีซมีสิทธิผิดนัดชำระหนี้ และสมควรไปๆ ให้พ้นจากกลุ่มยูโรโซน

อเล็กซานเดอร์ โดบรินด์ท เลขาธิการพรรคคริสเตียน โซเชียล ยูเนียน (ซีเอสยู) พรรคร่วมรัฐบาลเยอรมนี คือรายล่าสุดที่ออกมาเรียกร้องให้กรีซออกจากการเป็นสมาชิกลุ่มยูโรโซนไปเสีย หากยังไม่สามารถแก้ไขวิกฤตหนี้สาธารณะได้

นูเรียล รูบินี นักเศรษฐศาสตร์ผู้โด่งดังจากการคาดการณ์วิกฤตฟองสบู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐได้อย่างแม่นยำ กล่าวสนับสนุนแนวความคิดข้างต้น โดยรูบินี มองว่า ถึงเวลาแล้วที่กรีซควรจะเบี้ยวหนี้และสมัครใจเดินออกจากยูโรโซนเพื่อหันไปใช้ “แดรกมา” เงินสกุลกรีซอีกครั้ง ไม่เช่นนั้นกรีซมีสิทธิเผชิญหน้ากับการล่มสลายทางเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างง่ายๆ ถ้าหากจะยังดึงดันใช้ “ยูโร” ต่อไป

ทั้งนี้ แม้จะเป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวด แต่รูบินี เห็นว่า การหันกลับไปใช้สกุลเงินของตัวเอง จะทำให้กรีซไม่ต้องอ้างอิงกับเงินยูโร มีอิสระในการกำหนดค่าเงินเต็มที่ ซึ่งแม้ว่าอาจจะลำบากในช่วงแรกๆ แต่ค่าเงินที่ถูกจะช่วยฟื้นความสามารถในการแข่งขันในภาคการส่งออกและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตต่อไปได้

เหมือนเมื่อครั้งที่อาร์เจนตินา หรือประเทศในตลาดเศรษฐกิจเคยเผชิญก่อนจะขึ้นกลับมาผงาดในเช่นทุกวันนี้

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีหลายฝ่ายเห็นว่ากรีซมีแนวโน้มผิดนัดชำระหนี้ หรือกระทั่งสนับสนุนให้กรีซควรชักดาบเพื่อความอยู่รอดของตนเองและอียูโดยรวม แต่อีกส่วนหนึ่งกลับแย้งว่า ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม การผิดนัดชำระหนี้ไม่สมควรที่จะเกิดขึ้น

จุดจบมหากาพย์หนี้กรีซ ถึงคราที่จะต้อง'เบี้ยว'

สุกี แมนน์ นักกลยุทธ์จากโซซิเอเต เจเนอรัล อียูไม่ควรปล่อยให้กรีซเบี้ยวหนี้ เนื่องจากหนี้ของกรีซเกี่ยวพันกับสถานะของธนาคารพาณิชย์หลายแห่งในภูมิภาค และปัญหาหนี้มีแนวโน้มลุกลามบานปลายไปยังอิตาลีและสเปน ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 และ 4 ของภูมิภาค

ด้าน โฮวาร์ด วีลดอน นักกลยุทธ์อาวุโสจากบีซีจี โบรกเกอร์ มองว่า ภาคการเงินในยูโรปจะปั่นป่วนทันทีจากแรงเทขายของนักลงทุนทั่วโลกถ้ากรีซผิดนัดชำระหนี้ จนทำให้ธนาคารโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเยอรมนีและฝรั่งเศสที่เข้าไปอุ้มกรีซไว้มากจะประสบปัญหาเรื่องเงินทุน เพราะไม่มีใครเชื่อมั่น

ขณะที่ ฟิทช์ เรทติ้งส์ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของโลก มองว่า สถานการณ์หนี้สินที่กรีซแบกรับอยู่ในขณะนี้ อาจไม่มีทางออกอื่นใดที่ดีไปกว่าการยอมให้กรีซผิดนัดชำระหนี้ ที่ต้องเป็นไปตามระบบแบบแผน รวมถึงความยินยอมพร้อมใจของบรรดาเจ้าหนี้กรีซ

แต่สิ่งหนึ่งที่อียูไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้นก็คือ การอัปเปหิ หรือการยอมให้กรีซเดินออกจากกลุ่มยูโรโซน เพราะผลกระทบจากการล่มสลายของค่าเงินยูโร ร้ายแรงและหนักหนามากกว่าการที่กรีซเบี้ยวหนี้ เพราะความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อสกุลเงินยูโรจะลดฮวบจนส่งผลต่อประเทศใหญ่ๆ ที่ใช้เงินยูโร อย่างเยอรมนี ฝรั่งเศส สเปน และอิตาลี

เมื่อถึงเวลานั้น อาจเป็นหายนะทางเศรษฐกิจของยุโรปและของโลกอย่างแท้จริง

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท