
แรงงานบุรีรัมย์ร้องโรงงานเคมีทำพิการ
สองแรงงานบุรีรัมย์ร้องโรงงานเคมีทำร่างกายพิการ
สองแรงงานบุรีรัมย์ร้องโรงงานเคมีทำร่างกายพิการ
นายสุพจน์ พรผัน และ นางไสว เสมศักดิ์ ชาวบ้าน ต.นิคม อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ พร้อมญาติได้ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม หลังทั้ง 2 ไปทำงานที่โรงงานผลิตน้ำยาสุขภัณฑ์ ใน จ.สมุทรปราการ แล้วเกิดอาการป่วยเรื้อรัง ไปรักษาที่โรงพยาบาลหลายครั้งแต่ไม่หาย โดยเฉพาะนายสุพจน์ ต้องกลายเป็นพิการมือทั้งสองข้างหงิกงอ ขาอ่อนแรงเดินไม่ได้ และพูดไม่ได้
ส่วนนางไสว ผิวดำคล้ำคล้ายถูกไฟไหม้ทั้งตัว และปวดตามข้อกระดูก จนไม่สามารถทำงานได้ ทำให้ต้องออกจากงานกลับมารักษาตัวที่บ้าน และต้องกลายเป็นภาระของครอบครัว ขณะที่ทางบริษัทกลับปัดความรับผิดชอบ อ้างว่าทั้งสองมีโรคประจำตัวหรือเป็นภูมิแพ้ไม่ได้เกิดจากการแพ้สารเคมี
นางไสว กล่าวว่า หลังจากทำงานในโรงงานของบริษัทสแตนดาร์ด เมเจอร์ไรด์ดังนานกว่า 2 ปี ประจำแผนกบรรจุก้อนดับกลิ่น ต้องสัมผัสและคลุกคลีอยู่กับก้อนดับกลิ่นทุกวัน จนเริ่มมีอาการผิดปกติแสบร้อนตามร่างกาย และหายใจไม่ออก จึงได้ไปหาหมอและแพทย์ลงความเห็นว่าเกิดจากการแพ้สารเคมี
อย่างไรก็ตามพอไปแจ้งทางบริษัทกลับไม่รับผิดชอบ จึงได้ลาออกจากงานเพื่อกลับมารักษาตัวที่บ้าน แต่ไม่ได้รับเงินค่าชดเชยหรือค่ารักษาใดๆ จากทางบริษัทเลย จึงอยากเรียกร้องให้ทางบริษัทออกมาแสดงความรับผิดชอบจ่ายเงินชดเชย หรือค่ารักษาพยาบาลให้ เพราะขณะนี้ตนไม่สามารถทำงานได้ ประกอบกับครอบครัวยากจน
ทั้งยังต้องเลี้ยงดูส่งเสียลูกสาววัย 8 ขวบ ที่กำลังเรียนอยู่ชั้น ป.2 อีกด้วย จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ เพราะปัจจุบันนี้ก็ยังต้องเดินทางไปรักษา และรับยาที่โรงพยาบาลอยู่เป็นประจำ
ด้านนายทองดัง จันทแจ่ม พ่อตาของนายสุพจน์ กล่าวว่า ลูกเขยทำงานอยู่บริษัทไวท์เฮาส์คลีนนิ่ง โปรดักส์ ซึ่งเป็นบริษัทลูกนานถึง 12 ปี หลังจากมีอาการป่วยเรื้อรังจากการแพ้สารเคมี จนล่าสุดต้องพิการไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลย แต่ทางบริษัทได้ให้นายสุพจน์ พิมพ์ลายนิ้วมือในเอกสารฉบับหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นเอกสารจ้างออกจากงาน แล้วทางบริษัทก็จ่ายเงินให้จำนวน 200,000 บาท จากนั้นก็ไม่ได้รับผิดชอบใดๆ อีก
นายทองดัง กล่าวอีกว่า หลังจากที่ลูกเขยได้รับผลกระทบจากสารเคมีจนมีสภาพร่างกายพิการ ตนและภรรยาก็ต้องแบกรับภาระดูแลลูกเขยแทนลูกสาว เพราะลูกสาวต้องทำงานหาเงินมารักษาสามี ที่ไม่สามารถทำงานหรือช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ก็ไม่รู้จะหันพึ่งใครหรือร้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานไหน จากกรณีดังกล่าวก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือทางบริษัทได้ช่วยเหลือนำลูกเขยไปรักษาให้หาย เพื่อจะได้ทำงานเลี้ยงครอบครัวได้เหมือนเมื่อก่อน เพราะตนเองกับภรรยาก็อายุมากแล้ว







