posttoday
น้ำสุงทุบประวัติศาสตร์ กทม.วิกฤต เขื่อนล้น นายุซ้ำ ทะเลหนุน

น้ำสุงทุบประวัติศาสตร์ กทม.วิกฤต เขื่อนล้น นายุซ้ำ ทะเลหนุน

01 ตุลาคม 2554

คนกรุงเทพฯ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยาคงต้องเตรียมพร้อมถึงขีดสุดเพื่อเผชิญกับภาวะน้ำท่วม

คนกรุงเทพฯ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยาคงต้องเตรียมพร้อมถึงขีดสุดเพื่อเผชิญกับภาวะน้ำท่วม

หลังสัญญาณอันตรายจากปรากฏการณ์ต่างๆ เริ่มเด่นชัดขึ้น ซึ่งประกอบด้วยปริมาณฝนที่จะเพิ่มมากขึ้นจากอิทธิพลของพายุเนสาด เขื่อนใหญ่ภาคเหนือล้วนมีน้ำเกือบล้นความจุอ่างต้องเร่งระบายออก และน้ำทะเลจะหนุนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 15 วันนี้ เนื่องจากเป็นช่วงพระจันทร์ข้างขึ้น

สถานการณ์ครั้งนี้ วีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน ระบุว่า “จะมีปริมาณน้ำสูงเป็นประวัติศาสตร์ทุบสถิติปี 2538 อาจจะท่วมสูงถึงยอดเจดีย์เกาะเกร็ด”

รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในขณะนี้อยู่ในระดับวิกฤตแล้ว ฝนตกหนักในภาคเหนือส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำปิงมีมากกว่า 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ซึ่งจะเข้าสู่เขื่อนภูมิพลในอีก 5 วันข้างหน้า เพื่อความปลอดภัยต้องระบายน้ำเพิ่มจากวันละ 20 ล้าน ลบ.ม. เป็น 40 ล้าน ลบ.ม.

น้ำสุงทุบประวัติศาสตร์ กทม.วิกฤต เขื่อนล้น นายุซ้ำ ทะเลหนุน

“ขณะนี้กรมชลประทานต้องประชุมเพื่อประมวลปริมาณน้ำใหม่ทั้งหมด จากเดิมที่คาดว่าปริมาณน้ำที่ จ.นครสวรรค์ จะมีปริมาณสูงสุดในวันที่ 12 ต.ค. ในระดับ 4,350 ลบ.ม.ต่อวินาที แต่เมื่อเขื่อนต้องเร่งระบายน้ำเพิ่มคาดว่าจะส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ จ.นครสวรรค์ เพิ่มขึ้นอยู่ในระดับเกือบ 5,000 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งเป็นระดับประวัติศาสตร์ที่ประเทศไทยไม่เคยพบมาก่อน ทุบทุกสถิติทั้งหมด”

วีระ บอกว่า ปริมาณน้ำดังกล่าวคาดว่าจะเข้าสู่ กทม. ประมาณวันที่ 15 ต.ค.เป็นต้นไป ซึ่งหากการบริหารน้ำไม่สามารถทำได้ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ยังมีปริมาณน้ำไหลเข้าต่อเนื่องจนไม่สามารถหยุดการระบายได้ ก็คาดว่า 3 จังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยาจะได้รับผลกระทบหนัก โดยเฉพาะ จ.ปทุมธานี และนนทบุรี ที่อาจจะมีปริมาณน้ำสูงเป็นประวัติศาสตร์ทุบสถิติปี 2538 อาจจะถึงเกือบยอดเจดีย์เกาะเกร็ด ในขณะที่ กทม.ในบางพื้นที่อาจจะมีปัญหาน้ำท่วม

“เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาที่ต้องเร่งระบายที่กระชั้นชิดกับภาวะน้ำทะเลหนุนสูงสุดในรอบปี วันที่ 2831 ต.ค. ก็คาดว่า กทม.อยู่ในระดับที่น่าห่วงอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน ซึ่งจากนี้ไปกรมชลประทานจะมีการแถลงข่าวแจ้งเตือนสถานการณ์เพิ่มขึ้นและถี่ขึ้น เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวได้ทัน”

ข้อมูลของรองอธิบดีกรมชลประทาน ยืนยันได้ด้วยสัญญาณร้ายที่คนเมืองกรุงประจักษ์ชัดที่สุดก็คือ ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจนเหลืออีกเพียงไม่เกิน 50 เซนติเมตร ก็จะล้นข้ามแนวคันกั้นน้ำ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลพวงจากประตูน้ำหลายแห่งที่พังทลายลงในพื้นที่ภาคกลาง ทำให้ไม่สามารถควบคุมการปล่อยน้ำเข้าสู่คลองส่งน้ำและพื้นที่รับน้ำได้ กระแสน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสักที่ระบายเข้าคลองรพีพัฒนศักดิ์ ก็ทะลักเข้าคลองย่อยอื่นๆ อาทิ คลองรังสิต คลองเปรมประชากร คลองแสนแสบ คลองประเวศ และคลอง 13 ในพื้นที่แก้มลิงตะวันออก กระแสน้ำเริ่มล้นตลิ่งตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา เอ่อท่วมถนนรังสิตปทุมธานี และถนนติวานนท์ ไปปากเกร็ด จ.นนทบุรี ระยะทางยาวกว่า 2 กิโลเมตร รถไม่สามารถสัญจรผ่านไปได้

หากกระแสน้ำจากด้านเหนือยังไหลบ่าสู่ที่ลุ่มด้านทิศใต้อย่างต่อเนื่องเช่นนี้ เขตดอนเมืองและพื้นที่ติดกันก็คงได้รับผลกระทบตามไปด้วย

ณรงค์ การุณยธร ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตดอนเมือง ยืนยันว่ายังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ โดยเร่งระบายน้ำในพื้นที่ลงคลองเปรมประชากร พื้นที่ติดกับ จ.ปทุมธานี โดยจะให้น้ำในคลองอยู่ในระดับต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้

ด้านแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปริ่มแนวคันกั้นน้ำนั้น ส่งผลให้ประชาชนแห่กันซื้อกระสอบทรายเตรียมป้องกันน้ำเอ่อล้นเข้าพื้นที่บ้านเรือน จนทำให้กระสอบทรายขาดตลาด และมีราคาพุ่งขึ้นจากใบละ 20 บาท เป็น 30 บาท

วสันต์ มีวงษ์ รองโฆษกกรุงเทพมหานคร (กทม.) ชี้แจงว่า กทม.ยังมีแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีความสูง 2.5 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง จัดเรียงกระสอบทรายบริเวณจุดฟันหลอริมแม่น้ำเจ้าพระยาทุกจุด ความสูง 2.83 เมตร เพื่อเป็นแนวป้องกันน้ำทะเลหนุนสูงและน้ำเหนือที่ปล่อยจากท้ายเขื่อน โดยขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงประมาณ 2 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ตลอดจนเตรียมเครื่องสูบน้ำระบายน้ำในคลองทุกสายเพื่อรับการระบายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา และยังมีแก้มลิงจำนวน 21 แห่ง เพื่อรองรับน้ำ 12.75 ล้านลูกบาศก์เมตร ขอให้ประชาชนอย่ากังวล

ด้าน สัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กทม. กล่าวว่า หากน้ำจากคลองรังสิตไหลเข้ามาในพื้นที่ดอนเมืองก็จะปิดประตูน้ำคลองเปรมประชากรทันที หากไม่มีฝนตกในพื้นที่ก็จะเร่งผันน้ำเข้าสู่คลองหลักสายต่างๆ เพื่อระบายน้ำออกสู่ทะเลโดยเร็วที่สุด

“ขณะนี้ถือว่ายังคุมสถานการณ์ได้ แต่ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่องและดูแลความแข็งแรงของแนวคันกั้นน้ำตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยาด้านตะวันออก เพราะสถานการณ์น้ำที่นครสวรรค์ยังไม่นิ่ง น้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนพระรามหกยังไม่ลด ขณะที่น้ำจากเขื่อนป่าสักก็ยังลงมามาก จึงยังกังวลอยู่” สัญญากล่าว

แม้ กทม.จะเชื่อมั่นว่าสามารถคุมสถานการณ์ได้ แต่ข้อมูลของ วิสิทธิ์ วงศ์วิวัฒน์ รองผู้ว่าการการประปานคร หลวง (กปน.) ก็ยิ่งทำให้ภาพรวมของสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยาน่าวิตกอย่างยิ่ง

“สถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น อัตราการไหลบริเวณสถานีสูบน้ำดิบสำแล อ.เมือง จ.ปทุมธานี มีปริมาณสูงถึง 4,850 ลบ.ม. ทำให้แนวคันดินกั้นน้ำบางจุดเกิดการกัดเซาะจากน้ำหลาก ต้องเสริมความแข็งแรงของแนวป้องกันเพิ่มเติม พร้อมเตรียมสารเคมี เครื่องจักร เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำดิบให้พร้อมใช้งาน” วิสิทธิ์ ชี้แจง

ปริมาณน้ำไหลผ่าน 4,850 ลบ.ม.ต่อวินาที นั่นหมายถึงปริมาณน้ำเจ้าพระยาสูงกว่าระดับวิกฤตซึ่งกำหนดไว้ที่ 3,500 ลบ.ม.ต่อวินาทีแล้ว

เตรียมตัวเตรียมใจให้ดี สถานการณ์ปีนี้อาจหนักกว่าฝันร้ายที่เคยเกิดขึ้นในปี 2538

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท