
อัยการเมินปชป.ถอดถอน
งัดกม.โต้มีอิสระพิจารณาคดีถาวรบี้ขอเอกสารไม่ฎีกาภาษี
งัดกม.โต้มีอิสระพิจารณาคดีถาวรบี้ขอเอกสารไม่ฎีกาภาษี
อัยการชูความอิสระโต้ปมถอดถอน ปชป.ลุยขอข้อมูล อสส.ไม่ฎีกาภาษีชินฯ
นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษและโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) แถลงยืนยันอัยการมีอิสระในการพิจารณาสั่งคดี และได้พิจารณาข้อกฎหมายทุกประการอย่างครบถ้วนแล้วในการสั่งไม่ฎีกาคดีเลี่ยงภาษีการซื้อขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น
ทั้งนี้ แม้ สส.จะมีอำนาจเข้าชื่อขอถอดถอน อสส.ได้ แต่การจะกล่าวหาเพื่อถอดถอนต้องให้ปรากฏข้อเท็จจริงว่า มีพฤติการณ์ส่อไปในทางที่กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมหรือไม่
“อัยการไม่อยากบอกว่ากลัวหรือไม่กลัวหากจะมีการตรวจสอบ เพราะไม่ต้องการตอบโต้ แต่ขอชี้แจงว่า ตามรัฐธรรมนูญในมาตรา 255 วรรค 2 บัญญัติว่า อัยการมีอิสระในการพิจารณาสั่งคดี” นายธนพิชญ์ กล่าว
ขณะเดียวกัน พระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 21 ประกอบมาตรา 22 ให้การคุ้มครองอัยการในการทำความเห็นสั่งคดี ดังนั้น การพิจารณาสั่งไม่ฎีกาคดีดังกล่าวจึงไปตามอำนาจหน้าที่ และเป็นดุลพินิจที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
นายถาวร เสนเนียม สส.สงขลา ในฐานะคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 29 ก.ย. คณะทำงานด้านกฎหมายจะทำหนังสือไปถึงนายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุดเพื่อขอสำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่อัยการสูงสุดไม่ฎีกาคดีเลี่ยงภาษีดังกล่าว
นอกจากนี้จะขอสำเนาความคิดเห็น อสส.ที่มีความเห็นไม่ฎีกาในคดีดังกล่าว รวมถึงหนังสือของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ทำหนังสือถึง อสส. เพื่อให้ยื่นฎีกาในทุกข้อหาและกับจำเลยทุกคน เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาประกอบการตัดสินใจดำเนินการต่อไป
“อสส.ไม่ควรอ้างว่าเป็นข้อมูลลับที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะไม่เช่นนั้นก็จะต้องใช้ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ มาดำเนินการ” นายถาวร กล่าว
อย่างไรก็ตาม คดีนี้ถือว่าจบไปแล้ว เนื่องจากอัยการสูงสุดไม่อุทธรณ์ภายใน 30 วัน ทำให้คดีหมดอายุความและทำให้รัฐสูญเสียรายได้ 273 ล้านบาท ที่จะนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่น
ด้านนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ประชาธิปัตย์ขู่จะเข้าชื่อถอดถอน อสส.นั้น ตาม พ.ร.บ.องค์กรอัยการ อัยการย่อมมีอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้น การที่ อสส.ได้มีความเห็นและได้แถลงเหตุผลของการไม่ยื่นฎีกาต่อสาธารณชนแล้ว ถือเป็นการใช้ดุลพินิจตามที่กฎหมาย
“หัวหน้าพรรคและ สส.พรรคประชาธิปัตย์ได้เรียกร้องให้คนอื่นเคารพในกระบวนการยุติธรรมมาโดยตลอด แต่พออัยการไม่ถูกใจก็มีปฏิกิริยาทันที จึงขอเรียกร้องให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะหัวหน้าพรรคยุติการโจมตีสถาบันอัยการ” นายพร้อมพงศ์ กล่าว







