posttoday
สารพัดวิชามารฮัลโหลหลอกโอนเงิน

สารพัดวิชามารฮัลโหลหลอกโอนเงิน

29 กันยายน 2554

คนหาเช้ากินค่ำถ้าไม่จำเป็นไม่อยากจะมีคดีต้องขึ้นโรงขึ้นศาล

คนหาเช้ากินค่ำถ้าไม่จำเป็นไม่อยากจะมีคดีต้องขึ้นโรงขึ้นศาล

โดย...ธนก บังผล

คนหาเช้ากินค่ำถ้าไม่จำเป็นไม่อยากจะมีคดีต้องขึ้นโรงขึ้นศาล แบบว่ามันเสียเวลาและยุ่งยาก กว่าจะเสร็จสิ้นคดีความทำเอาเหนื่อยใจแทบขาด ใครเคยข้องแวะแล้วหลีกเลี่ยงได้เป็นดีที่สุด

มิจฉาชีพเองก็ฉวยเอาจุดอ่อนที่คนขยาดไม่อยากค้าความ นำมาหลอกลวงเอาเงินเอาทอง และมีคนหลงเชื่อกันมานักต่อนักแล้ว

อย่างที่เราเคยได้ยินตามข่าวว่ามี “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” โทร.ไปกุสารพัดเรื่อง ทำให้คนที่รู้ไม่ทันต้องเจ๊งมานักต่อนัก

วิธีที่พวกโจรคอลเซ็นเตอร์ใช้บ่อยที่สุดคือ อ้างว่าโทร.มาจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยหลอกว่ามีเงินของทางราชการถูกโอนเข้าไปในบัญชีของเรา หากไม่คืนจะมีความผิดทางกฎหมาย

หลังจากนั้นจะหลอกให้คนที่หลงเชื่อไปที่ตู้เอทีเอ็ม แล้วกดตามที่พวกวายร้ายบอก ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นภาษาอังกฤษ ทำเป็นมีรหัสลับราชการ ชิชะ

กดไปกดมา กดจนงง กว่าจะรู้ตัวว่าโอนเงินไปให้พวก 18 มงกุฎ ก็สายไปแล้ว บางคนเผลอกดไปเป็นแสนก็มี แม้ว่าจะมีคนไม่เชื่อ ลองโทร.เช็กกลับไปยังเบอร์ที่โทร.เข้า ก็ปรากฏว่าไปติดที่ดีเอสไอ จริงๆ เจอเทคโนโลยีเปลี่ยนเบอร์โทร.ให้ขึ้นเลขอะไรก็ได้ตามต้องการแบบนี้ ที่ว่ารอบคอบก็โดนตุ๋นมาแล้ว

อีกวิธีที่พบบ่อยคือ อ้างว่าโทร.มาจากธนาคาร แล้วแจ้งว่ามียอดค้างชำระบัตรเครดิต ซึ่งธนาคารตรวจสอบเจอ หลังจากนั้นจะล่อลวงว่าอาจมีคนเอาบัตรเครดิตไปรูด ถ้าไม่ต้องการชำระหนี้บัตรเครดิตก็ต้องไปที่ตู้เอทีเอ็มเพื่อทำการอายัด

เหมือนกันเป๊ะ ใครเชื่อก็กลายเป็นเหยื่อต้องเสียเงินไปโดยไม่ทันได้คิด หรือบางครั้งมีโทรศัพท์จากหน่วยงาน ห้างร้าน อ้างว่าได้รับรางวัล แต่ต้องเสียภาษี ณ ที่จ่าย บางคนหลงดีใจว่าได้รับรางวัลจริง โอนเงินไปแล้วจึงจะรู้ว่าถูกหลอก มันน่าแค้นก็ตรงที่มีคนไทยไปสุมหัวกับต่างชาติมาหลอกคนไทยด้วยกันเองนี่แหละ

ตอนนี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์เริ่มใช้มุขใหม่ อ้างว่าโทร.จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) หลอกผู้รับสายว่าได้ทำการตรวจสอบบัญชีธนาคารของเราแล้วพบเงินที่มาจากการค้ายาเสพติดโอนเข้าบัญชี ถ้าไม่โอนอาจจะต้องถูกดำเนินคดี ประมาณว่าถ้าไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดก็โอนคืนให้ ป.ป.ส.เดี๋ยวนี้

ครูคนหนึ่งจากภาคอีสาน เจอมุขนี้หลอกตบทรัพย์ไปกว่า 2 แสนบาท ทุกวันนี้ยังไม่ได้เงินคืน เจ็บใจก็เจ็บ เจ็บแล้วยังต้องจนอีกต่างหาก

อาจเป็นเพราะทุกวันนี้คนส่วนใหญ่มีโทรศัพท์มือถือกันคนละเครื่องสองเครื่อง จึงทำให้ง่ายต่อการสุ่มเบอร์โทร.ไปแอบอ้างหลอกลวง โดยเฉพาะเบอร์ที่แก๊งเหล่านี้มักจะเลือกคือเบอร์โทรศัพท์ที่ขึ้นต้นด้วย 081

ไม่ใช่เฉพาะทำกันเป็นแก๊งเท่านั้น พวก 18 มงกุฎฉายเดี่ยวทำกันคนเดียวก็มีให้เห็นแล้ว วันดีคืนดีโทรศัพท์เบอร์แปลกเข้ามา “ฉันเอง จำได้ไหม”

นี่ไม่ใช่มุขเหนือเมฆอะไรเลย เพียงแต่พอมีใครโทร.เข้ามาแล้วถามคำนี้ บางคนก็มักจะเล่นเกมทายปัญหาด้วย เอ...เสียงนี้คุ้นๆ เพื่อนเรานี่หว่า ใครว้า...ฉันเอง พอเอ่ยชื่อปุ๊บ มันก็บอกใช่แล้ว

เสียงอาจจะไม่ค่อยสดใสนัก ข้ออ้างของโจรพวกนี้คือกำลังนอนป่วยอยู่โรงพยาบาล กำลังเดือดร้อนช่วยโอนเงินมาให้หน่อย เดี๋ยวพรุ่งนี้จะใช้ให้

บางคนรักเพื่อนจัด ไม่คิดว่าจะถูกคนสวมรอยปลอมเป็นเพื่อนมาหลอกให้โอนเงิน ก็แหม...เพื่อนไม่สบายทั้งที บางคนเอะใจก่อนโอนก็รอดไป แต่คนไหนรีบโอนเป็นเศร้าทุกราย แค้นจนแทบอยากออกแม่ไม้มวยไทยสักป้าบ

พวกอ้างว่าเป็นธนาคารก็มีเยอะ ให้กด 9 เพื่อคุยไปคุยมาก็หลงกลสิ้นซาก

คดีถูกหลอกให้โอนเงินทางตู้เอทีเอ็มนี้ เป็นอุทาหรณ์ให้อย่าหลงเชื่อคนง่าย อย่าตกใจกับคนที่โทร.มาหว่านล้อมงัดสารพัดข้ออ้างหลอกให้หลง และที่สำคัญคือ ต้องให้ความรู้กับประชาชนทั่วไปว่าห้ามโอนเงินให้กับคนที่ไม่รู้จักเป็นอันขาด เพราะทุกเวลานาทีแก๊งมิจฉาชีพจ้องวัดดวงรอคนหลงเชื่ออยู่ทุกวัน

ภูมิคุ้มกันเงินให้ปลอดภัย

หากมีใครอ้างว่าเรามีหนี้หรือต้องทำธุรกรรมโอนเงิน นั่นคือการหลอกลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพราะไม่มีหน่วยงานราชการใด บังคับให้ประชาชนโอนเงินเข้าบัญชีได้ เช่นเดียวกันก็ไม่มีใครทวงหนี้โดยให้เราชำระผ่านตู้เอทีเอ็ม และไม่ว่าจะเจอมุขใด ต้องมีสติ เมื่อระแคะระคายให้ถามกลับปลายสายแล้วจดรายละเอียดเพื่อแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป


 

 

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล