
สมศักดิ์ลั่นเป็นประธานสภาต้องเด็ดขาด
“สมศักดิ์” เข้ม ลั่นเป็นประธานต้องเด็ดขาด คำสั่งต้องเป็นคำสั่ง ไล่ออกก็ต้องออกห้ามขัดขืน
“สมศักดิ์” เข้ม ลั่นเป็นประธานต้องเด็ดขาด คำสั่งต้องเป็นคำสั่ง ไล่ออกก็ต้องออกห้ามขัดขืน
ที่โรงแรมแกรนด์แปซิฟิก ซอฟเฟอริน รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.เพชรบุรี สำนักงานลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้มีการจัดการสัมมนาสื่อมวลชน ในหัวข้อเรื่อง “นิติบัญญัติกับการพัฒนาประชาธิปไตย” ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสร้างการมีส่วนร่วมในกระบวนการนิติบัญญัติและวงงานรัฐสภากับสื่อมวลชน โดยมี นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธาน พร้อมด้วยนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 และนายวัฒนา เซ่งไพเราะ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร ร่วมด้วย
ทั้งนี้นายสมศักดิ์ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “นิติบัญญัติกับการพัฒนาประชาธิปไตย” ตอนหนึ่งว่า การส่งเสริมประชาธิปไตยให้ถึงประชาชน โดยส่วนตัวเห็นว่ามี 3 ข้อ คือ 1.การจัดตั้งสถานีวิทยุรัฐสภาให้ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ ที่ผ่านมาเราล้มลุกคลุกคลาน เพราะประชาธิปไตยไม่ได้ลงลึกถึงระดับรากหญ้า จนทำให้อำนาจนอกระบบเข้ามาแทรกแซง เชื่อว่าหากเราสามารถให้ความรู้เรื่องประชาธิปไตยกับประชาชนรากหญ้าได้ จะเป็นการส่งเสริมประชาธิปไตยอย่างแท้จริง 2.การสร้างรัฐสภาจังหวัดเพื่อเป็นด่านหน้าในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชน เป็นที่พึ่งที่หวังดูแลประชาชนทุกจังหวัด เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น โดยไม่ต้องเดินทางเข้ามาใน กทม. เพราะโดยธรรมชาติของประชาชนจะไม่เข้าหาข้าราชการ แต่จะวิ่งเข้าหา ส.ส.มากกว่า ดังนั้นเชื่อว่าหากมีการสร้างรัฐสภาจังหวัดจะถือว่าคุ้มมาก
นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า 3.บทบาทของสื่อมวลชนประจำรัฐสภา มีความมีส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางของประเทศ จึงอยากให้สื่อมวลชนทำความเข้าใจในส่วนของข้อบังคับการประชุม เพื่อให้รู้ทันเกมการเมืองของทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล โดยสิ่งหนึ่งที่ขอตั้งข้อสังเกตว่าฝ่ายค้านกล่าวหาว่าประธานทำหน้าที่ไม่เป็นกลางนั้น ก็เพราะว่าฝ่ายค้านมักมีพฤติกรรมในการประท้วงครั้งละหลายๆคนในเรื่องเดียวกัน เมื่อประธานไม่ให้พูดก็จะต่อว่าว่าไม่เป็นกลาง แต่ในความเป็นจริงหากเป็นการประท้วงในเรื่องซึ่งประธานวินิจฉัยไปแล้วถือเป็นเด็ดขาด จึงอยากให้สื่อมวลชนในฐานะกรรมการศึกษาทำความเข้าใจข้อบังคับการประชุมของสภาฯ เพื่อให้เข้าใจเกมการเมืองในสภาฯอย่างถ่องแท้
“คำวินิจฉัยของประธานถือเป็นเด็ดขาดไม่มีสิทธิ์โต้แย้งใดๆ เปรียบเหมือนกรรมการฟุตบอล ที่ให้ใบแดงไปแล้วก็ต้องออกสถานเดียว ขณะเดียวกันถ้าประธานตัดสินอะไรที่ผิดบ่อยๆคนทั้งประเทศก็จะวิพากษ์วิจารณ์ว่าประธานไม่เอาไหน ผลขอยืนยันว่ายังฉลาดพอ และไม่คิดที่จะเอาเกียรติของประธานสภาฯไปเอาเปรียบเล็กๆน้อยๆ เพราะไม่คุ้ม ไม่มีประโยชน์ ผมต้องรักษาความมีศักดิ์ศรีของสถาบันนิติบัญญัตินี้ให้ได้” นายสมศักดิ์ กล่าว
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การทำงานที่ผ่านมาใช้มาตรฐานเดียวกันแก่ทั้ง2 ฝ่าย ทั้งในฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล ส่วนเหตุการณ์การประชุมสภาฯเมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่ทางพรรคประชาธิปัตย์แสดงอาการโห่ร้องและเดินออกจากที่ประชุมด้วยความไม่พอใจต่อการทำหน้าที่ของประธานนั้น เห็นว่าเป็นการมองต่างมุม คือ มุมหนึ่งก็สามารถมองเห็นต่างจึงมีสิทธิ์ วอล์กเอาท์ แต่ในอีกมุมหนึ่งก็สามารถมองได้ว่า ส.ส.ไม่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ อย่าเอาเรื่องการแก้ไขช่วงเวลาตั้งกระทู้ถามสดและกระทู้ทั่วไปมาเกี่ยวข้อง หากทุกคนปฎิบัติตามข้อบังคับก็จะใช้เวลาไม่มาก แต่ที่ผ่านมาไม่มีการใช้ข้อบังคับอย่างจริงจัง ทำให้เวลาการประชุมจึงล่วงเลยได้







