posttoday
ระวังอันตราย นโยบายจำนำข้าว เป็นพิษ

ระวังอันตราย นโยบายจำนำข้าว เป็นพิษ

23 กันยายน 2554

“การรับจำนำข้าว” ถูกฝ่ายการเมืองนำกลับมาใช้เป็นนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรอีกครั้ง

“การรับจำนำข้าว” ถูกฝ่ายการเมืองนำกลับมาใช้เป็นนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรอีกครั้ง

โดย..ปานปรีย์ พหิทธานุกร 

ทั้งที่ความจริงแล้วตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา ฝ่ายการเมืองก็ “แทรกแซงตลาด” และ “ยกระดับราคาสินค้าเกษตร” โดยการจำนำมาโดยตลอด

ที่ผ่านมาการแทรกแซงราคา ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการจำนำ หรือการประกันราคาที่ผ่านมา ส่วนที่ได้ “ผลดี” บ้าง ก็คือช่วยดันราคาพืชผลเกษตรให้สูงขึ้น ขณะเดียวกันในทางตรงข้าม ก็ได้สร้างปัญหามากมาย ทั้งทางทฤษฎีและการปฏิบัติ เพราะเป็นการ “บิดเบือนราคาตามกลไกตลาด” และ “เปิดช่องให้มีการทุจริตคอร์รัปชันกันอย่างมโหฬาร”

เมื่อรัฐบาลชุดนี้ประกาศไปแล้วว่าจะกลับมาใช้การจำนำข้าวเป็นนโยบายในการยกระดับราคาข้าว ตามมาด้วย การประกาศความพร้อมในการรับจำนำข้าว ในวันที่ 7 ต.ค. 2554 นี้ ก็คงไม่ใช่เวลาที่จะมาถกเถียงกันถึงทฤษฎีกันอีกแล้วว่าเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร เพราะเมื่อรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาไปแล้ว ก็ต้องเดินหน้าทำตามที่พูดไว้

ฉะนั้น จากนี้ไปเราคงต้องติดตามดูว่า รัฐบาลในฐานะผู้รับผิดชอบต่อนโยบายนี้ จะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้การรับจำนำเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสูญเสียงบประมาณแผ่นดินน้อยที่สุด

ในฐานะที่ผมเคยดำรงตำแหน่งประธานองค์การคลังสินค้า (อคส.) อยู่ช่วงหนึ่ง เมื่อไม่นานนัก ยังจำได้ถึงประสบการณ์ในกระบวนการบริหารจัดการเพื่อนโยบายรับจำนำข้าว เพราะ อคส.ในขณะนั้นเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่รับจำนำข้าวให้รัฐบาล

กรณีปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงนั้น มีตั้งแต่การปลอมปนข้าว 57 โรงสีที่ตรวจสอบพบแล้ว แต่เรื่องกลับถูกดองไว้ ปัญหาการล็อกสเปกของเซอร์เวเยอร์ ปัญหาข้าวหายจากโกดังหลวง จำนวนข้าวในสต๊อกไม่ครบ ข้าวเหลือในสต๊อกแต่ไม่กล้าระบายออก เพราะกลัวราคาข้าวในประเทศจะตกต่ำ ซึ่งทำให้เสียหายมาก ผู้ชนะการประมูลข้าวไม่มารับข้าวจากโกดัง ไม่จ่ายค่าเช่า ไม่จ่ายค่าปรับค่าโกดังเก็บข้าวตามสัญญาอีก หรือฝ่ายการเมืองอนุมัติให้มีการเคลื่อนย้ายข้าวข้ามเขตได้เป็นกรณีๆ ไป โดยที่ไม่มีใครรับรู้ ฯลฯ

กรณีต่างๆ เหล่านี้ล้วนทำให้การทำงานของ อคส.ยากลำบาก เพราะหันไปทางไหนก็มีแต่ปัญหา ขณะที่คณะกรรมการและผู้บริหารองค์การคลังสินค้าเองก็ต้องมีความโปร่งใส ต้องแม่นยำในเรื่องกฎระเบียบมากเป็นพิเศษ หากตัดสินใจผิดพลาดก็มักจะตกเป็น “แพะรับบาป” แทนฝ่ายการเมืองอยู่เสมอๆ

จากประสบการณ์จริงในเรื่องนี้ ผมจึงอยากเสนอความเห็น และข้อสังเกตจากประสบการณ์ เพื่อให้รัฐบาลนำไปประกอบพิจารณา เพื่อป้องกันบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้อีก ดังนี้

1.การบริหารจัดการข้าวตามนโยบาย จะมีคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ซึ่งได้รับแต่งตั้งตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ให้มีอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบาย หลักเกณฑ์ เงื่อนไขโครงการรับจำนำข้าวเพื่อที่ฝ่ายปฏิบัติจะได้ดำเนินการต่อไป

นอกจากนายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน กขช. จะเป็นผู้รับผิดชอบในเชิงนโยบายแล้ว ยังมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องจะต้องรับผิดชอบร่วม ตั้งแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ถือว่าเป็นแม่งาน มีทำหน้าที่สำคัญ ต้องดำเนินการตามนโยบายและเป็นผู้รับปฏิบัติ รวมทั้งเป็นผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานภายใต้สังกัด ในการบริหารจัดการการรับจำนำข้าว รองลงมาคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ดูแลเรื่องการจัดหาเงินมารับจำนำข้าว ติดตามทวงคืนเงินเมื่อสิ้นสุดโครงการ

ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเป็นฝ่ายสนับสนุน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้มอบหมายงานแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด และร่วมบริหารจัดการโครงการ ฯลฯ ลงไปถึงข้าราชการประจำอื่นๆ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง รวมถึงหน่วยงานภาคปฏิบัติอย่างองค์การคลังสินค้า องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (ในกรณีรับมอบหมาย) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ด้วย

2.ในอดีตที่ผ่านมา ผู้ที่พิจารณาอนุมัติวงเงินในการเข้าไปจำนำ แทรกแซง หรือพยุงราคาสินค้าเกษตร จะผ่านคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

คชก. มีอำนาจหน้าที่หลัก คือ เสนอแนะนโยบายและมาตรการเกี่ยวกับการช่วยเหลือเกษตรกร พร้อมทั้งเสนอวงเงินงบประมาณในนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรต่อคณะรัฐมนตรี แต่กรณีการใช้จ่ายเงินเพื่อรับจำนำข้าว ในปี 2554/2555 ยังไม่มีความชัดเจนว่ามีการกำหนดงบประมาณในส่วนนี้แต่อย่างใด

ขณะที่ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า “กระทรวงพาณิชย์ประกาศว่า รัฐบาลจะรับจำนำผลผลิตข้าวนาปี 2554/2555 ไม่จำกัดจำนวนและวงเงิน ทำให้คาดว่าฤดูกาลผลิตนี้จะมีผลผลิตข้าวกว่า 25 ล้านตันนั้น ธ.ก.ส.ในฐานะแหล่งเงินในการจัดหาสินเชื่อให้เกษตรกรในการรับจำนำใบประทวน คาดว่าต้องใช้เงินในการรับจำนำข้าวกว่า 4 แสนล้านบาท สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม 2.9 แสนล้านบาท จึงได้หารือกับทางกระทรวงการคลังถึงการจัดหาแหล่งเงินมาใช้ดำเนินโครงการ” สรุปว่า “ต้องกู้เงินเพิ่มอีก”

3.กรณีการรับจำนำข้าวที่ยุ้งฉาง และฝากข้าวไว้กับชาวนาทั้งหมด ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย

ในด้านดีก็คือ ธ.ก.ส. สามารถจะควบคุมการจ่ายเงินได้ เพราะเป็นการจ่ายเงินตรงต่อชาวนา (หากไม่มีข้าวมาแสดงก็ไม่จ่ายเงิน) การเก็บข้าวในยุ้งฉางชาวนา ภาครัฐก็ไม่ต้องลำบากไปแสวงหาสถานที่เก็บข้าวในพื้นที่อื่นให้ยุ่งยากและเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาปลอมปนข้าว และการสวมสิทธิเกษตรกรโดยนำข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านมาจำนำ การเก็บรักษาข้าวไว้ที่ยุ้งฉาง ก็สามารถให้ข้าวที่คาดว่าจะมีปริมาณมากในปีนี้อยู่ในพื้นที่ต่อไปได้ ไม่ต้องย้ายไปที่อื่น เพราะโกดังเก็บข้าวไม่เพียงพอ

ส่วนข้อเสียก็มี แต่ไม่มากนัก เพราะชาวนาเชื่อถือได้ อาจมีบ้างที่แอบนำข้าวในยุ้งฉางออกไป แต่ก็สามารถตรวจสอบได้โดย ธ.ก.ส. และอย่าลืมว่าชาวนาก็เป็นลูกค้าของ ธ.ก.ส. เป็นส่วนใหญ่อยู่แล้ว

สำหรับการไม่อนุญาตให้โรงสี ตลาดกลางรับจำนำข้ามเขต และเปิดจุดรับจำนำนอกพื้นที่ น่าจะถูกต้องแล้ว แต่พึงระวัง ตรงข้อยกเว้นที่ให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รองประธาน กขช. “เพื่อทราบ” แทนที่ “เพื่อพิจารณา” ถึงการรับจำนำข้าวข้ามเขตได้ เพราะหากเกิดปัญหาตามมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ต้องรับผิดชอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่นอน

4.ในกรณีที่ข้าวออกสู่ตลาดมาก การเก็บรักษาไว้ในโกดังก็จะมีมากตามไปด้วย ซึ่งก็ต้องระมัดระวังไม่ให้ข้าวได้รับความเสียหาย หรือเสื่อมคุณภาพ

มีข้อสังเกตว่า ข้าวในปัจจุบันไม่สามารถเก็บไว้ได้นานเหมือนในอดีต เพราะเปลือกข้าวไม่แข็งแรง ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้สารเคมีที่เป็นปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ในการผลิตข้าวมากขึ้น ทำให้ข้าวขาดภูมิต้านทาน คุณภาพจึงตกต่ำลงมาก หากเก็บข้าวไว้นานโดยไม่เร่งระบายออก ก็จะทำให้เสื่อมคุณภาพ ทำให้รัฐขายไม่ได้ราคา

การระบายข้าวก็เช่นเดียวกัน ต้องทำโดยวิธีการที่โปร่งใส เช่น อาจใช้วิธีการประมูลที่มีการตรวจสอบได้ แต่ต้องหลีกเลี่ยงการใช้วิธีการระบายข้าวโดยวิธีพิเศษ ไม่มีการล็อกสเปกอย่างที่เคยเกิดขึ้น หรือเปิดโอกาสให้เพียงบางบริษัทเข้าประมูล หรือชนะการประมูลไปในราคาต่ำกว่าราคารับประกันมาก มิหนำซ้ำบางครั้งฝ่ายการเมืองยังผ่อนผันให้บริษัทที่ชนะการประมูลไม่ต้องส่งออกก็ได้อีก ทำให้หลักเกณฑ์ที่เคยอนุมัติกันไว้ เปลี่ยนไปมาได้  

 

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย