
ใช้เฟซบุ๊กให้เป็น
ไม่มีใครสามารถปฏิเสธความสำคัญของเว็บโซเชียลเน็ตเวิร์กในวันนี้ได้ หนังสือพิมพ์จาการ์ตา โพสต์ ในอินโดนีเซีย ก็ไม่พลาดที่จะเขียนบทบรรณาธิการถึงเรื่องนี้เช่นกัน
เมื่อ 6 ปีที่แล้ว มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก และผองเพื่อนที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้คิดค้นเว็บไซต์แห่งหนึ่งขึ้นมา เพื่อเป็นช่องทางการติดต่อสื่อสารภายในมหาวิทยาลัย แต่วันนี้เว็บดังกล่าวได้กลายมาเป็นเฟซบุ๊กที่มีผู้ใช้งานกว่า 400 ล้านคนทั่วโลกไปแล้ว
ด้วยพัฒนาการหลายๆ อย่าง เฟซบุ๊กจึงไม่ได้เป็นแค่สื่อกลางในการเชื่อมสังคมออนไลน์ หรือเป็นสื่อกลางให้เพื่อนเก่าหรือครอบครัวให้ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งเท่านั้น แต่ยังถือเป็น
“อาวุธ” สำคัญทั้งทางการเมืองและสังคม ในการต่อสู้กับความอยุติธรรมอีกด้วยตัวอย่างของการต่อสู้ผ่านเฟซบุ๊กเริ่มมีให้เห็นมากขึ้น อาทิ ระหว่างกรรมาธิการกวาดล้างการคอร์รัปชัน ที่ได้รับแรงหนุนจากมวลชนอย่างมากต่อการสู้กับสำนักงานตำรวจและกรมอัยการ
และที่โด่งดังสุดๆ เห็นจะเป็นกรณีคนไข้กับโรงพยาบาล เมื่อ ปริตา มุลยาซารี ถูกโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองตังกีรัง ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายมหาศาล กรณีที่เธอเขียนเรื่องการรักษาที่ย่ำแย่ของโรงพยาบาลเผยแพร่ในเฟซบุ๊กของตนเอง ซึ่งถือเป็นผลด้านลบจากเฟซบุ๊กที่หลายคนอาจไม่ทันได้ระวัง
ทว่าภายในเวลาไม่กี่วัน ปริตาก็ได้รับแรงช่วยจากคนทางเฟซบุ๊กคนละนิดคนละหน่อยจนมากถึง 615 ล้านรูเปียห์ (ราว 2.1 ล้านบาท) ซึ่งมากกว่าค่าเสียหายที่ถูกยื่นฟ้องอยู่ที่ 204 ล้านรูเปียห์
อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ก็ควรมีส่วนสำคัญในการช่วยให้ลูกเรียนรู้การใช้เว็บเหล่านี้ให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันถึงผลกระทบด้านลบของเฟซบุ๊กด้วย โดยเฉพาะข้อเท็จจริงที่ว่าทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลในเว็บนี้ได้







