posttoday
นักลงทุนไทยผงะ ทุนนอกผวาเสื้อแดง

นักลงทุนไทยผงะ ทุนนอกผวาเสื้อแดง

18 กุมภาพันธ์ 2553

8...ทีมข่าวการเงิน

 

ปรากฏการณ์โบรกเกอร์และผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมจำนวน 30 บริษัท เข้าพบ สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง และ กรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เพื่อขอรับทราบสถานการณ์บ้านเมืองและการเตรียมการรับมือการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง

แถมเป็นการเข้าพบก่อนที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะนัดตัดสินคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มูลค่า 7.6 หมื่นล้านบาท ในวันที่ 26 ก.พ.นี้ ถือว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดา

ยิ่งหากไล่เรียงบรรดาผู้ที่เข้าพบเกือบ 30 ราย แล้วจะเห็นว่าล้วนแต่เป็นยักษ์ใหญ่ในด้านตลาดทุน ตลาดหุ้น ที่กุมสภาพของเมืองไทยแทบทั้งสิ้น

บล.ภัทร ผู้จุดพลุและเป็นโต้โผใหญ่จูงกลุ่มลูกค้าสถาบันหรือลูกค้ารายใหญ่จำนวนหนึ่งเข้าพบ

ที่เหลือเป็น บลจ.วรรณ บลจ.อยุธยา บลจ.ไทยพาณิชย์ บลจ.กสิกรไทย บลจ.บัวหลวง บลจ.เอ็มเอฟซี บลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) บลจ.กรุงไทย บลจ.แมนูไลฟ์ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ฯลฯ

ทุบโต๊ะลงไปได้เลยว่า ทั้งหมดกลัวฤทธิ์เดชของ “แดงป่วนเมือง” แล้วจะลากตลาดหุ้นให้ดำดิ่งลงไปจนอาจทำให้นักลงทุนเงินหายกำไรหด

ขณะเดียวกันก็หวั่นวิตกว่าจะเกิดปัญหาว่าผู้ถือหน่วยลงทุนจะมาถอนเงินด้วยการขายทิ้งหน่วยลงทุน

แม้ วรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน บัวหลวง ชี้แจงว่า ตั้งแต่เริ่มต้นปี 2553 เป็นต้นมา มีผู้ถือหน่วยลงทุนได้ไถ่ถอนหน่วยลงทุนของกองทุนต่างๆ ไปเพียง 1% เท่านั้น แต่สัญญาณร้ายเริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว

ไม่เฉพาะนักลงทุนกลุ่มสถาบันที่เป็นเสาค้ำยันตลาดหุ้น ตลาดทุนในเมืองไทยเท่านั้นที่วิตกกับการชุมนุมของคนเสื้อแดง

แม้แต่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ก็แหยง

ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการก.ล.ต. บอกว่า ได้ประสานความร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โบรกเกอร์ในและต่างประเทศ รวมถึงบริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) เพื่อสอบถามข้อมูลและติดตามสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยในช่วงเดือนก.พ. อย่างใกล้ชิด

ก่อนที่จะเตือนให้นักลงทุนอย่ากังวลมากจนเกินไป เพราะในช่วงนี้นักลงทุนต่างชาติจะมีการทยอยขายหุ้นออก

vvvv

แม้ช่วงเสร็จสิ้นการหารือ “วรวรรณ ธาราภูมิ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน บัวหลวง และในฐานะนายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุนจะบอกว่า ทางรัฐบาลได้ชี้แจงแนวทางการป้องกันของเหตุการณ์ และการแก้ไขสถานการณ์ที่ไม่ทำให้นำไปสู่ความรุนแรง

เพราะหลังจากที่คุยกันเดิมที่มีคำถาม 20 ข้อ แต่เมื่อได้รับฟังมีความมั่นใจเต็ม 100% ว่ารัฐบาลจะสามารถดูแลสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ และไม่มีความกังวลเหมือนก่อนหน้านี้ มีความมั่นใจที่เกิดขึ้นหลังจากรับฟังแผนของรัฐบาลที่เตรียมรับมือ

แสดงว่ารัฐไม่มีความประมาท และมีข้อมูลเชิงลึกในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ที่อยู่ในกรอบของกฎหมาย ทำให้รู้สึกสบายใจในฐานะนักลงทุนมากขึ้น

แม้จะมั่นใจขนาดนั้น แต่ลึกและลับจากห้องประชุมหารือบอกว่า ในฐานะนายกสมาคมบลจ. ได้แจ้งว่าจะต้องมีการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ความผันผวนในตลาดหุ้นที่อาจกระทบความมั่นใจของผู้ถือหน่วยลงทุน

ถึงขนาดว่าจะมีการออกจดหมายไปยังบลจ. ทุกแห่งเพื่อกำหนดมาตรการรองรับสถานการณ์หากเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในวันที่ 26 ก.พ. ซึ่งเป็นวันตัดสินคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือวันอื่นๆ ในช่วงเดือนก.พ.นี้

หากเหตุการณ์ร้ายแรงแต่ละบริษัทอาจตัดสินใจหยุดคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนในวันนั้นทันทีหากเป็นสถานการณ์ที่ผิดปกติ โดยแจ้งขอความเห็นชอบก.ล.ต. ในภายหลัง

กรณีให้สำนักงานก.ล.ต. เป็นผู้สั่งหยุดคำสั่งซื้อขายแบบอัตโนมัติก่อนที่ตลาดจะพัง

แสดงให้เห็นว่านักลงทุนสถาบันที่กุมสภาพและขับเคลื่อนตลาดหุ้นตลาดทุนของไทยยังแหยง และวิตกกังวลว่าม็อบแดงจะทุบหุ้นให้ปั่นป่วนอยู่มาก

vvvv

ปัญหาการเมืองไทยที่ไร้เสถียรภาพไม่เพียงแต่ทำให้นักลงทุนไทยตกอยู่ในอาการกลัว แหยง และผวาเท่านั้น นักลงทุนต่างชาติก็ผงะชิ่งหนีกันไม่ว่างเว้น

ญี่ปุ่นชะลอการลงทุนมาพักใหญ่

นักลงทุนที่เข้ามาเก็งกำไรในตลาดหุ้น ตลาดพันธบัตร หุ้นกู้ และตลาดทองคำ ต่างทยอยขายทิ้งแล้วนำเงินไปพักไว้อย่างต่อเนื่องในรอบ 1520 วันที่ผ่านมา

การลงทุนโดยตรงชะงักมาระยะหนึ่งแล้ว และมีแนวโน้มจะชะลออีกต่อไปอย่างน้อยกว่าเหตุการณ์ทางการเมืองจะสงบ

เงินทุนที่ไหลเข้ามาในตลาดตราสารหนี้และตลาดหุ้นรวม 800 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2.68 หมื่นล้านบาท ในเดือนเม.ย.ส.ค. ขณะนี้เริ่มขยับเคลื่อนย้ายออกไป

ลึกและลับจากผู้จัดการกองทุนต่างชาติบอกว่า เงินทุนไหลเข้ามาในหุ้นอย่างเดียวในห้วงเดือนต.ค.พ.ย. 960 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 3.22 หมื่นล้านบาท ได้ทยอยลดขนาดพอร์ตการลงทุนเพื่อรอจังหวะทำมาหากินยามหุ้นทิ้งดิ่ง

ส่วนเงินทุนเคลื่อนย้ายในเดือนธ.ค. 2552 สูงโด่งเป็นเม็ดเงินไหลเข้าจากต่างประเทศถึง 2,751 ล้านเหรียญสหรัฐ ร่วม 9.07 หมื่นล้านบาท ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สืบเสาะแล้วพบว่าเป็น “เงินร้อน” ที่เข้ามาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ถึง 2,013 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 6 หมื่นล้านบาท จนทำให้ค่าเงินบาทผันผวน ขณะนี้เริ่มขายหุ้นและนำไปพักไว้ในบัญชีนันเรสซิเดนต์บาทจำนวนมากกว่า 50% แล้ว

แม้ในห้วงสัปดาห์แรกของเดือนก.พ.จะมีเม็ดเงินทั้งไหลเข้ามาในตลาดทุนและตราสารหนี้ประมาณ 30.22 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่หากเทียบกับภูมิภาคเอเชีย เช่น อินเดีย 97.31 ล้านเหรียญสหรัฐ ฟิลิปปินส์ 8.49 ล้านเหรียญสหรัฐ เกาหลีใต้ 55.07 ล้านเหรียญสหรัฐ ถือว่าน้อยมาก และน่าจะทำให้เสียโอกาสในการพัฒนาเพราะปัญหาการเมืองถ่วงไว้

แม้ วรวรรณ พยายามอรรถาธิบายว่า การที่นักลงทุนต่างประเทศถอนการลงทุนในประเทศไทยจะไม่ได้มาจากเหตุการณ์ทางการเมืองภายในประเทศไทย แต่เกิดจากความตระหนกจากวิกฤตภายในประเทศของนักลงทุนเอง รวมถึงมาตรการทางเศรษฐกิจของรัฐบาลจีนที่มีคำสั่งให้ชะลอการปล่อยสินเชื่อ

แต่ปรากฏการณ์ที่นักลงทุนต่างชาติผงะและเริ่มทิ้งหุ้น ทิ้งตราสารหนี้ ขนเงินออกไป ย่อมสะท้อนว่าทุกอณูของนักลงทุนตกอยู่ในป้อมปราการของความกลัว

กลัวว่าม็อบเสื้อแดงจะป่วนเมือง...

ถ้าสถานการณ์ยังอึมครึมเช่นนี้ต่อไป ความคาดหวังว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นและผงกหัวมายืนยิ้มเผล่เติบโตในระดับ 3.55% คงได้แต่ฝัน...

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง