
เจ้าพระยาทรงตัว ลุ้นฝนถล่มระลอกใหม่
ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน ระบุว่า ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย
ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน ระบุว่า ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย
เนื่องจากทางตอนบนลุ่มน้ำมีฝนตกชุกกระจาย และปริมาณน้ำเหนือที่ไหลหลากประกอบกับน้ำจากแม่น้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี ไหลลงมาสมทบบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา
ด้านสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำไหลผ่าน จ.นครสวรรค์ เพิ่มขึ้น 51 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วิ.) ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เพิ่มขึ้น 3 ลบ.ม./วิ. ขณะที่ปริมาณน้ำที่ไหลผ่าน จ.สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา ลดลง
ขณะที่ จ.ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง และตรวจสอบความแข็งแรงของกระสอบทรายที่นำมาทำเป็นคันกั้นน้ำ
พรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ยังอยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หากเทียบสถานการณ์น้ำท่วมกับปี 2538 ถือว่าขณะนี้วิกฤต แต่ยังไม่ถึงกับน่าเป็นห่วง แต่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำเต็มเขื่อน 100% แล้ว หากเขื่อนมีการปล่อยน้ำออกมาอาจจะทำให้ กทม.ฝั่งตะวันออกได้รับผลกระทบ
ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่า จะมีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้หลายจังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำมูล และจังหวัดซึ่งติดแม่น้ำโขง เตรียมการป้องกัน เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำเหล่านี้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยแม่น้ำมูลสูงกว่าระดับวิกฤตแล้ว
ที่ จ.อุบลราชธานี น้ำในแม่น้ำมูลได้ไหลเข้าท่วมถนนบริเวณเชิงสะพาน 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ เชื่อมระหว่างเทศบาลนครอุบลราชธานี ไปยังเทศบาลเมืองวารินชำราบ ระดับน้ำสูงประมาณ 30 เซนติเมตร รถขนาดเล็กยังสามารถวิ่งผ่านได้
ด้านสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.อุดรธานี เริ่มคลี่คลาย ขณะที่เทศบาลนครอุดรธานี สั่งปิดประตูน้ำทั้ง 8 จุด กั้นน้ำที่จะไหลเข้าเมือง
ขณะเดียวกัน แม้หลายพื้นที่จะประสบภาวะน้ำท่วมแต่สำหรับ จ.บุรีรัมย์ ถือว่าเพิ่งพ้นวิกฤตจากการทำฝนหลวงและฝนตามฤดูกาลมากขึ้น ทำให้แหล่งน้ำธรรมชาติและอ่างเก็บน้ำ 22 แห่งในจังหวัด มีปริมาณน้ำกักเก็บเพิ่มมากขึ้นจากที่ก่อนหน้านี้ประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงมานาน







