
จีที 200 เพิ่มอุณหภูมิการเมือง
เสียววูบกันไปตามกันเมื่อ
“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี เรียกด่วน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก มาชี้แจงและรับทราบผลการทดสอบเครื่องตรวจวัตถุระเบิดจีที 200 ซึ่งมีประสิทธิภาพต่ำมาก โดยสามารถตรวจสอบได้ถูกต้องเพียงแค่ 4 ครั้งจาก 20 ครั้งที่ได้มีการทดสอบการกระทำของ
“อภิสิทธิ์” ครั้งนี้ บิ๊กทหารเสียความรู้สึกอย่างยิ่ง เพราะประเมินว่าการเรียก พล.อ.อนุพงษ์ มารับทราบผลแห่งความผิดพลาดครั้งนี้ ชนิดที่ไม่ให้มีการตั้งตัว ทำให้ทหารเป็นจำเลยของสังคมทันที และนับจากนี้ทหารก็ต้องตกเป็นเป้าให้ถูกตรวจสอบหนักขึ้นเป็นทวีคูณทั้งการจัดซื้ออาวุธทุกชนิดที่ผ่านมา รวมถึงงบประมาณที่กองทัพจะได้รับจากนี้ไปกาวใจระหว่างบิ๊กกองทัพกับรัฐบาลตลอดมาอย่าง
“สุเทพ เทือกสุบรรณ” ต้องส่ายหัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะได้พยายามส่งสัญญาณให้ “อภิสิทธิ์” ชะลอผลการแถลงออกไปก่อน โดยให้เหตุผลว่าเพื่อไม่ให้กระทบกับกองทัพ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ต้องการหาความร่วมมือในการป้องกันภัยจากการเมืองที่กำลังเขม็งเกลียวอันเนื่องมาจากคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 7.6 หมื่นล้านบาท ในวันที่ 26 ก.พ.นี้ความพยายามของ
“สุเทพ” ไร้ผล “อภิสิทธิ์” ไม่สนใจ แถมประกาศเดินหน้าทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง พร้อมให้ดำเนินการหาผู้ที่รับผิดชอบ จึงทำให้บิ๊กกองทัพร้อนวูบไปทั้งตัวงานนี้
“สุเทพ” เอามือกุมขมับ หน้าดำคร่ำเครียดกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะได้พยายามหาทางประคับประคองอายุรัฐบาลนี้ให้ยืดยาวนานที่สุดโดยมีทหารยืนเคียงข้างความจริงปมสัมพันธ์ทหารกับรัฐบาลร้าวมาก่อนหน้านี้ เมื่อครั้ง
“อภิสิทธิ์” ไล่บี้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้ออกจากตำแหน่ง ทำให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พี่ชาย พล.ต.อ.พัชรวาท น้อยใจเป็นอย่างมากที่น้องชายถูกกระทำ โดยที่นายกรัฐมนตรีมองไม่เห็นคุณค่าความดีที่พวกเขาได้ช่วยกันตั้งรัฐบาลนี้มางานนี้กว่า
“สุเทพ” จะทำความเข้าใจกันได้ก็ต้องใช้เวลากันพักใหญ่ และทุกโครงการที่กองทัพเสนอ ครม.ไฟเขียวตลอดมา จึงทำให้ทหารได้ใจ “สุเทพ” ตลอดมาล่าสุดที่เกิดรอยร้าวในพรรคร่วมรัฐบาล กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ 5 พรรคร่วมเสนอก็ยังใช้บริการทหารไปทำหน้าที่เคลียร์ไม่ให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัว
คราวนี้จีที 200 จึงเป็นจุดเปราะบางที่มองข้ามกันไม่ได้ ประเด็นที่
“สุเทพ” เคยใช้หว่านล้อมให้ทหารโอบอุ้มรัฐบาลตลอดมาคือเพื่อช่วยกันป้องกันภัยจากทักษิณจะได้ผลอีกหรือไม่ต้องติดตาม เพราะเวลานี้ “สุเทพ” ในฐานะผู้จัดการรัฐบาล กำลังกลายเป็นกาวด้อยคุณภาพ ไม่สามารถสื่อสารความต้องการของกองทัพและพรรคร่วมให้ “อภิสิทธิ์” คล้อยตามได้ฉะนั้น ท่ามกลางสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายกำลังดิ้นเอาตัวรอด ต้องตามกันอย่ากะพริบ ทุกอย่างย่อมเกิดขึ้นได้ในประเทศนี้







