
อลเวง4แสนล้าน คนกู้...ไม่ได้ใช้?
พ.ร.บ.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท อาจเข้าอีหรอบ “คนกู้ไม่ได้ใช้”เพราะกว่ากฎหมายจะผ่านรัฐสภาต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยเป็นเดือน
พ.ร.บ.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท อาจเข้าอีหรอบ “คนกู้ไม่ได้ใช้”เพราะกว่ากฎหมายจะผ่านรัฐสภาต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยเป็นเดือน
โดย...ทีมข่าวการเงิน
แม้รัฐบาลจะตั้งงบประมาณประจำปี 2554 ไว้สูงถึง 2.07 ล้านล้านบาท ขาดดุล 4.2 แสนล้านบาท แต่ก็ดูเหมือนจะยังไม่เพียงพอต่อ “ความต้องการ” ลงทุนของเศรษฐกิจ
ดังนั้น พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ... ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภา จึงถูกจับจ้องอย่างมาก
ล่าสุดเกมชักเย่อเกิดขึ้น เมื่อวุฒิสภาจะเปลี่ยนแปลงเนื้อหาของพ.ร.บ.ในสาระสำคัญ ในมาตรา 3 จาก “...ให้ครม.เสนอกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพ.ร.บ.นี้ต่อรัฐสภา เพื่อทราบ ก่อนเริ่มดำเนินการ” มาเป็น “...ให้ครม.เสนอกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพ.ร.บ.นี้ต่อสภา เพื่อพิจารณา ก่อนเริ่มดำเนินการ”
ตรงนี้สำคัญ เพราะเท่ากับว่ารัฐสภาต้องการจะเข้ามาเปลี่ยน “ไส้ใน” ของโครงการที่จะกู้เงิน ซึ่งรัฐบาลยอมไม่ได้ทำให้คณะรัฐมนตรีต้องดิ้นพล่านให้สำนักงานกฤษฎีกาตีความ เหมือนโดนน้ำร้อนลวก โดยรัฐบาลใช้คำว่าการแก้ไขของวุฒิสภานั้น “อาจเป็นการก้าวก่ายการดำเนินการของฝ่ายบริหาร”
เพราะถ้าแก้เท่ากับการ “ยื่นดาบ” ให้รัฐสภาในการตรวจสอบและเปลี่ยนแปลงโครงการลงทุนเหล่านี้ได้สบายมือไม่ต่างอะไรกับกรอบการใช้งบประมาณแผ่นดินปกติ ที่นักการเมืองมะรุมมะตุ้มชิงงบประมาณกันแบบถึงพริกถึงขิง
ขณะที่รัฐบาลก็ต้องการเร่งรัดการใช้เงินเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ระบบเศรษฐกิจว่าจะมีงบลงทุนออกมาอีกชุดใหญ่ แต่อีกส่วนหนึ่งมองได้ว่าเป็นการ “แบ่งเค้ก” กันในพรรคร่วมรัฐบาลที่ลงตัวแล้ว ไม่อยากให้ใครมาหยิบชิ้นปลามัน
เมื่อพ.ร.บ.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการไทยเข้มแข็งทั้งหมด 1.4 ล้านล้านบาท กระจายเงินลงไปทุกสาขาเศรษฐกิจในช่วง 3 ปีนี้
เฉพาะการเกษตรและบริหารจัดการน้ำสูงถึง 2.3 แสนล้านบาท ส่วนภาคขนส่งสูงสุด 5.7 แสนล้านบาท เป็นต้น
เรียกได้ว่ามีการ “ล็อก” โครงการกันไว้หมดแล้ว รอแค่คนมาเปิดปากท่อเพื่อเอาเงินออกมาใช้
เพราะโครงการในแผนลงทุนส่วนใหญ่เป็นพิมพ์เขียวเดิมที่หน่วยงาน กระทรวง ทบวง กรม ต่างๆ ตั้งแท่นไว้รออยู่แล้ว
บางโครงการแค่เอามา “ปัดฝุ่น” ใหม่เปลี่ยนลุคให้สวยงาม
บางโครงการมีนักการเมืองใช้อำนาจแฝงกดดัน “โปรเจกต์” ให้เกิดขึ้นทั้งที่ผลตอบแทนทางการเงินต่ำ
แต่บางโครงการก็ต้องบอกว่าประชาชนรอมาหลายรัฐบาล แต่ก็ยังไม่เกิดขึ้นจริงสักที ไม่เพียงเท่านั้น เวลาของรัฐบาลชุดนี้ที่กำลังถูก “ไล่หลัง” เข้ามาทุกขณะ ก็เป็นตัวเร่งให้รัฐบาลต้องการปิดหีบพ.ร.บ.นี้ให้ได้เร็วจี๋
เมื่อสารพัดปัญหารุมเร้า ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเสื้อแดงที่ออกมาขย่มรายวันหรือพรรคร่วมรัฐบาลที่เขย่ากันเอง จนชีพจรรัฐบาลเต้นไม่เป็นจังหวะที่จะจะคือความขัดแย้งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือความระหองระแหงจากการทำงานส่วนบุคคลจนถึงขนาดมีการพูดกันว่า พ.ร.บ.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท อาจเข้าอีหรอบ “คนกู้ไม่ได้ใช้”เพราะกว่ากฎหมายจะผ่านรัฐสภาต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยเป็นเดือนยิ่งหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเลือกที่จะส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ “ปมปัญหา” ในข้อกฎหมายที่ขัดแย้งกันอยู่ด้วยแล้ว
... ก็ต้องบอกว่างานนี้อาจต้องรอกันเหงือกแห้งแถมเศรษฐกิจก็อาจขรุขระโตไม่ถึง 4% อย่างที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีต้องการปลุกปั้นกันมาถึงขนาดนี้แล้วไปไม่ถึงฝั่ง พ.ร.บ.ถูกคว่ำหรือลากออกไปจนไม่ทันการณ์
งานนี้ก็ต้องบอกว่าหวานคอแร้ง รัฐบาลหน้า!!!







