
ฟื้นเอ็มโอยูเขมรถกพลังงาน
รัฐบาลเตรียมทบทวนมติ ครม.ฟื้นเอ็มโอยูไทย-กัมพูชา ปี 2544 เปิดทางเจรจาพลังงานทับซ้อน
รัฐบาลเตรียมทบทวนมติ ครม.ฟื้นเอ็มโอยูไทย-กัมพูชา ปี 2544 เปิดทางเจรจาพลังงานทับซ้อน
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ชี้แจงระหว่างตอบกระทู้ถามเรื่องกรอบการเจรจากับกัมพูชาเกี่ยวกับการร่วมลงทุนผลิตก๊าซธรรมชาติและน้ำมันบริเวณพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลในอ่าวไทยของวุฒิสภา ว่ารัฐบาลเตรียมทบทวนมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2552 ที่รัฐบาลชุดก่อนให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ระหว่างรัฐบาลไทยกับกัมพูชา
ทั้งนี้ รัฐบาลยึดถือตามแนวทางของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 ที่กำหนดให้รัฐที่มีฝั่งทะเลตรงข้ามหรือประชิดกันกำหนดเขตทางทะเลด้วยการตกลงระหว่างกันเพื่อให้บรรลุผลเที่ยงธรรม และหากไม่สามารถบรรลุผลการตกลงระหว่างกันได้จะต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้มีข้อตกลงชั่วคราวร่วมกัน สำหรับใช้ปฏิบัติโดยไม่ต้องกระทบต่อการกำหนดเขตแดนทางทะเลในขั้นสุดท้าย
“ไทยและกัมพูชาต่างอ้างสิทธิในไหล่ทวีปและเขตแดนทางทะเลในอ่าวไทยมาตั้งแต่ปี 2515-2516 โดยมีการเจรจามานานกว่า 30 ปี แต่ยังไม่ได้ข้อยุติ รัฐบาลทั้งสองประเทศจึงได้ทำข้อตกลงร่วมกันเมื่อปี 2544 เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการเจรจาระหว่างกันแบ่งเขตแดนให้ชัดเจนและการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติร่วมกัน” นายยงยุทธ กล่าว
นอกจากนี้ กระทรวงต่างประเทศและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ศึกษาข้อดีข้อเสียและขั้นตอนแนวทางการเจรจาเอาไว้แล้ว โดยรัฐบาลยึดประโยชน์ของประเทศและจะเสนอกรอบการเจรจาให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190
“ตอนนี้มีพื้นที่ทับซ้อนกัน 2.6 หมื่น ตร.กม. ทั้งสองฝ่ายมีสิทธิการอ้างสิทธิอธิปไตยของตัวเอง ไทยและกัมพูชาต่างไม่ยอมสิทธิการอ้างเส้นเขตแดนทางทะเลระหว่างกัน แต่ปัญหาพื้นที่ทางทะเลจะต้องแก้ไขด้วยการเจรจาเหมือนกับที่เคยใช้แนวทางนี้กับประเทศมาเลเซียจนเป็นผลสำเร็จเมื่อปี 2522 การเจรจาจะต้องไม่กระทบสิทธิของแต่ละประเทศ” นายยงยุทธ กล่าว
ด้านนายคำนูณ สิทธิสมาน สว.สรรหา ผู้ตั้งกระทู้ถาม กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกัมพูชานั้นมีมานาน และควรหาแนวทางเพื่อให้เกิดการแก้ไขที่เป็นระบบ
“ขอเรียกร้องให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อนำองค์ความรู้จากประชาชนที่เห็นด้วยกับแนวทางแก้ไขของรัฐบาลหรือเห็นต่างมาทำเป็นข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาด้านต่างๆ ได้แก่ เขตแดนทางบก เขตแดนทางทะเล การแสวงหาผลประโยชน์ทางพลังงานในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลอ่าวไทย” นายคำนูณ กล่าว







