
รัฐเตรียมทบทวนMOUไทย-เขมรปี44
ยงยุทธเผยเตรียมทบทวนเอ็มโอยูไทย-เขมรปี2544 เผยรัฐบาลศึกษาแนวทางเจรจาพื้นที่ทับซ้อนไทย-เขมรไว้แล้ว
ยงยุทธเผยเตรียมทบทวนเอ็มโอยูไทย-เขมรปี2544 เผยรัฐบาลศึกษาแนวทางเจรจาพื้นที่ทับซ้อนไทย-เขมรไว้แล้ว
เมื่อวันที่ 12 ก.ย. นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ได้ตั้งกระทู้ถามด่วน เรื่อง กรอบการเจรจากับกัมพูชาในการร่วมลงทุนผลิตก๊าซธรรมชาติและน้ำมันในเขตพื้นที่ที่ทับซ้อนทางทะเลในอ่าวไทย โดย นายคำนูณ กล่าวว่า ขอสอบถามความชัดเจนจากรัฐบาลเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหานี้และจะใช้หลักเกณฑ์ใดในการเจรจาในเมื่อรัฐบาลชุดที่แล้วมีมติคณะรัฐมนตรีให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยกับกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิทับซ้อนซ้อนกันพ.ศ.2544ไปแล้วเมื่อวันที่ 10 พ.ย.2552
"ยอมรับว่าปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชานั้น มีมานานและควรหาแนวทางเพื่อให้เกิดการแก้ไขที่เป็นระบบ ดังนั้นตนขอเรียกร้องให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อนำองค์ความรู้จากประชาชนที่เห็นด้วยกับแนวทางแก้ไขของรัฐบาลหรือเห็นต่าง มาทำเป็นข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาด้านต่างๆ ได้แก่ เขตแดนทางบก, เขตแดนทางทะเล, การแสวงหาผลประโยชน์ทางพลังงานในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลอ่าวไทย" นายคำนูณ กล่าว
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย (มท.) ชี้แจงว่า รัฐบาลยึดถือตามแนวทางของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลค.ศ.1982 ที่กำหนดให้รัฐที่มีฝั่งทะเลตรงข้ามหรือประชิดกันกำหนดเขตทางทะเลด้วยการตกลงระหว่างกันเพื่อให้บรรลุผลเที่ยงธรรม และหากไม่สามารถบรรลุผลการตกลงระหว่างกันได้จะต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้มีข้อตกลงชั่วคราวร่วมกันสำหรับใช้ปฎิบัติโดยจะไม่ต้องกระทบต่อการกำหนดเขตแดนทางทะเลในขั้นสุดท้าย
"ไทยและกัมพูชาได้ต่างอ้างสิทธิในไหล่ทวีปและเขตแดนทางทะเลในอ่าวไทยมาตั้งแต่พ.ศ.2515-2516 โดยมีการเจรจามานานกว่า 30 ปีแต่ยังไม่ได้ข้อยุติ รัฐบาลทั้งสองประเทศจึงได้ทำข้อตกลงร่วมกันเมื่อปี2544เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการเจรจาระหว่างกันแบ่งเขตแดนให้ชัดเจนและการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติร่วมกัน" นายยงยุทธ กล่าว
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลชุดนี้จะทบทวนมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวกับเอ็มโอยู2544 นอกจากนี้ กระทรวงต่างประเทศและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ศึกษาข้อดีข้อเสียและขั้นตอนแนวทางการเจรจาเอาไว้แล้ว ยืนยันว่ารัฐบาลจะยึดประโยชน์ของประเทศและจะเสนอกรอบการเจรจาให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190
นายยงยุทธ กล่าวว่า ตอนนี้มีพื้นที่ทับซ้อนกัน 2.6 หมื่นตารางกิโลเมตร ทั้งสองฝ่ายมีสิทธิการอ้างสิทธิอธิปไตยของตัวเองและไทยกัมพูชาก็ต่างไม่ยอมสิทธิการอ้างเส้นเขตแดนทางทะเลระหว่างกันแต่ปัญหาพื้นที่ทางทะเลจะต้องแก้ไขด้วยการเจรจาเหมือนกับที่เคยใช้แนวทางนี้กับประเทศมาเลเซียจนเป็นผลสำเร็จเมื่อปี2522 ดังนั้น การเจรจาจะต้องไม่กระทบสิทธิของแต่ละประเทศ







