
เฝ้าระวัง 2 เขื่อนใหญ่ หลังปริมาณน้ำฝนทะลัก
กฟผ.เฝ้าระวัง เขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนภูมิ อย่างใกล้ชิด หลังปริมาณน้ำฝนไหลเข้าปริมาณมาก
กฟผ.เฝ้าระวัง 2 เขื่อนใหญ่ใกล้ชิด หลังปริมาณน้ำฝนทะลัก
นายกิตติ ตันเจริญ ผู้ช่วยผู้ว่าการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึง สถานการณ์น้ำมันในเขื่อนว่า จากกรณีอิทธิพลของพายุโซนร้อน “ไหหม่า” และพายุโซนร้อน “นกเตน” ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนและกลางเดือนกรกฎาคม 2554 ตลอดจนร่องมรสุมกำลังค่อนข้างแรง ที่พาดผ่านประเทศไทยตอนบนเกือบตลอดเดือนสิงหาคม ต่อเนื่องถึงต้นเดือนกันยายน 2554 ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีฝนตกอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาดังกล่าว และทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ 2 เขื่อนใหญ่ในภาคเหนือของ กฟผ. ทั้งเขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนภูมิพลในปริมาณมาก
ทั้งนี้เขื่อนสิริกิติ์ มีระดับน้ำสูงถึง 159.8 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง (เมตร รทก.) จากระดับน้ำที่รองรับได้ 162 เมตร รทก. คิดเป็นปริมาณน้ำในอ่างทั้งหมด 8,950 ล้านลูกบาศก์เมตร (ล้าน ลบ.ม.) หรือ 94.11 % ของความจุอ่าง เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 2,700 ล้าน ลบ.ม. สามารถรองรับน้ำได้อีกเพียง 560 ล้าน ลบ.ม. จึงมีความเสี่ยงที่น้ำจะล้นเขื่อนได้ หากไม่มีการระบายน้ำออกในปริมาณที่เหมาะสม
โดยล่าสุดยังมีน้ำไหลเข้าเขื่อนสิริกิติ์ประมาณ 88.57 ล้าน ลบ.ม./วัน ในขณะที่การระบายออกได้มีการลด เหลือเพียง 65 ล้าน ลบ.ม./วัน ตั้งแต่วันที่ 7 ก.ย. เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ด้านท้ายน้ำ และจะคงการระบายในระดับดังกล่าวไว้จนกว่าปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนจะมีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่น้ำจะล้นเขื่อน
สำหรับเขื่อนภูมิพล มีระดับน้ำสูงถึง 251.30 เมตร รทก. จากระดับน้ำที่รองรับได้ 260 เมตร รทก. คิดเป็นปริมาณน้ำในอ่างทั้งหมด 10,864 ล้าน ลบ.ม. หรือ 80.7% ของความจุอ่าง เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 5,506 ล้าน ลบ.ม. สามารถรองรับน้ำได้อีก 2,598 ล้าน ลบ.ม. จึงมีความเสี่ยงที่น้ำจะล้นเขื่อนได้ หากไม่มีการระบายน้ำออกในปริมาณที่เหมาะสม แม้จะสามารถรองรับน้ำได้อีกมากก็ตาม เนื่องจากช่วงนี้เป็นเพียงช่วงต้นฤดูฝนเท่านั้น โดยล่าสุดยังมีน้ำไหลเข้าเขื่อนภูมิพลประมาณ 84.19 ล้าน ลบ.ม./วัน และตั้งแต่วันที่ 10ก.ย. จะคงการระบายในระดับ 30 ล้าน ลบ.ม./วัน ไว้จนกว่าปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนจะมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลง อย่างชัดเจน โดย กฟผ. จะประสานกับกรมชลประทาน เพื่อให้การระบายน้ำมีความเหมาะสมกับสถานการณ์มากที่สุด
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ยังคงมีปริมาณน้ำจากฝนที่ตกไหลเข้าอ่างเก็บน้ำของทั้งเขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนภูมิพลเป็นจำนวนมาก และอาจไหลเข้าอย่างต่อเนื่องไปอีกหลายวัน โดยเขื่อนสิริกิติ์มีโอกาสที่ปริมาณน้ำไหลเข้าได้ตลอดเดือนก.ย.นี้ ส่วนเขื่อนภูมิพล มีโอกาสที่จะมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนมากจนถึงเดือนพ.ย. ซึ่งในช่วงระยะเวลาที่เหลือนี้คาดการณ์ได้ค่อนข้างยากว่าจะมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนอีกมากน้อยเพียงใด ดังนั้น กฟผ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ป้องกันปัญหาน้ำล้นเขื่อน โดย. ยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างรอบคอบร่วมกับกรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่ทั้งเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อนน้อยที่สุด







