posttoday
คตม.เกมรุกฝ่ายรัฐ ยุทธวิธีดึงแนวร่วมผนึกมวลชน

คตม.เกมรุกฝ่ายรัฐ ยุทธวิธีดึงแนวร่วมผนึกมวลชน

17 กุมภาพันธ์ 2553

8...ทีมข่าวการเมือง

 

เหลือเวลาเพียง 10 วันก่อนถึงวันตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดง วันเวลาขยับใกล้มากเท่าไหร่ ความตึงเครียดเริ่มระบายผ่านการเคลื่อนไหวกระหน่ำรัฐบาล

สัญญาณ “บ่งชี้” หลายอย่างเตือนภัยให้เห็นแล้วว่า แนวโน้มจะเกิดความรุนแรงมีสูง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เช่น กรณีปาอุจจาระใส่บ้านนายกรัฐมนตรี การพูดจาข่มขู่ความไม่ปลอดภัยต่อองค์คณะผู้พิพากษาของกลุ่มคนบางกลุ่ม หรือกรณีมีไอ้โม่งลอบยิงระเบิดเอ็ม 79 เข้าใส่ข้างทำเนียบรัฐบาล และการวางระเบิดซีโฟร์ข้างศาลฎีกา

สัญญาณเหล่านี้สร้างความกังวลใจว่าเหตุการณ์รุนแรงย่อมเกิดขึ้นได้ เพราะทราบดีว่าการต่อสู้คราวนี้ เดิมพันสูงมาก

ท่ามกลางการขับเคลื่อนของกลุ่มคนเสื้อแดง เดินสายแสดงพลังไปตามสถานที่ต่างๆ

ทางหนึ่งมองได้ว่าเป็นการเลี้ยงกระแส

ทางหนึ่งต้องการวอร์มอัพเพื่อรอการเป่านกหวีด

นั่นหมายความว่า ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลพร้อมทุกเวลา

แต่เมื่อมองฝ่ายรัฐบาลกลับถูกปรามาสว่า “ตั้งรับ” เปิดช่องโหว่ให้คนเสื้อแดงฮุกซ้ายฮุกขวา

ปล่อยให้แกนนำ 3 เกลอ วีระ มุสิกพงศ์ จตุพร พรหมพันธุ์ และณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ช่วงชิงพื้นที่สื่อตัดหน้ารัฐบาล

แต่กระนั้นเมื่อสถานการณ์เขม็งเกลียวมากขึ้น บ่งบอกจากอาการอึดอัดของผู้คนทั้งภาคเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เริ่มมีปฏิกิริยาส่งถึงรัฐบาลให้แก้ไขปัญหา ความสับสนทางการเมือง ก็ดูจะทำให้ระยะหลังรัฐบาลเริ่มเปิดเกมรุกกลับบ้าง และเป็นการรุกกลับตามสไตล์การทำงานอภิสิทธิ์ คือ บริหารเวลาให้อึมครึมก่อนเก็บกวาดทีเดียวให้อยู่หมัด

ไม้แรก ขยับออกมาจากการเดินเกมของปณิธาน วัฒนายากร ในบทกระบอกเสียงรัฐบาล ปะฉะดะละเลงข้อมูลฝ่ายตรงข้ามแถลงอย่างถี่ยิบ ช่วงชิงพื้นที่ข่าวกลับคืน

เริ่มต้นออกโรงแฉสาแหรกกลุ่มคนเสื้อแดง ที่แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มแดงเถือก พวกนิยมอุดมการณ์ 2.กลุ่มแดงฮาร์ดคอร์ พวกนิยมความรุนแรง และ 3.กลุ่มแดงกระแสนิยม พวกที่มีกลุ่มอดีตนักการเมืองใหญ่ระดับพี่เบิ้มที่เรียกกันว่า “พ่อ” หรือ “ป๋า” เป็นผู้คอยประสานงาน และเป็นผู้จัดการความรุนแรงให้

รวมถึงการเปิดเบาะแส ว่าในต่างจังหวัดพบความเคลื่อนไหวในการจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธ โดยประเมินว่าก่อนวันที่ 26 ก.พ.นี้ กลุ่มคนเสื้อแดงจะเล่นเกมแรงเพื่อให้เกิดการปะทะกัน เพื่อให้มีใครบางคนออกมาเจรจาไกล่เกลี่ย ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับการยกโทษ และเงินคืน 7.6 หมื่นล้านบาท

แถมล่าสุดนายปณิธานออกมาเปิดเผยข้อมูล “ขุมข่ายท่อน้ำเลี้ยง” คนเสื้อแดงมาจากหลากหลายกลุ่มที่ร่วมสนับสนุนเป็นเครือข่ายทุนที่ใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ร่วมลงขันล้มระบอบอำมาตย์ ผ่านการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง

แม้ฝ่ายเสื้อแดงจะออกมาตอบโต้ ถึงขั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ยังต้องออกแจงและพาดพิงปณิธานเป็นโฆษกสีน้ำเงิน

แต่นี่ก็เป็นหมากเกม “ยอมเสียม้ารักษาขุน” เพราะอย่าลืมว่า ปณิธานมีความถนัดงานด้านความมั่นคง มีความเชี่ยวชาญด้านจิตวิทยามวลชนไม่แพ้ฝ่ายปลุกปั่น การสร้างพื้นที่ข่าวให้ฝ่ายตรงข้ามกลับมาเล่นตามเกมรัฐบาลก็ถือว่าได้ผลคุ้มค่า แม้ตัวเองจะโดนวิจารณ์บ้างก็ตาม

ปฏิบัติการของปณิธาน หากมองในเชิงลึกไม่ต่างกับการเปิดฉากสงครามข่าวสารของฝ่ายรัฐเพื่อไม่ให้ตกอยู่ในฝ่ายตั้งรับอีกต่อไป เป็นการชิงพื้นที่ข่าวสารก่อนจะเริ่ม “ยุทธวิธีดึงแนวร่วมผนึกมวลชน”

จึงไม่แปลกในระยะเวลาต่อมา ไม้ที่สองจึงตามออกมา ด้วยข้อเสนอใหม่ แต่งตั้งคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคง (คตม.) ตรงนี้มีความผิดแผกจากสถานการณ์ทุกครั้งที่จะมอบหมายให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นเจ้าภาพหลักในการประเมินสถานการณ์ ก่อนออกกฎหมายพิเศษ ซึ่งนั้นเป็นภาพที่แข็งเกินไปในสายตาประชาชน เพราะปฏิเสธไม่ได้ มักจะนึกถึงการปฏิบัติงานในรูปแบบของทหารเข้ามาดูแลความสงบเรียบร้อย

ส่องเข้าไปในโครงสร้างของคตม. จะพบว่าแบ่งเป็นฝ่ายดังนี้ คือ ฝ่ายการเมือง นำโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง เป็นประธาน รมว.กลาโหม รองประธาน รมว.ศึกษาธิการ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ที่กำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์) ปลัดกระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข

ฝ่ายกฎหมาย ที่ร่วมเป็นกรรมการประกอบด้วย คือ อัยการสูงสุด เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ฝ่ายความมั่นคงของภาครัฐ อาทิ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ผู้ช่วยผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

ฝ่ายข้าราชการพลเรือน อาทิ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่พิจารณา ร่วมเป็นกรรมการ โดยมีเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กรรมการและเลขานุการ และเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการด้วย

สำหรับอำนาจหน้าที่หน้าที่ ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินแนวโน้มสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน และอาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ เสนอแนะ และประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการวางแผน เตรียมการ ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนและความมั่นคงของรัฐ

เสนอแนะมาตรการและแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติมต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อให้การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ เป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และขอให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ

อีกทั้งเชิญบุคคล หรือคณะบุคคลใดมาให้คำปรึกษา หรือแนะนำการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงานหรือบุคคลเพื่อพิจารณาหรือดำเนินการตามที่คณะกรรมการมอบหมาย และให้ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนด้านบุคลากรและงบประมาณในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ และให้การสนับสนุนแก่หน่วยงานที่ได้รับการประสานให้ปฏิบัติภารกิจรักษาความสงบเรียบร้อยจากคณะกรรมการ และดำเนินการอื่นใดตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

อย่างไรก็ตาม การตั้งคตม. มีความแตกต่างจากการประกาศใช้กฎหมายพิเศษ ตรงที่กฎหมายพิเศษหน่วยงานหลักในการประเมินสถานการณ์ คือ กองทัพ และกอ.รมน. แต่เมื่อผุดคตม.ขึ้นมาแล้ว ทางรัฐบาลจะใช้เครือข่ายราชการและประชาชนเป็นแนวรุก

อีกทั้งเพราะรัฐบาลต้องการสร้างมิติใหม่ในการดูแลความสงบเรียบร้อย โดยเน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือจากหลายภาคส่วนแทนการยืมมือกองทัพเพียงอย่างเดียว พิจารณาได้จากสัดส่วนของคณะกรรมการ ที่ประกอบด้วยภาคประชาชน และหน่วยงานภาครัฐ เป็นแกนหลัก

และสิ่งสำคัญทางรัฐบาลต้องการจะใช้กฎหมายปกติในการจัดระเบียบการชุมนุม และการดำเนินการกับแกนนำคนเสื้อแดง หากเกิดการกระทำความผิดกฎหมายมากกว่าจะใช้กฎหมายพิเศษ ที่ให้อำนาจเบ็ดเสร็จกับกองกำลังทหารเข้าดำเนินการ เหมือนช่วงเดือนเมษาเลือด หรือเหตุการณ์ล้มการประชุมอาเซียนซัมมิตเมื่อปีก่อน

ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า คตม. เป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญ เพื่อหวังบูรณาการทำงานร่วมระหว่างฝ่ายรัฐ ข้าราชการ ประชาชน

สำคัญกว่านั้น มีเป้าหมายซ่อนไว้ด้วยการดึงแนวร่วมสลายความต่าง ในสถานการณ์เขม็งเกลียว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท