
อนาคตใครดี
...ธนพล ไชยภาษี
กว่าเป็นข่าวลุ้นกันให้สนุกสำหรับประเทศไหนที่จะรั้งตำแหน่งอันดับ 2 ขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก ระหว่างจีนและญี่ปุ่น ซึ่งอันดับ 1 แน่ๆ ยังเป็นของสหรัฐ
ญี่ปุ่นปรับตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4 ของปีที่แล้วใหม่ขึ้นมาบวกได้เปอร์เซ็นต์กว่าๆ ทำให้ยังรั้งอันดับ 2 ไปได้ ด้วยขนาดเศรษฐกิจ 5.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนจีนเป็นที่ 3 เหมือนเคย แต่จี้มากันแบบหายใจรดต้นคอที่ 4.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
แต่ถามว่าใครอนาคตดีกว่ากัน ก็ต้องบอกว่าแน่นอนคือ จีน ไม่เพียงแต่จีนน่าจะแซงญี่ปุ่นได้ในปีนี้ แต่ยังคาดกันว่าจีนจะแซงสหรัฐขึ้นเป็นอันดับ 1 ในอีกไม่กี่สิบปีเกินรอครับ
ญี่ปุ่นเอาแค่ประคองตัวให้ได้ก็น่าจะยากแล้วสำหรับปีนี้ เพราะเจอปัญหาแต่ละอย่างหนักหนาสาหัสทั้งนั้น ทั้งปัญหาการขาดดุลงบประมาณจนถูกลดคาดการณ์เครดิตไปแล้ว โดยเอสแอนด์พีญี่ปุ่นยังเจอกับปัญหาเงินฝืดเรื้อรังต่อเนื่องที่แก้ไม่ตก หนำซ้ำยังเจอกับวิกฤตค่าเงินเยนแข็งเป็นหิน
และที่ร้ายหนัก ญี่ปุ่นมาเจอกับวิกฤตโตโยต้าเข้าไปอีก นักเศรษฐศาสตร์บางคนถึงกับบอกว่า เมื่อโตโยต้าป่วย เศรษฐกิจญี่ปุ่นก็จะป่วยตามอนาคตญี่ปุ่นในปีนี้ เจอเสือจีนขม้ำแน่นอน คาดกันว่าจีดีพีญี่ปุ่น 2010 จะโตไม่ถึง 1% แต่จีนจะโตราวๆ 10%
หันมาดูจีน เมื่อปีที่แล้ว ก็แซงหน้าเยอรมนีขึ้นเป็นผู้ส่งออกมากที่สุดในโลกไปหมาดๆ แต่ภาครัฐจีนก็ไม่หยุดอยู่แค่นั้น ยืนยันจะส่งเสริมภาคการผลิต และการส่งออกต่อไปอย่างหนัก จีนย้ำครับว่า ส่งออกมากที่สุดก็จริง แต่สินค้าจีนนั้นยังไม่มีอิทธิพลต่อการค้าโลกเหมือนสินค้ายุโรป สหรัฐ หรือญี่ปุ่น ซึ่งในปีนี้จีนจะเร่งสร้างอิทธิพลให้กับสินค้าจีนในตลาดโลกมากขึ้น
แน่นอนความได้เปรียบของจีนอยู่ที่พลังประชาชน ที่มีอยู่กว่า 1,200 ล้านคน ส่วนสหรัฐมีอยู่ราวๆ 290 ล้านคน ญี่ปุ่นประมาณ 130 ล้านคน แน่นอนถ้าเทียบกันระหว่างผลผลิตต่อหัวประชากร คนจีนจะผลิตสิ่งของได้น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับคนอเมริกัน และญี่ปุ่น ซึ่งใช้เทคโนโลยีช่วยในการผลิตมาก
แต่กระนั้นก็ถือว่าแรงงานในภาคการผลิตของจีนนั้นมีอยู่เหลือเฟือจริงๆ อีกทั้งแนวทางการพัฒนาของจีนในช่วงนี้เริ่มที่จะหันไปจับเทคโนโลยีมากขึ้น จะก๊อบปี้มาก่อน แล้วผลิตเลียนแบบจีนก็ทำ จะว่าไปญี่ปุ่นก็เคยก๊อบของฝรั่งมาก่อนเหมือนกัน
ในอนาคต จีนพร้อมในด้านเทคโนโลยีอย่างเต็มที่พร้อมกับพลังประชากรพันกว่าล้านคน สหรัฐเองก็ไม่น่าจะหยุดจีนได้อยู่
อีกทั้งอย่าลืมว่า ในปี 2010 นี้ จีนยังจะได้แหล่งทรัพยากรสำหรับป้อนเข้าสู่การผลิตจากอาเซียนหลังเปิดเขตเสรีการค้ากันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมความเข้มแข็ง และการเติบโตของจีนมากขึ้นไปอีก เขตการค้าเสรีอาเซียนจีน ขณะนี้ถือว่าเป็นเขตเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกครับ มีประชากรรวมกัน 2,000 กว่าล้านคน
น่าตื่นเต้นดีแท้สำหรับอนาคตของจีน แต่ขออย่างเดียว จีนจะขึ้นเป็นมหาอำนาจโลกได้อย่างภาคภูมิ ขอให้รับผิดชอบต่อส่วนรวมบ้างแล้วกัน
อย่างนมผงเด็กผสมเมลามีนอย่างนี้ไม่เอาครับ...!







