
อลเวง 4 แสนล้าน คนกู้..ไม่ได้ใช้?
8...ทีมข่าวการเงิน
แม้รัฐบาลจะตั้งงบประมาณประจำปี 2554 ไว้สูงถึง 2.07 ล้านล้านบาท ขาดดุล 4.2 แสนล้านบาท
แต่ก็ดูเหมือนจะยังไม่เพียงพอต่อ
“ความต้องการ” ลงทุนของเศรษฐกิจดังนั้น พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ... ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภา จึงถูกจับจ้องอย่างมาก
ล่าสุดเกมชักเย่อเกิดขึ้น เมื่อวุฒิสภาจะเปลี่ยนแปลงเนื้อหาของพ.ร.บ.ในสาระสำคัญ
ในมาตรา 3 จาก
“...ให้ครม.เสนอกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพ.ร.บ.นี้ต่อรัฐสภา เพื่อทราบ ก่อนเริ่มดำเนินการ”มาเป็น
“...ให้ครม.เสนอกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพ.ร.บ.นี้ต่อสภา เพื่อพิจารณา ก่อนเริ่มดำเนินการ”ตรงนี้สำคัญ เพราะเท่ากับว่ารัฐสภาต้องการจะเข้ามาเปลี่ยน
“ไส้ใน” ของโครงการที่จะกู้เงิน ซึ่งรัฐบาลยอมไม่ได้ทำให้คณะรัฐมนตรีต้องดิ้นพล่านให้สำนักงานกฤษฎีกาตีความ เหมือนโดนน้ำร้อนลวก
โดยรัฐบาลใช้คำว่าการแก้ไขของวุฒิสภานั้น
“อาจเป็นการก้าวก่ายการดำเนินการของฝ่ายบริหาร”เพราะถ้าแก้เท่ากับการ
“ยื่นดาบ” ให้รัฐสภาในการตรวจสอบและเปลี่ยนแปลงโครงการลงทุนเหล่านี้ได้สบายมือไม่ต่างอะไรกับกรอบการใช้งบประมาณแผ่นดินปกติ ที่นักการเมืองมะรุมมะตุ้มชิงงบประมาณกันแบบถึงพริกถึงขิง
ขณะที่รัฐบาลก็ต้องการเร่งรัดการใช้เงินเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ระบบเศรษฐกิจว่าจะมีงบลงทุนออกมาอีกชุดใหญ่
แต่อีกส่วนหนึ่งมองได้ว่าเป็นการ
“แบ่งเค้ก” กันในพรรคร่วมรัฐบาลที่ลงตัวแล้ว ไม่อยากให้ใครมาหยิบชิ้นปลามันเมื่อพ.ร.บ.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการไทยเข้มแข็งทั้งหมด 1.4 ล้านล้านบาท
กระจายเงินลงไปทุกสาขาเศรษฐกิจในช่วง 3 ปีนี้
เฉพาะการเกษตรและบริหารจัดการน้ำสูงถึง 2.3 แสนล้านบาท ส่วนภาคขนส่งสูงสุด 5.7 แสนล้านบาท เป็นต้น
เรียกได้ว่ามีการ
“ล็อก” โครงการกันไว้หมดแล้ว รอแค่คนมาเปิดปากท่อเพื่อเอาเงินออกมาใช้เพราะโครงการในแผนลงทุนส่วนใหญ่เป็นพิมพ์เขียวเดิมที่หน่วยงาน กระทรวง ทบวง กรม ต่างๆ ตั้งแท่นไว้รออยู่แล้ว
บางโครงการแค่เอามา
“ปัดฝุ่น” ใหม่เปลี่ยนลุคให้สวยงามบางโครงการมีนักการเมืองใช้อำนาจแฝงกดดัน
“โปรเจกต์” ให้เกิดขึ้นทั้งที่ผลตอบแทนทางการเงินต่ำแต่บางโครงการก็ต้องบอกว่าประชาชนรอมาหลายรัฐบาล แต่ก็ยังไม่เกิดขึ้นจริงสักที
ไม่เพียงเท่านั้น เวลาของรัฐบาลชุดนี้ที่กำลังถูก
“ไล่หลัง” เข้ามาทุกขณะก็เป็นตัวเร่งให้รัฐบาลต้องการปิดหีบพ.ร.บ.นี้ให้ได้เร็วจี๋
เมื่อสารพัดปัญหารุมเร้า ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเสื้อแดงที่ออกมาขย่มรายวัน
หรือพรรคร่วมรัฐบาลที่เขย่ากันเอง จนชีพจรรัฐบาลเต้นไม่เป็นจังหวะ
ที่จะจะคือความขัดแย้งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
หรือความระหองระแหงจากการทำงานส่วนบุคคล
จนถึงขนาดมีการพูดกันว่า พ.ร.บ.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท อาจเข้าอีหรอบ
“คนกู้ไม่ได้ใช้”เพราะกว่ากฎหมายจะผ่านรัฐสภาต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยเป็นเดือน
ยิ่งหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเลือกที่จะส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ
“ปมปัญหา” ในข้อกฎหมายที่ขัดแย้งกันอยู่ด้วยแล้ว... ก็ต้องบอกว่างานนี้อาจต้องรอกันเหงือกแห้ง
แถมเศรษฐกิจก็อาจขรุขระโตไม่ถึง 4% อย่างที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีต้องการ
ปลุกปั้นกันมาถึงขนาดนี้แล้วไปไม่ถึงฝั่ง พ.ร.บ.ถูกคว่ำหรือลากออกไปจนไม่ทันการณ์
งานนี้ก็ต้องบอกว่าหวานคอแร้ง รัฐบาลหน้า!!!







